ตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายการเมือง เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่า เช้าวันนี้ ผมได้รับมอบหมายจากท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เดินทางมาร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในเวที Pattani Co-Design Forum on Education Futures and Learning Ecosystems ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
สิ่งที่ผมเห็นวันนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมอีกหนึ่งเวที แต่คือภาพของคนหลายร้อยคนจากหลายภาคส่วนที่มานั่งคิดเรื่องเดียวกัน… “เราจะสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้เด็กปัตตานีได้อย่างไร” ทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนมหาวิทยาลัย ผู้บริหารการศึกษา ครู โรงเรียน ภาคประชาสังคม และเยาวชน ต่างมีความเห็นที่แตกต่าง แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คืออยากเห็นเด็กทุกคนมีโอกาสเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ
ผมจึงชวนทุกคนคิดต่อว่า… ปัตตานีอาจกำลังเดินหน้าไปสู่การเป็น Learning City แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการทำให้ทั้งจังหวัดเป็น Co-Learning Space หรือ “พื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน” เพราะการศึกษาในวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียนอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นในบ้าน ในชุมชน ในมัสยิด ในมหาวิทยาลัย ในที่ทำงาน และในทุกพื้นที่ที่เด็กได้เรียนรู้จากผู้คนรอบตัว
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมตั้งใจเน้นมากเป็นพิเศษ คือ Thailand Zero Dropout ผมเชื่อว่า “ไม่มีเด็กคนไหนควรถูกปล่อยให้หลุดออกจากระบบการศึกษา” หากมีเด็กหลุดไป หน้าที่ของเราไม่ใช่รอให้เขากลับมาเอง แต่ต้องช่วยกันตามหา ชวนกลับมา และออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับชีวิตของเขา บางคนเหมาะกับห้องเรียน บางคนเหมาะกับสายอาชีพ บางคนอาจต้องเรียนควบคู่กับการทำงาน และบางคนอาจเริ่มต้นใหม่ผ่านการศึกษานอกระบบ
สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องมีที่ยืนทางการศึกษาให้กับทุกคน
ผมยังได้พูดถึง “จุดแข็ง” ของเด็กปัตตานีที่ผมเชื่อมั่นมาตลอด พวกเขาเติบโตท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรม ใช้ภาษาได้หลากหลาย เข้าใจความแตกต่าง และมีรากฐานด้านคุณธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งนี่ไม่ใช่ข้อจำกัดแต่คือ ความได้เปรียบของโลกยุคใหม่
จากงานในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า “โรงเรียนที่ดีที่สุดไม่ใช่โรงเรียนที่มีอาคารสวยที่สุด แต่คือโรงเรียนที่เด็กทุกคนรู้สึกว่า ‘ที่นี่มีคนเห็นคุณค่าในตัวฉัน’ และการศึกษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การสร้างเด็กให้เหมือนกันทุกคน แต่คือการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เติบโตในแบบของตัวเอง”
หากทุกภาคส่วนยังร่วมมือกันแบบที่เห็นในวันนี้ ปัตตานีจะไม่ใช่เพียงจังหวัดที่กำลังพัฒนาการศึกษา แต่จะกลายเป็นต้นแบบของการสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ที่ทั้งประเทศสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ครับ
ขอขอบคุณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี ที่ทำให้วันนี้เป็นอีกวันที่มีความหมายกับพวกเราทุกคนครับ