วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบาย “ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและบทบาทของ สนช. ต่อการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ” ในการประชุมระดมสมองเชิงปฏิบัติการ ทบทวนแผนกลยุทธ์ สนช. ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) และกำหนดทิศทางและแผนกลยุทธ์ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 - 2575) ร่วมกับ คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ (กนช.) โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ประธานกรรมการ กนช. ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการและเลขานุการ กนช. ตลอดจนคณะกรรมการ กนช. เข้าร่วม ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กทม.
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การยกระดับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศในขณะนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ โดยต่อจากนี้เราจะมุ่งเน้นที่การขยายผล (Scale up) ธุรกิจนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายในการผลักดันให้เกิดการเติบโตของ GDP ที่ชัดเจนประมาณ 1-2% ภายในระยะเวลา 5 ปี โดย NIA จะต้องเป็นฟันเฟืองหลักในการนำนวัตกรรมไปตอบโจทย์ความต้องการของกระทรวงต่าง ๆ ผ่านการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ที่ต้องลงลึกถึงรากฐานของเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) การร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างหลักสูตรเพื่อรองรับแรงงานแห่งอนาคต (Future Workforce Platform) การส่งเสริมสตาร์ทอัพและยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมให้แข็งแกร่ง การบูรณาการความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือกลุ่มอุตสาหกรรมหรือแรงงานเดิมที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (Disruption) รวมทั้งการเร่งสร้างฐานความรู้และพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่จะนำประเทศไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน จะต้องประกอบด้วย “การสร้างพื้นที่” เพื่อเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ และเสริมสร้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ๆ รวมทั้งการผลักดันงานวิจัยไปสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้สร้างรายได้ได้จริง โดยเราจะเร่งส่งเสริมแนวคิดนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) ในองค์กรขนาดใหญ่ และวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง (Citizen Science) เพื่อดึงศักยภาพของผู้คนในทุกพื้นที่ รวมถึงการผลักดันให้เกิด “ย่านนวัตกรรม” (Startup Town) ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) และเครือข่ายนักลงทุน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม