วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT (Anti-Corruption Organization of Thailand) โดยมี ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร ACT และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ ณ ชั้น 20 อาคารศรีจุลทรัพย์ เขตปทุมวัน โดยกล่าวว่า ACT ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่เราต้องเข้าหารือตั้งแต่แรก เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินงาน เพราะตอนนี้เรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ถ้าเราไม่ทำเรื่องนี้ ประเทศไปต่อยาก และเป็นจังหวะที่ดีคือประชาชนทุกคนมีความตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น ที่ผ่านมา ACT ได้ให้คำแนะนำที่ดีกับกรุงเทพมหานครมาตลอด เราพยายามพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง อาจไม่ได้สำเร็จทั้งหมด 100% แต่ก็ช่วยให้เรามาถูกทาง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลับมาครั้งนี้ ACT ได้ให้ข้อแนะนำมาอีก 7 ข้อ ซึ่งครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่เรื่องการไม่ฟ้องร้องประชาชนที่ให้ข้อมูลเรื่องทุจริต การเปิดเผยข้อมูลในด้านต่าง ๆ อาทิ การจัดซื้อจัดจ้าง การเปิดเผยผ่านโครงการ CoST ซึ่งทั้ง 7 ข้อ กทม. จะรับไปดำเนินการ และจะมีการหารือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อีกเรื่องคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบราชการ เพราะระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือการคอร์รัปชันเวลา คอร์รัปชันทรัพยากรทางหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องไปปรับปรุง และทำให้เราใช้ทรัพยากรของประชาชนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ด้าน ดร.มานะ กล่าวว่า ขอบคุณผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะผู้บริหาร กทม. ที่ร่วมหารือกับ ACT เพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นและวิธีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นมายาวนาน ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อเสนอหรือข้อเรียกร้องของประชาชนที่อยากให้ กทม. เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นโดยการปลอดคอร์รัปชันนั้น เราได้เห็นความก้าวหน้าและมีการเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในวาระที่ 2 ที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะ กลับเข้ามาบริหารงานตามความไว้วางใจของชาว กทม. เราจึงมีมาตรการที่อยากเสนอเพิ่มเติม 7 ข้อ โดยประเด็นหลักที่เป็นปัญหาเมื่อกล่าวถึงทุกข์ร้อนของประชาชนและผลประโยชน์ของบ้านเมือง คือการถูกผู้มีอำนาจฟ้องร้อง เป็นประเด็นหลักที่ ACT ขอฝากไว้กับ กทม.
ทั้งนี้ ในการหารือดังกล่าว ACT ได้ชื่นชมการเดินหน้าด้านความโปร่งใสและการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันของ กทม. โดยเฉพาะผลงานการเปิดเผยข้อมูลในโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency Initiative: CoST) ในระดับจังหวัด ซึ่งผลการดำเนินงานของ กทม. ในปีงบประมาณ 2568 สูงถึง 89.45% เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 68.62% ส่งผลให้ กทม. เป็นหน่วยงานที่มีอัตราการประหยัดงบประมาณสูงสุดในกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
สำหรับการหารือในวันนี้ ACT ได้เสนอ 7 แนวทาง “กรุงเทพฯ ไร้คอร์รัปชัน” โดยมีผู้ว่าฯ เป็นผู้นำในการปราบโกง เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานด้านการป้องกันและลดโอกาสการโกง พร้อมก้าวสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศ โดย 7 แนวทางประกอบด้วย
1. กทม. ไม่ฟ้องร้องประชาชนที่เปิดโปงคอร์รัปชัน
2. กำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลต้องทำโดยอัตโนมัติ เป็นหน่วยงานรัฐแรกของไทย
3. ใช้ ACT AI ประเมินความเสี่ยงฮั้วประมูลทุกการจัดซื้อของทุกเขตและสำนัก
4. เปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างผ่านโครงการ CoST ครบ 100% เป็นที่ 1 ของไทย
5. เอกชนทุกรายที่เข้าประมูลงาน ขอรับสัมปทานหรือร่วมลงทุน ขอสิทธิการเช่าจาก กทม. ต้องยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลตามเงื่อนไขที่ กทม. กำหนด
6. เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนให้สุดซอย อาทิ เรื่องใบอนุญาตสถานบันเทิง ขบวนการ EIA จอมปลอมที่โกงความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
7. ยกระดับ กทม. ให้มีประสิทธิภาพสูง โดยเพิ่มรายได้เจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มการใช้ไอทีในการบริการประชาชน พร้อมกับการควบคุมจำนวนบุคลากรให้อยู่ในระดับเหมาะสม