<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0"><channel><title><![CDATA[Voice TV 21]]></title><description><![CDATA[Voice TV]]></description><link>https://www.voicetv.co.th</link><generator>RSS for Node</generator><lastBuildDate>Wed, 23 Sep 2026 11:09:53 GMT</lastBuildDate><atom:link href="https://www.voicetv.co.th/rss" rel="self" type="application/rss+xml"/><author><![CDATA[Voice TV]]></author><pubDate>Wed, 23 Sep 2026 11:09:52 GMT</pubDate><language><![CDATA[th]]></language><ttl>60</ttl><item><title><![CDATA[รมว.ศึกษาธิการ เปิดสัมมนาชูนโยบาย 'ความปลอดภัยในสถานศึกษา 3 มิติ' เดินหน้ายกระดับมาตรฐาน เฝ้าระวังภัยไซเบอร์ และภัยรอบรั้วโรงเรียน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8yZTBkZmVjZTlkMjIwNWJhZGNmZWQ3NjU4NTFkMzYyZS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดและมอบนโยบายส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษา ในการประชุมเสวนา&nbsp;"ถอดบทเรียนและแนวทางป้องกันความรุนแรง ในสถานศึกษาเพื่อความปลอดภัยของสังคมไทย" ณ ห้องประชุมมังคลอุบล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ชลบุรี&nbsp;</p><p>รมว.ศธ. กล่าวว่า จากเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวครูและนักเรียน และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตการณ์สะเทือนใจ ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของกระทรวงฯ และคนไทยทุกคน</p><p>นโยบายของ ศธ. ในเรื่องของความปลอดภัยในสถานศึกษา ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเป็น 1 ใน 6 นโยบายหลักที่เราให้ความสำคัญ พร้อมวางแนวทางขับเคลื่อนครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่</p><p><strong>ความปลอดภัยภายในรั้วโรงเรียน&nbsp;</strong></p><p>มุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อาคารสถานที่ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ระบบไฟฟ้าที่ชำรุดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุไฟดูด ตลอดจนการคัดกรองบุคคลภายนอกและการสแกนวัตถุอันตรายตามประกาศมาตรการความปลอดภัย 7 ข้อ</p><p><strong>​ความปลอดภัยนอกรั้วโรงเรียน</strong></p><p>การคุ้มครองสวัสดิภาพของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษายามเดินทาง ทัศนศึกษา เข้าค่าย หรือการใช้ชีวิตประจำวันบนท้องถนน</p><p><strong>ความปลอดภัยจากภัยคุกคามที่มองไม่เห็น (ภัยไซเบอร์)</strong></p><p>โดยเตรียมรับมือความท้าทายในยุค AI และออนไลน์สแกมเมอร์ เช่น การหลอกลวงเรียกค่าไถ่ทางออนไลน์ การปลอมเสียงญาติด้วย AI การบูลลี่ ตลอดจนการป้องกันฐานข้อมูลโรงเรียนจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งพบว่าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตกเป็นเป้าหมายสูงสุด</p><p>นอกจากนี้ เพื่อเป็นการ​ขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะยาว รมว.ศธ.ได้เสนอ 3 แนวทางปฏิบัติเชิงรุก ได้แก่</p><p>1. ​การเชื่อมโยงเครือข่ายพื้นที่ ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ฝ่ายปกครอง และตำรวจ โดยใช้เทคโนโลยีระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือ (Cell Broadcast) เข้ามาแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุวิกฤต</p><p>2. ​การยกระดับบุคลากร (Re-skill / Up-skill) โดยการพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและครูให้มีความรู้ด้านกฎหมาย การสังเกตเหตุสงสัย และการปฏิบัติตามมาตรฐาน SOP สากล</p><p>3. ​การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก ทั้งการประเมินความเสี่ยงและฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น แผ่นดินไหว, ไฟไหม้,&nbsp;&nbsp;เหตุการณ์ความรุนแรง, ภัยบัติ ฯลฯ เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะการปกป้องตนเองที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน</p><p>​ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อเป็นกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแลและยกระดับสวัสดิภาพของเด็กนักเรียนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน</p><p>ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/dw197z381</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/dw197z381</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 14:51:33 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 14:37:42 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8yZTBkZmVjZTlkMjIwNWJhZGNmZWQ3NjU4NTFkMzYyZS5wbmc=</url><description>ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดสัมมนาชูนโยบาย &apos;ความปลอดภัยในสถานศึกษา 3 มิติ&apos; เดินหน้ายกระดับมาตรฐาน เฝ้าระวังภัยไซเบอร์ และภัยรอบรั้วโรงเรียนทั่วประเทศ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายกองกำลังชายแดนภาคใต้ ย้ำ 'ดูแลความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น