BLOG

'วาระแห่งชาติ' กับ ตำแหน่งนางงามจักรวาล คนที่ 3 ของไทย ?
26 มกราคม 2560 เวลา 17:50 น.
'วาระแห่งชาติ' กับ ตำแหน่งนางงามจักรวาล คนที่ 3 ของไทย ?
'วาระแห่งชาติ' กับ ตำแหน่งนางงามจักรวาล คนที่ 3 ของไทย ?

ตวงพร อัศววิไล

บรรณาธิการอาวุโส Voice News และ ผู้ดำเนินรายการ Intelligence

29 ปีที่รอคอย "มงฯ" จะลงหรือไม่ ???

ท่ามกลาง "วาระแห่งชาติ" หลายๆเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง"การปรองดอง" "น้ำท่วมภาคใต้" "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ" แต่เรื่องที่เบียดสร้างกระแสแรงแซงทางโค้ง คือ การประกวดนางงามจักรวาล ปี 2016  ที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ  ตัวแทนประเทศไทยในปีนี้คือ  "น้ำตาล" "ชลิตา ส่วนเสน่ห์" สาวงามวัย 21 ปี จากจังหวัดสมุทรปราการ  ด้วยส่วนสูง 169 เซนติเมตร ใบหน้าคมเข้ม ตาคม ผิวสีน้ำผึ้ง สามารถแต่งหน้าได้หลาย "ลุค" ดูโดดเด่น มีเอกลักษณ์ แบบสาวเอเซีย  

น้ำตาล ชลิตา เดินทางเป็นตัวแทน "สาวไทย" ไปประกวดในฐานะ "มิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์" โดยนำความมั่นใจไปเต็มเปี่ยม เธอให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปประกวดว่า พร้อมเต็ม 10  เพราะมีการเตรียมตัวทั้งการเรียนภาษา  การออกกำลังกาย การเตรียมการตอบคำถาม  การปรับบุคลิกภาพ เหมือนการเข้า"เรียนหลักสูตรเร่งรัด" เพื่อประกวดนางงามจักรวาลโดยเฉพาะ


"การเตรียมตัวต้องออกกำลังกายให้หุ่น "เป๊ะ" , การพูดและตอบคำถาม ต้องรวบรวมคำถามแต่ละปีให้ครูถามสดๆ , เรียนภาษาทุกวัน เพื่อให้สื่อสารกับเพื่อนนางงามได้ ปรับบุคลิกภาพอย่างเข้มข้น เปลี่ยนลุคจาก "เด็กกะโปโล" ให้เป็นลุก "นางพญา"  นี่คือสิ่งที่น้ำตาล ชลิตาต้องใช้ความมี "วินัย" ทำให้ได้ 


สำหรับประเทศไทยว่างเว้นจากตำแหน่ง"นางงามจักรวาล" มา 29 ปีแล้ว  โดยนางงามจักรวาลคนล่าสุด (คนที่ 2 ของไทย) คือ นางสาวภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ได้ตำแหน่งปี พ.ศ.2531  ก่อนหน้านั้น  22  ปี นางสาวอาภัสรา หงสกุล คว้าตำแหน่ง"นางงามจักรวาลคนแรก" ของประเทศไทยมาครองได้ เมื่อปี พ.ศ.2508

ทำไม "นางงามจักรวาล" ถึงเป็น "วาระแห่งชาติ" ของไทย

การประกวดนางงามจักรวาลในยุคหลัง โดยเฉพาะในยุคที่ "สื่อโซเชียล" มีอิทธิพลมากทำให้ "คนไทย" มีส่วนร่วมมากขึ้น จากเดิมที่ "แฟนคลับนางงาม" มี"กลุ่มเฉพาะ" ก็ขยายวงกว้างขึ้น  จะเห็นได้ชัดว่า "กองประกวดนางงามจักรวาล" มีการปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เน้น "รายได้" จากการ "ขายลิขสิทธิ์"ถ่ายทอดสดไปยังแต่ละประเทศ ขณะนี้ "รายได้"จากสื่อโซเชียล กลายเป็นรายได้ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น  เห็นได้จากการเผยแพร่คลิปผ่าน"ยูทูบ" การเปิดให้โหวตผ่านสื่อโซเชียลและแอพลิเคชันต่าง ๆ  รวมถึงการประกวดรอบแรกที่มีการถ่ายทอดสดผ่านทาง "ยูทูบ" และ "เฟซบุ๊ก ไลฟ์" 

 

การเปิดช่องทางให้โหวตถึง 4 ช่องทาง คือ ผ่านแอปพลิเคชัน , เว็บไซต์ และทวิตเตอร์ ด้วยกฎโหวตได้ 10 ครั้ง/วัน/บัญชี ทำให้ "แฟนนางงาม" มีส่วนร่วมมากขึ้นสำหรับ "แฟนนางงาม"ชาวไทย เห็นได้ชัดว่ามีกระแส "ชาตินิยม" ผูกโยงไปด้วย  โดยมีการนำไปเปรียบเทียบกับ "การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติ" และ "การแข่งขันวอลเลย์บอลทีมชาติ" ที่มีแฟนกีฬาตามเชียร์กันมากมาย ว่า "ประกวดนางงาม" แค่ปีละครั้งขอให้ร่วมด้วยช่วยกันโหวตให้ตัวแทนจากประเทศไทย 

เมื่อเข้าไปสำรวจผลการโหวตผ่าน"ทวิตเตอร์" โดยติดแฮชแท็ค #MissUniverse #Thailand  ก่อนการประกวดรอบแรกจะเริ่มขึ้น พบว่า "น้ำตาล ชลิตา" มีคะแนนทวีตโหวตนำโด่งที่ร้อยละ 56.4  ทิ้งห่างนางงามฟิลิปปินส์เจ้าภาพ ที่ได้คะแนนโหวตร้อยละ 7.2 นางงามอินโดนีเซียร้อยละ 6.2 และนางงามเวเนซูเอลา ร้อยละ 1 .1

 

 

น้ำตาล ชลิตา หน้าเป๊ะ-หุ่นป้ง- สตอรี่โดน 

"น้ำตาล" ชลิตา หรือที่เพื่อนๆ นางงามเรียกว่า "ชาร์ลิง"(Chaling) โดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆนับตั้งแต่ได้รับเชิญไปโปรโมทการประกวดนางงามจักรวาล ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปลายปีที่แล้ว และเมื่อประเทศไทยเปิดตัวชุดประจำชาติ "Jewel of Thailand" ยิ่งที่ทำให้น้ำตาล ชลิตาถูกจับตามอง เพราะเป็นชุดประจำชาติที่ตัดแบบ "เสื้อผ้าชั้นสูง"ประยุกต์งานออกแบบตกแต่งอย่างไทยในพระบรมมหาราชวัง ปักด้วยดิ้นทอง ผสมเพชร"ชวารอฟสกี้" 300,000 เม็ด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 

เมื่อชุดที่ออกแบบตัดเย็บแบบประณีต มีเอกลักษณ์และประวัติความเป็นมา อยู่บนเรืองรางสูงโปร่งของ "น้ำตาล ชลิตา" ทำให้เธอมีลุ้นเป็น "ตัวเก็ง" คว้ารางวัล "เครื่องแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม" ที่แทบจะเป็นรางวัลประจำของนางงามจากประเทศไทย เพราะนางงามจากประเทศไทยคว้ารางวัลนี้ติดต่อกันในปี 2008 ,2009 ,2010 ,2011 และ 2015

นอกจากได้รับคำชมว่า "หุ่นปัง" ตั้งแต่เปิดตัวใน "ชุดว่ายน้ำ" สุดเซ็กซี่ ของกองประกวด "น้ำตาล ชลิตา" ยังได้รับคำชมว่า่ "หน้าเป๊ะ" เพราะ"เครื่องหน้า" ชัด ตาคม รับกับ จมูกโด่ง จึงแต่งหน้าได้หลาย "ลุค" ทั้งสวยหวาน สวยเซ็กซี่  สวยสง่า โดยมีเอกลักษณ์ โดดเด่นแบบสาวเอเซีย

นอกจากนี้ "สตอรี" หรือ "เรื่องราว" ของ "น้ำตาล ชลิตา" ก็ยังได้รับการ "นำเสนอ" เป็นอย่างดี เห็นได้จาก "คลิป" แนะนำตัวของเธอ  น้ำตาล ชลิตา เลือกที่จะเล่า "ชีวิตต้องสู้ของเธอ" ให้กองประกวดฟังว่า เธอต้องทำงานช่วยเหลือคุณแม่ ตั้งแต่อายุเพียง 10 ปี  เมื่อแม่ไปทำงานเธอก็ไปด้วย  หรือบางทีก็ทำงานแทนแม่ เพราะแม่ของเธอต้องทำงานหลายอย่างพร้อมๆกัน 

น้ำตาล ชลิตา เล่าว่า "มีความรู้สึกนึดหนึงว่า ทำไมเราไม่เหมือนคนอื่น ที่ได้ไปเล่น ไปเที่ยว  แต่เราต้องมาทำงาน...แต่ก็เป็นผลดีที่ทำให้เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตั้งแต่เด็กๆ ได้รู้จักการทำงาน ได้เห็นคุณค่าของเงิน..."

