ไม่พบผลการค้นหา
รองนายกฯ 'ยศชนัน' พร้อมด้วย รมว.ศธ. 'ประเสริฐ' และ ปลัด ศธ. 'สุเทพ' ประชุมขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มุ่งยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และลดความเหลื่อมล้ำ เดินหน้าแผนงาน 7 ปีข้างหน้า

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (กนศ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ และ นางสาวธีราภา ไพโรหกุล) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในระยะต่อไป ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

รองนายกฯ 'ยศชนัน' ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนต่อที่ประชุม เพื่อปฏิรูปการศึกษาผ่านพื้นที่นวัตกรรม โดยเน้นย้ำว่าพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นกลไกที่สำคัญและเหมาะสมที่สุดในการทดลอง “ปลดล็อก” และพิสูจน์แนวทางนโยบายต่าง ๆ ก่อนขยายผลสู่ระดับประเทศ โดยมอบหมายข้อสั่งการสำคัญ 6 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย

- การลดภาระงานครู นำร่องระบบ “ครัวกลาง” (Cloud Kitchen) เพื่อปลดล็อกครูออกจากงานอาหารกลางวันและงานพัสดุ ให้มีเวลาคืนสู่ห้องเรียนมากขึ้น

- ลดความเหลื่อมล้ำทางงบประมาณ ทดลองใช้ สูตรงบประมาณแบบถ่วงน้ำหนัก (Weighted Student Funding Sandbox) ที่สะท้อนต้นทุนจริงของผู้เรียน และพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนเพื่อรองรับการควบรวมทรัพยากรโรงเรียนขนาดเล็ก

- ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง มุ่งสู่ หลักสูตรฐานสมรรถนะ และการสร้างความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) ควบคู่กับแนวทางการประเมินผลแบบ PISA

- การศึกษาที่ยืดหยุ่น ขับเคลื่อนโครงการ Thailand Zero Dropout PLUS ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Micro-credentials) เพื่อช่วยเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบ

- การบริหารงานบุคคลที่คล่องตัว ศึกษาแนวทางการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูงขึ้น

- โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance) สร้างระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้เรียนจากภัยยาเสพติด ความรุนแรง และการคุกคามทุกรูปแบบ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการจุดเสี่ยง

โดยขยายเวลา พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมฯ ต่ออีก 7 ปี โดยที่ประชุมได้รับทราบการประกาศ พระราชกฤษฎีกาขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ซึ่งได้รับการขยายระยะเวลาออกไปอีก 7 ปี จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2576 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนและขยายผลแนวปฏิบัติที่ดีไปสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 6 ชุด เพื่อดูแลงานด้านนโยบาย กฎหมาย วิชาการ บุคคล งบประมาณ และการสื่อสาร เพื่อให้การบริหารจัดการในอีก 7 ปีข้างหน้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของโรงเรียน จะต้องถูกนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่เพียงในพื้นที่นวัตกรรมเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครองอย่างยั่งยืน

รองนายกฯ 'ยศชนัน' กล่าวภายหลังการประชุมว่า “คณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทและความสำคัญย่างยิ่งในการทดลองนโยบายต่าง ๆ เพื่อผลักดันและปฏิรูปการศึกษา โดยมุ่งเน้นการจัดการศึกษาในเชิงพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีนโยบายที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งแนวทางการดำเนินงานในอนาคตได้พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในอีก 7 ปีข้างหน้า โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการย่อยทั้งหมด 6 ชุด เพื่อดูแลภารกิจในด้านต่าง ๆ ได้แก่

1) ด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ ติดตาม และประเมินผล

2) ด้านกฎหมาย

3) ด้านวิชาการ

4) ด้านบุคคล

5) ด้านงบประมาณ

6) ด้านสื่อสารและการมีส่วนร่วม

ซึ่งการดำเนินงานจะมีการปรับบทบาทหน้าที่ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีข้อสังการในส่วนนี้

รมว.ศธ. 'ประเสริฐ' กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญที่จะเป็นต้นแบบ เพื่อนำไปสู่การขยายผลให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการใน 6 ด้าน ได้แก่

1) การลดภาระงานของครูเพื่อคืนเวลาให้ห้องเรียน เน้นการออกแบบระบบการบริหารจัดการเพื่อลดภาระหน้าที่โครงการต่าง ๆ ทำให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น

2) การปรับสูตรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ มีการจัดทำสูตรค่าใช้จ่ายรายหมวดใหม่ให้มีความเป็นธรรมและเหมาะสมกับโรงเรียนทุกขนาด (เล็ก กลาง ใหญ่) โดยใช้โรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรมเป็นต้นแบบในการวิเคราะห์งบประมาณ รวมถึงการบริหารจัดการเรื่อง รถโรงเรียน เพื่อรองรับโครงการโรงเรียนคุณภาพและประหยัดพลังงาน

3) การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง (หลักสูตรสมรรถนะ) ปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ปรับวิธีเรียนและวิธีประเมินผลในวิชาเดิมโดยไม่เพิ่มวิชาใหม่

4) การศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ใช้พื้นที่นวัตกรรมเป็นต้นแบบนำเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับเข้าสู่การศึกษาได้ 100% ผ่านการเรียนแบบยืดหยุ่นและระบบการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank)

5) กลไกโครงสร้างการบริหารจัดการและกฎหมาย เพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. ในพื้นที่ เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายและการประสานงานระหว่างส่วนกลางกับจังหวัด

6) โรงเรียนปลอดภัย สร้างสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้การขับเคลื่อนการศึกษาต้องหยุดชะงัก

นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบสำคัญเพิ่มเติมอีก 3 ด้าน ที่มีการนำเสนอในที่ประชุม คือ

1) การวางผัง AI Framework การนำหลักสูตร AI เข้าไปเพิ่มในโรงเรียนนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนและผู้สอนได้เรียนรู้การเป็นพื้นที่

2) Sandbox เพื่อทดลอง แก้ไข ปรับปรุง และขยายผลนโยบายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคต

3) นโยบายความปลอดภัยเร่งด่วน จากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ประชุมเห็นว่านโยบายโรงเรียนปลอดภัยต้องนำไปปฏิบัติในทุกโรงเรียนทั่วประเทศทันที ไม่เฉพาะเพียงพื้นที่นวัตกรรมเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

ยศชนันยศชนัน

ที่มา : ศธ.360 องศา