เน้นความร่วมมือจากประชาชน' เดินหน้าสู่สันติสุขชายแดนใต้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC82ZmEwMWRiZTlhMWI0YzllM2Q0MTgyZDFmZjQ1MWY0NS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569  ณ ห้องประชุมกองบังคับการกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายอิงคยุทธ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป  โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานประชุมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนภารกิจไปในทิศทางเดียวกัน ท่ามกลางสถานการณ์ในพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง</p><p>สาระสำคัญของการมอบนโยบายมุ่งให้กำลังพล “ทำงานเชิงรุก เข้าถึงประชาชน และลดเงื่อนไขของความขัดแย้ง” ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุ การดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา และภาคประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับชุมชน</p><p>ในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ การรักษาความสงบไม่สามารถวัดผลได้จากจำนวนเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึง ความรู้สึกปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะเมื่อประชาชนสามารถใช้ชีวิต ประกอบอาชีพ เดินทาง และทำกิจกรรมในชุมชนได้ตามปกติ นั่นคือสัญญาณสำคัญของการเดินหน้าสู่สันติสุข</p><p>พลโท นรธิป  โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลให้ตั้งอยู่บนความถูกต้อง รอบคอบ และเคารพสิทธิของประชาชน พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดูแลพื้นที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด</p><p>เป้าหมายไม่ใช่เพียงการควบคุมสถานการณ์ แต่คือการทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา เศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ อันเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว</p><p>การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของการกำหนดทิศทางการทำงานของกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เดินหน้าควบคู่กันทั้ง “ความมั่นคง การพัฒนา และความไว้วางใจของประชาชน” เพื่อร่วมกันลดความรุนแรง สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และนำพื้นที่ไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน</p><p>ที่มา : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/gqo77wcsT</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/gqo77wcsT</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 14:37:20 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 14:31:17 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC82ZmEwMWRiZTlhMWI0YzllM2Q0MTgyZDFmZjQ1MWY0NS5wbmc=</url><description>พลโท นรธิป  โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำ “ดูแลความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น เน้นความร่วมมือจากประชาชน” เดินหน้าสู่สันติสุขชายแดนใต้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นราธิวาสยกระดับคุมเข้มชายแดน ผนึก 3 ฝ่าย ปิดท่าข้ามผิดกฎหมาย ใช้เทคโนโลยีเสริมกำลัง สกัดลักลอบและการใช้พื้นที่หลบหนีของผู้ก่อเหตุรุนแรง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81ZmYyM2E3MmRjNDQ1NWM3MjkzZTMzM2IwYjkzNjIyMS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมตรวจพื้นที่ชายแดนจังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยมี พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, พันเอก อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย พร้อมด้วยนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร นายด่านศุลกากรในพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ได้แก่ ตากใบ สุไหงโก-ลก และแว้ง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p>โดยในที่ประชุมได้รายงานแผนสกัดกั้นชายแดนของกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย รวมถึงมาตรการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 โดยปัจจุบันได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 100% จัดตั้ง 90 ชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงาน ทั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ รั้วชายแดนเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร และกล้องวงจรปิด (CCTV) กว่า 580 จุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง</p><p>ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ลงเรือลาดตระเวนสำรวจพื้นที่จริงตลอดแนวแม่น้ำสุไหงโกลก ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำธรรมชาติติดต่อกับประเทศมาเลเซีย มีระยะทางกว่า 105 กิโลเมตร การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งประเมินจุดเสี่ยง ตรวจสอบท่าข้าม และติดตามช่องทางที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด รวมถึงการแฝงตัวหรือหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง</p><p>นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า จังหวัดนราธิวาสมีแนวชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียยาวถึง 184 กิโลเมตร โดยเป็นชายแดนทางน้ำประมาณ 105 กิโลเมตร ทำให้มีช่องทางธรรมชาติและท่าข้ามจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย เช่น เนื้อกระบือนำเข้าหลายพันตัน จังหวัดจึงกำหนดมาตรการอย่างชัดเจนว่า หากพบท่าข้ามใดมีการกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการ “ปิดทันทีและปิดถาวร” ขณะเดียวกันยังคงอนุโลมให้ท่าข้ามที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนริมน้ำสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนใช้ช่องทางผ่านด่านศุลกากรอย่างถูกต้อง ได้แก่ ด่านตากใบ ด่านสุไหงโกลก และด่านบูเกะตา</p><p>ส่วนความคืบหน้าการยกระดับมาตรการความมั่นคงว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดได้เสนอโครงการก่อสร้างรั้วชายแดน ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวน 90 ล้านบาท ระยะทาง 12 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการในพื้นที่อำเภอแว้งเป็นจุดแรก เนื่องจากพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า การก่อสร้างรั้วชายแดนชนิดพิเศษที่นำเทคโนโลยีระบบ AI เข้ามาช่วยตรวจจับ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ลดข้อจำกัดด้านกำลังพลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการลาดตระเวนทางน้ำ ในส่วนเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเส้นทางรถไฟ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้บริการกว่า 1,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 14 เที่ยวไป-กลับ โดยขอให้ประชาชนร่วมกันประณามการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และกระทบต่อการเดินทางของประชาชน พร้อมเน้นย้ำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสอดส่องดูแล หากพบสิ่งผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือทหาร เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่</p><p>ด้าน พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนดำเนินการโดยมีกองร้อยป้องกันชายแดนดูแลตลอดแนว โดยเฉพาะพื้นที่ทางน้ำซึ่งมีระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร ขณะที่เมื่อรวมแนวชายแดนทั้งหมดมีระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่รับผิดชอบที่มีขนาดกว้างและมีความซับซ้อน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ใช้กำลังพลควบคู่กับเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม และอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง เช่น ระบบรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในพื้นที่อำเภอตากใบติดตั้งแล้วจำนวน 580 ตัว เพื่อช่วยตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดตามแนวชายแดน ขณะเดียวกันยังเพิ่มการบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภายหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้การเฝ้าระวังและการสกัดกั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากมาตรการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้กำลังพล เครื่องมือ และเทคโนโลยี รวมถึงการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้เส้นทางธรรมชาติหรือพื้นที่ตามแนวชายแดนเป็นช่องทางในการหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน</p><p>การยกระดับมาตรการครั้งนี้ จึงมุ่ง “ปิดช่องโหว่ชายแดน” ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตของประชาชน โดยให้การค้าและการเดินทางเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมสกัดกั้นอาชญากรรมและการใช้พื้นที่ชายแดนเป็นช่องทางของความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดนราธิวาสอย่างยั่งยืน</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/M0qiUbXCf</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/M0qiUbXCf</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 14:30:30 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 14:28:30 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81ZmYyM2E3MmRjNDQ1NWM3MjkzZTMzM2IwYjkzNjIyMS5wbmc=</url><description>นราธิวาสเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงตลอดแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย ระยะทาง 184 กิโลเมตร ผนึกกำลัง 3 ฝ่าย สั่งเดินหน้าปิด “ท่าข้ามธรรมชาติผิดกฎหมาย” ทันทีทุกจุด นำเทคโนโลยีระบบ AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเต็มอัตรา 100%</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ต้อนรับ 'วันสุนัขโลก' กทม. จับมือภาคี ร่วมยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ หนุน 'ทำหมัน-ฉีดวัคซีน-ฝังชิป' คุมสุนัขจรจัดยั่งยืน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8xMjkxYWVjNGVmZjA2ZDRlZDgzMTk3MGQ5N2YzYWQ5Ny5wbmc=/640/330" /></p><p>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานการกุศล “Punthai Mission PAWSIBLE” ต้อนรับ “วันสุนัขโลก” (26 สิงหาคมของทุกปี) โดยมี คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด คุณณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ เจ้าของเพจหมาจ๋า น.