ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย (Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือแนวทางการยกระดับความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้อำนวยการหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ชั้นนำของไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้ความสำคัญกับไทยเสมอมา ภายใต้ความผูกพัน “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” โดย อว. มุ่งหวังที่จะขยายความร่วมมือให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Deep Tech) ที่จีนมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่:
(1) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Physical AI
(2) เทคโนโลยีควอนตัม และเซมิคอนดักเตอร์
(3) พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ
(4) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เครื่องมือแพทย์ และจีโนมิกส์
“นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมนำโมเดลความสำเร็จของจีนมาปรับปรุงหลักสูตรปริญญาตรี โดยเน้นเพิ่ม 38 สาขาใหม่ เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานในอนาคต และเรียนรู้แนวทางการนำนวัตกรรมจากหิ้งสู่ห้าง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
อีกก้าวสำคัญของไทยใน “อวกาศ” และ “พลังงานนิวเคลียร์”หน่วยงาน อว. ได้รายงานความคืบหน้าความร่วมมือที่น่าตื่นเต้นในหลายมิติ ได้แก่
(1) ไทยเตรียมส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ “ฉางเอ๋อ 7” และ “ฉางเอ๋อ 8”ของจีน พร้อมเดินหน้าโครงการพัฒนากล้องโทรทรรศน์ศึกษาคลื่นอัลตราไวโอเลต
(2) สทน. ได้พัฒนาเครื่องมือเตรียมติดตั้งในห้องทดลอง EAST Tokamak ของจีน และกำลังผลักดันการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมด้านเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) ในประเทศจีน
(3) โครงการศูนย์ข้อมูลสังเกตการณ์โลกแม่โขง-ล้านช้าง ก้าวหน้าอย่างมาก โดยนำข้อมูลไปใช้จัดการการเกษตรแล้ว และเตรียมขยายผลสู่ด้านสาธารณสุขและการจัดการมลพิษ
นอกจากนี้ ไทยได้เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ Thailand Space Expo (18–31 ตุลาคม 2569) โดยได้เทียบเชิญผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานอวกาศของจีนมาร่วมจัดแสดงศักยภาพในงานนี้ด้วย
ด้าน นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนฯ กล่าวย้ำว่า สถานทูตจีนยินดีสนับสนุนการเชื่อมโยงความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในด้าน AI, หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด ซึ่งจีนมีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด จีนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ในการผลักดันงานวิจัยไปสู่ภาคอุตสาหกรรม (Commercialization) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
การหารือครั้งนี้จบลงด้วยความเห็นพ้องของทั้งสองฝ่าย ที่จะเร่งผลักดันความร่วมมือทุกมิติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเทคโนโลยีแห่งอนาคต การกำกับดูแลจริยธรรม AI และการต่อยอดนวัตกรรมสู่ภาคธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้ทั้งสองประเทศต่อไป