นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดตัว “ศูนย์ข้อมูลทางการเงินการบัญชีภาคสหกรณ์ไทย (COOP Financial Center)” โดยมี นายรัฐ คลังแสง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานภาคีภาคสหกรณ์ และผู้แทนสหกรณ์ทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ ห้องเดอะพอร์ทอลบอลรูม ชั้น 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
การเปิดตัวศูนย์ข้อมูลฯ จัดขึ้นเพื่อยกระดับความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น และกำหนด มาตรฐานใหม่ให้แก่ระบบสหกรณ์ไทยทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์วางแนวทาง สร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานในสังกัดเพื่อให้บริการและแก้ไขปัญหาแก่สหกรณ์ทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงฯ ไม่เคยละทิ้งสหกรณ์ โดยตนได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาแล้วกว่า 16 จังหวัด เพื่อนำมารวบรวมแก้ไขร่วมกับ กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ส่วนการใช้งานระบบขณะนี้พร้อมเปิดตัวแล้ว แต่การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจะมีการ จัดลำดับชั้นเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
ด้าน นายวุฒิพงษ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า กรมฯ พร้อมสนับสนุนภารกิจของส่วนราชการ หน่วยงานภาคี และสมาชิกสหกรณ์ทุกแห่ง โดยศูนย์ข้อมูลฯ จะช่วยให้ผู้บริหารและสมาชิกเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูล เช่น การแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรระดับจังหวัด การวิเคราะห์ความเสี่ยง (แสดงผลสีเขียว เหลือง แดง) และการเปรียบเทียบการลงทุน กับสหกรณ์ขนาดใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ กรมฯ ยังคงสนับสนุนงบประมาณอบรมบัญชีปีละ 30,000–40,000 ราย พร้อมตั้งเป้าขยายฐาน “ครูบัญชี” ให้ครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศภายในปี 2570–2571 พร้อมเชิญชวนเกษตรกรให้น้อมนำพระราชดำรัส ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า "บัญชีคือภูมิคุ้มกัน" มาปรับใช้ในการวางแผนทางการเงิน
โอกาสนี้ รมช.ปิยะรัฐชย์ ได้มอบสิทธิ์การใช้งาน COOP Financial Platform ให้แก่หน่วยงานภาคี พร้อมมอบโล่รางวัล “สหกรณ์ต้นแบบด้านดิจิทัล ประจำปี 2569” ระดับภูมิภาค จำนวน 20 รางวัล ขณะที่ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตร “สหกรณ์ต้นแบบด้านดิจิทัล ประจำปี 2569” ระดับจังหวัด จำนวน 114 รางวัล เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างแรงบันดาลใจแก่สหกรณ์ ที่นำระบบบัญชีไปใช้จนเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืนต่อไป