น้ำตาลยังแสดงมุมมองว่า "ถ้าอยู่ในจุดที่สามารถช่วยคนอื่นได้ เธออยากช่วยเหลือ "คนจน" เพราะว่าเคยสัมผัสตรงจุดนั้นว่า "ความไม่มี" เป็นอย่างไร"

ต้องยอมรับนี่คือ "เรื่องราว" ที่ถูก"นำเสนอ" เพื่อให้โดนใจกรรมการกองประกวดนางงามจักรวาล เพราะนอกจากเรื่องการ "ช่วยคนจน"แล้ว น้ำตาล ยังตอบคำถามว่าเกี่ยวกับการเรียนในคณะวิทยศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่ามีแรงบันดาลใจจาก เรื่อง "ฝุ่น" ที่เธออยากรู้ว่ามีที่มาอย่างไร  ตั้งแต่ไปช่วยคุณแม่ทำงานเป็น "แม่บ้าน" 

อีกวิสัยทัศน์หนึ่งที่เธอเตรียมแสดงในการตอบคำถามบนเวที หากได้เป็น "นางงามจักรวาล" เธอจะทำอะไร  น้ำตาลเตรียมคำตอบว่า อยากทำโครงการเกี่ยวกับ"เอชไอวี" เพราะเรียน"จุลชีววิทยา" จึงสามารถเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ได้ เพราะขณะนี้โลกยังหาอะไรมาระงับ หรือรักษาโรคนี้ให้หายขาดไม่ได้ ทำได้แค่พยุง จึงอยากศึกษาลงลึก หา "จุลินทรีย์" หรือ "แบคทีเรีย" มาทำวัคซีนฆ่าไวรัสชนิดนี้ให้ได้

นี่คือการเตรียมตัวที่เรียกว่า "มืออาชีพ"มากสำหรับ "นางงาม" ที่ไม่ได้มีโรงเรียนเปิดสอนเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนประเทศ"เวเนซูเอล่า" ที่สาวงามจากประเทศนี้ครองตำแหน่งนางงามจักรวาลมากที่สุด

น้ำตาล ชลิตายอมรับว่า การจะเป็นนางงามจักรวาลคนที่ 65  ต้องไม่ใช่มีเพียงความสวย  แต่ต้องมีความโดดเด่น แตกต่าง มั่นใจ และต้องเป็นตัวแทนผู้หญิงจากทั่วโลกได้  ดังนั้นในช่วงเก็บตัวประกวดนางงามทั้ง 86 ประเทศจึงมีโอกาสที่จะคว้า "มงกูฎนางงามจักรวาล" เหมือนกันหมด

การประกวดรอบแรก หรือ Prelimenery เป็นการอุ่นเครื่อง เก็บคะแนนในการสวมใส่ "ชุดว่ายน้ำ" "ชุดราตรี" และชุดประจำชาติ" ต่อหน้าคณะกรรมการ จากนั้นในวันจันทร์ที่ 30 มกราคม จะเป็นวันประกวดรอบตัดสิน โดยเริ่มจากการประกาศผู้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย

มาช่วยกันลุ้นว่า  29 ปีที่ประเทศไทยรอคอย ...."มงฯ" จะลงที่ "น้ำตาล ชลิตา" หรือไม่

ARCHIVE BLOG

Exclusive Talk 'ทริสตอง โด' ในวันทีชีวิต 'ลงตัว' ทั้ง 'ฟุตบอล' และ 'ความรัก'

Exclusive Talk 'ทริสตอง โด' ในวันทีชีวิต 'ลงตัว' ทั้ง 'ฟุตบอล' และ 'ความรัก'

Exclusive Talk ปี 2559 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เป็นอีกปีที่แฟนฟุตบอลชาวไทยมีความสุขกับ 'ผลงาน'…
ถอดบทเรียน 'พลุแฟลร์' กับ การใช้พลังอย่างสร้างสรรค์ของ 'ผู้เล่นคนที่ 12'

ถอดบทเรียน 'พลุแฟลร์' กับ การใช้พลังอย่างสร้างสรรค์ของ 'ผู้เล่นคนที่ 12'

การแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2016 เกือบปิดฉากลงอย่างสวยสดงดงาม…
คดี 'มือมีดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์' กับปัญหา'เชิงระบบ'ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง

คดี 'มือมีดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์' กับปัญหา'เชิงระบบ'ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเร่งรัดติดตามคดีด้วยตนเอง โดยให้น้ำหนักกับ…
120 วันอันตราย 'สูญญากาศการเมือง' ช่วงมหาอุทกภัย 2554

120 วันอันตราย 'สูญญากาศการเมือง' ช่วงมหาอุทกภัย 2554

คดี "บริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำให้เกิดมหาอุทกภัยปี 2554" ที่ ป.ป.ช. กำลังเริ่มต้นพิจารณา…
ฝันร้าย(อีกครั้ง)...ในวันชาติฝรั่งเศส

ฝันร้าย(อีกครั้ง)...ในวันชาติฝรั่งเศส

14 กรกฎาคม 2016 ต้องถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ ( เลือด) ของฝรั่งเศสว่า เกิดการโจมตีโดย…

THAILAND

'พิภพ' ขออย่าใช้คำว่า 'พธม.ยึดสนามบิน' ชี้ผู้ว่าการท่าฯสั่งปิดเอง
พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม. ขออย่าใช้คำว่า 'พธม.ยึดสนามบิน' เป็นเพียงการไปดักรอนายกฯที่ปฏิบัติหน้าที่ในตอนนั้นเท่านั้น แต่เป็นผู้ว่าการท่าฯที่สั่งปิดสนามบินเอง และละทิ้งผู้โดยสารจนทำให้เกิดความเสียหาย
TOP
NOW :