ไม่พบผลการค้นหา
'วัชระพล' รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่สกลนคร ลุย 3 อำเภอ (อำเภอภูพาน อำเภออากาศอำนวย อำเภอคำตากล้า) ติดตามงานกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ชูหม่อนไหมบ้านด่านตึงต้นแบบรายได้ เดินหน้าฟื้นฟูทรัพยากรประมง เร่งวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอภูพาน อำเภออากาศอำนวย และอำเภอคำตากล้า ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังข้อมูลจากเกษตรกรในพื้นที่โดยตรง ทั้งด้านการพัฒนาอาชีพ การบริหารจัดการแหล่งน้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรประมงท้องถิ่น พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวบรวมปัญหา ข้อเสนอ และความต้องการของพื้นที่ เพื่อนำไปจัดทำแนวทางขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละอำเภอรวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ผลักดันโครงการที่จำเป็นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร

โดย รมช.วัชระพล ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม บ้านด่านตึง ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างที่พัฒนาอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างรายได้ที่มั่นคงและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้งมอบปัจจัยการผลิตและของที่ระลึกแก่เกษตรกร โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกร เข้าร่วม ณ ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร

รมช.วัชรพล กล่าว ได้ลงพื้นที่กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม บ้านด่านตึง ตำบลหลุบเลา อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนอาชีพจากพืชเชิงเดี่ยวที่มีความเสี่ยงด้านราคาและต้นทุน ไปสู่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยมีปัจจัยสำคัญที่จูงใจให้เกษตรกรหันมาประกอบอาชีพดังกล่าว คือ การมีตลาดรองรับที่ชัดเจนทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจในการผลิต สามารถบริหารรายได้เพื่อครัวเรือนอย่างรอบครอบ

กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานรากและขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป รมช.วัชรพล กล่าวเสริม

นอกจากนี้ รมช.วัชระพล พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยัง อ.อากาศอำนวย และอ.คำตากล้าเพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการเกษตรและการประมงในพื้นที่ ตลอดจนปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด จำนวน 300,000 ตัว เนื่องจากได้รับภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งภาวะภัยแล้ง และภาวะน้ำท่วมส่งผลให้หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน และแม่น้ำสายหลัก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ทุกภาคของประเทศที่เคยเป็นแหล่งผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ มีปริมาณชนิดพันธุ์สัตว์น้ำจืดในแหล่งน้ำดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นเพื่อบรรเทาและลดผลกระทบพร้อมทั้งแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการปล่อยชนิดพันธุ์สัตว์น้ำให้ถูกต้องตามระบบลุ่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และคงความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งสร้างรายได้ของผู้ประกอบอาชีพประมงในพื้นที่ ตลอดจนพบปะพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย

720807211_1619278263537076_4190756837443593082_n.jpg722384648_1619278346870401_8373072685962291121_n.jpg721011894_1619278706870365_2755317042759838222_n.jpgวช.png722565797_1619278883537014_7236603742618342069_n.jpg

โดยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า [ปักหมุดสกลนคร

ลุยตรวจพื้นที่ 3 จุด รับฟังความเดือดร้อน แก้ไขระบบน้ำเพื่อพี่น้องประชาชน] เมื่อวานนี้ช่างบ่ายจนถึงค่ำผมลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร ตามข้อเดือดร้อนของพี่น้องประขาชน ด้วยการประสานงานของ สส.อิสรพงษ์ อุประ หรือ สส.ขุน สกลนคร จาก พรรคเพื่อไทย เพื่อติดตามความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิดครับ การมาครั้งนี้เราลุยกันถึง 3 จุดสำคัญ:

จุดที่ 1: อ่างเก็บน้ำหนองหลวง อ.คำตากล้า

มาดูสภาพพื้นที่จริงเพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกรในพื้นที่รอบๆ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้

จุดที่ 2: พบปะพูดคุยกับผู้นำท้องถิ่น

รับฟังปัญหาความเดือดร้อนโดยตรง ทั้งเรื่องปากท้อง การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาไหนแก้ได้ทันทีผมสั่งการเลย ปัญหาไหนระยะยาวเราเตรียมการวางแผนสนับสนุนครับ

จุดที่ 3: อ่างเก็บน้ำห้วยบ่อแดง

จุดนี้ “ฝายชำรุด” เสี่ยงกระทบการกักเก็บน้ำและการสัญจร และผมยังได้รับข้อเสนอจากพี่น้องในพื้นที่ว่า “อยากได้สะพานข้ามฝาย” เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการสัญจรไปมา ซึ่งผมรับเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วน และประสานให้ส่วนที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาสำรวจ ออกแบบ และทำแผนของบประมาณซ่อมแซมพร้อมสร้างสะพานให้โดยเร็วที่สุดครับ

ขอบคุณท่าน สส.ขุน ที่ช่วยเป็นปากเป็นเสียงตัวแทนชาวบ้านและขอบคุณพี่น้องผู้นำท้องถิ่นรวมถึงชาวสกลนครทุกคนสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนรอไม่ได้จึงต้องเร่งแก้ไขครับ