สพ.ศิษฏพล เอี่ยมวิสูตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและประชาชนผู้รักสัตว์เลี้ยง เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน</p><p>ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณพันธุ์ไทยที่มีโครงการดี ๆ อย่างนี้ ปัญหาสุนัขจรจัดเป็นปัญหาใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีสุนัขจรจัดกว่า 200,000 ตัว ซึ่ง กทม. ไม่สามารถนำสุนัขทั้งหมดไปเลี้ยงที่ศูนย์พักพิงได้ ดังนั้น หลักการคือถ้าน้องหมาไม่มีปัญหาอะไร (ไม่ดุร้าย) เราต้องทำหมัน ฉีดวัคซีน และปล่อยกลับคืนสู่ชุมชนเป็น "สุนัขชุมชน" เพื่อให้ควบคุมจำนวนประชากรไม่ให้เพิ่มขึ้นและทยอยลดลงตามอายุขัย&nbsp;เว้นแต่หากสุนัขดุร้ายหรือสร้างความเดือดร้อน กทม. จึงจะรับเข้าสู่ศูนย์พักพิงเพื่อดูแลต่อไป</p><p>“ในอนาคตถ้าหากใครอยากจะเลี้ยงสุนัข อยากเชิญชวนให้พิจารณาอุปการะ (Adopt) สุนัขจากศูนย์พักพิงต่าง ๆ เพื่อช่วยลดจำนวนสุนัขจรจัด นอกจากนี้ กทม. ยังมีโครงการสำคัญคือการให้บริการฝังไมโครชิป จดทะเบียนสุนัขฟรี โดยวันนี้ก็จัดมาให้บริการฟรีภายในงานอีกด้วย ขอบคุณพันธุ์ไทย คุณนัท เพจหมาจ๋า ที่มีโครงการดี ๆ ขอให้ทำต่อไป แล้วหวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับน้อง ๆ ที่เราดูแลตลอดไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว</p><p>งานการกุศล "Punthai Mission PAWSIBLE" เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย และเพจหมาจ๋า (Dogplease) เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และยกระดับสวัสดิภาพของสุนัขและแมวจรจัด พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองที่น่าอยู่สำหรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ เวิร์กช็อปวาดภาพ, กิจกรรมดูดวงสัตว์เลี้ยง, Paw VDO Call, บริการฝังไมโครชิป จดทะเบียนน้องหมา และฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าฟรี, การจำหน่ายสินค้าและไอเท็มสำหรับคนรักสัตว์, การเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “พันธุ์ไทย x หมาจ๋า”, บูธมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ และกิจกรรมสอยดาวการกุศล </p><p>พร้อมกันนี้ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) ได้ร่วมออกบูธให้บริการฉีดฝังไมโครชิป จดทะเบียนน้องหมา และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฟรี ผู้ที่สนใจสามารถ Walk-in ได้จำนวน 50 ตัว ถึงเวลา 17.00 น.รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมอุปการะสุนัขและแมวได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;</p><p>#ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #กทม #พันธุ์ไทย #PunthaixDogplease #MISSIONPAWSIBLE</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/IV2G7IE6c</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/IV2G7IE6c</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 13:12:43 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 12:59:56 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8xMjkxYWVjNGVmZjA2ZDRlZDgzMTk3MGQ5N2YzYWQ5Ny5wbmc=</url><description>ผู้ว่าฯ ชัชชาติ  เป็นประธานในพิธีเปิดงานการกุศล “Punthai Mission PAWSIBLE” ต้อนรับ “วันสุนัขโลก” (26 สิงหาคมของทุกปี) กทม. จับมือภาคี ร่วมยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ หนุน &apos;ทำหมัน-ฉีดวัคซีน-ฝังชิป&apos; คุมสุนัขจรจัดยั่งยืน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['วัชระพล' นำถก-รวบรวมข้อมูลช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม จ.น่าน เร่งกำหนดแนวทางให้สอดคล้องความเสียหายแต่ละพื้นที่]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9mOTAxYTg1Y2QwMmEyNDQ5NTY5MWY1YmE3ZTg1NTI4ZC5wbmc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ โครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายจากทุกหน่วยงาน และเร่งแปลงข้อมูลจากพื้นที่ให้เป็นมาตรการช่วยเหลือที่จับต้องได้ โดยมุ่นเน้นการช่วยเหลือเกษตรกรให้ครบทุกมิติ ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ หม่อนไหม ส.ป.ก. สหกรณ์ และสวนยางพารา รวมถึงการปรับพื้นที่และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำและเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง หลังเมื่อวานนี้ (23 ส.ค. 2569 ) ได้ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน ร่วมกับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลุยพื้นที่ประสบอุทกภัย รับฟังปัญหาจากเกษตรกร และติดตามความเสียหายจากสถานการณ์จริง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเกิดจาก “เห็นปัญหา” สู่ “เร่งแก้ทันที” พร้อมกำชับชัด “ไม่รอ ไม่ช้า ไม่ปล่อยให้เกษตรกรเผชิญปัญหาเพียงลำพัง” ให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจความเสียหาย เร่งดำเนินการช่วยเหลือ และเร่งฟื้นฟู โดยใช้ข้อมูลจากพื้นที่จริงเป็นