วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 คนที่ 4 กล่าวว่าวันนี้ คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 12 หน่วยงาน และ 2 กองทุน โดยหนึ่งในหน่วยงานที่เข้าชี้แจงคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งชี้แจงถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณประจำปี 2570 หลังได้รับการปรับลดวงเงินงบประมาณลง
นางมนพร กล่าวว่าหากในชั้นคณะอนุกรรมาธิการจะมีการปรับลดงบประมาณเพิ่มเติม จะต้องรับฟังคำชี้แจงจากแต่ละหน่วยงานอย่างรอบด้านก่อน จึงจะพิจารณาตามความเหมาะสม พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณของคณะกรรมาธิการยังเป็นไปตามแผน และยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล แม้จะใช้เวลาประชุมต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. แต่คณะกรรมาธิการจะบริหารเวลาเพื่อให้การพิจารณาแล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าที่ประชุมวิปรัฐบาลเมื่อวานนี้ (6 ก.ค. 69) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ตามที่วุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่รวมการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธที่ 8 ก.ค. นี้ เบื้องต้นวิปรัฐบาลมีความเห็นไม่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาตามขั้นตอนของรัฐสภา ทั้งนี้ พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลจะนำมติของวิปรัฐบาลกลับไปหารือภายในแต่ละพรรคในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การประชุมพรรคเช่นกัน
นางมนพร ระบุว่าแม้แต่ละพรรคอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันในบางประเด็น แต่สามารถใช้เวทีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายถึงเหตุผลและความจำเป็นได้ พร้อมแสดงความหวังว่าจะเห็นทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย กลับมาอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี
ทั้งนี้ นางมนพร คาดว่า หากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะมีผู้ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมประมาณ 6,000 คน
ที่มา : วิทยุรัฐสภา