ไม่พบผลการค้นหา
ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... วงเงิน 10,328 ล้านบาท ส่วนใหญ่เห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ แต่กังวลอาจกระทบการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย วงเงิน 10,328 ล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว โดยชี้แจงว่าเป็นการโอนงบประมาณบางรายการไปตั้งเป็นงบกลาง เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณของภาครัฐ ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ยืนยันว่าการโอนงบประมาณครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงบประมาณ รองรับภารกิจจำเป็นและสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ พร้อมขอให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว

สำหรับการอภิปรายของ สว. ต่างแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการโอนงบประมาณครั้งนี้มีความจำเป็น เนื่องจากประเทศไทยยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม สมาชิกหลายคนได้ตั้งข้อสังเกตถึงการโอนงบลงทุนในสัดส่วนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว พร้อมเสนอให้รัฐบาลเพิ่มความโปร่งใสในการใช้งบกลาง ป้องกันปัญหาการเร่งใช้จ่ายงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดงบ และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของประเทศ

ขณะที่ นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยเห็นว่าภายใต้สถานการณ์โลกที่ผันผวน รัฐบาลจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในการบริหารงบประมาณ พร้อมเสนอให้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณที่โอนครั้งนี้กว่าร้อยละ 93 หรือประมาณ 9,600 ล้านบาท เป็นงบลงทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการแข่งขันและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จึงขอให้รัฐบาลชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นของการโอนงบในสัดส่วนดังกล่าว รวมทั้งมาตรการกำกับดูแลให้การใช้งบกลางเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

ขณะที่ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า แม้เข้าใจถึงความจำเป็นในการเตรียมงบประมาณรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แต่เห็นว่าการโอนงบจำนวนมากอาจสะท้อนปัญหาการวางแผนงบประมาณ การดำเนินโครงการ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขที่ต้นเหตุ เพื่อไม่ให้ต้องโอนงบประมาณในลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี พร้อมหวังว่าการโอนงบครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบบริหารงบประมาณและระบบราชการ ให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ทั้งนี้ ภายหลังสมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ด้วยคะแนนเห็นด้วย 147 เสียง ไม่เห็นด้วย 4 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1