ไม่พบผลการค้นหา
ไทยโชว์วิสัยทัศน์เวทีโลก! รมว.ศธ. นำทัพขับเคลื่อน TES+4 ปักหมุดไทยเจ้าภาพ GEM 2027 พร้อมดัน ‘ASEAN Zero Dropout’ สู่เวทีสากล

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม Transforming Education Summit +4 (TES+4) ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อร่วมทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามผลการประชุม Transforming Education Summit เมื่อปี 2565 และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG 4) ก่อนปี ค.ศ. 2030 โดยข้อเสนอและประเด็นสำคัญจากการประชุมจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน

โดยในช่วงเช้า ประกอบด้วย พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ การประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) ภายใต้หัวข้อ Sustainable Financing for Resilient Education Systems เพื่อหารือแนวทางการสร้างระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นผ่านการจัดหาเงินทุนเพื่อการศึกษาอย่างยั่งยืน ตลอดจนการจัดกิจกรรม Education Solutions Marketplace เพื่อแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดีด้านการปฏิรูประบบการศึกษาจากประเทศและองค์กรต่าง ๆ

จากนั้น ในช่วงบ่าย รมว.ศธ. เป็นผู้ร่วมเสวนา ในหัวข้อ 'Inclusion and Gender Equality: Promoting Equitable Access, Participation and Learning for All, with Particular Attention to Gender Equality and Marginalized Learners' ร่วมกับรัฐมนตรีด้านการศึกษาจากสาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย สาธารณรัฐอุรุกวัย และสาธารณรัฐมาดากัสการ์ ผู้แทนองค์การยูเนสโก ผู้แทนเยาวชน และผู้แทนองค์กรด้านการศึกษาระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาให้ครอบคลุม เท่าเทียม และตอบสนองต่อผู้เรียนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้เรียนกลุ่มเปราะบาง

"ผมได้นำเสนอแนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศไทย ภายใต้หลักการ 'ไม่ทิ้งผู้เรียนคนใดไว้ข้างหลัง' (No Learner Left Behind) โดยเน้นการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง 4 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูประบบจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น (Need-based Budgeting) เพื่อให้ทรัพยากรเข้าถึงผู้เรียนกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด การขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout ควบคู่กับการพัฒนาระบบ Credit Bank เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและครอบคลุม พร้อมส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและป้องกันการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อลดภาระงานธุรการของครู ให้ครูมีเวลามุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้และดูแลผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ" รมว.ศธ.กล่าว

นอกจากนี้ รมว.ศธ. ยังได้แบ่งปันบทเรียนสำคัญของประเทศไทยต่อประชาคมโลกว่า การปฏิรูปการศึกษา ต้องอาศัยข้อมูลที่มีประสิทธิภาพในการค้นหาและช่วยเหลือผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบ การออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด 'All for Education' เพื่อร่วมกันสร้างระบบการศึกษาที่ครอบคลุม เท่าเทียม ยืดหยุ่น และพร้อมรับอนาคต ด้วย

และในช่วงพิธีปิดการประชุม  รมว.ศธ.ได้ประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม Global Education Meeting (GEM) 2027 พร้อมเชิญชวนประเทศสมาชิกและภาคีทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการศึกษาภายใต้แนวคิด 'Education for All, and All for Education' เพื่อร่วมกันสร้างระบบการศึกษาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งผู้เรียนคนใดไว้ข้างหลัง นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอแนวคิด Road to ASEAN Zero Dropout 2030 ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าผลักดันให้เป็นความร่วมมือระดับภูมิภาค และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2571

ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้นำประเทศ รัฐมนตรี ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเยาวชนจากทั่วโลก โดยมีรองเลขาธิการสหประชาชาติ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ร่วมเป็นประธานการประชุม

จากนั้นในช่วงค่ำวันเดียวกัน รมว.ศธ. ได้พบปะนักเรียนไทยในสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ รับฟังประสบการณ์การศึกษาและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในฐานะตัวแทนเยาวชนไทย โดยเฉพาะข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาและการส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเยาวชนไทย เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุนที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม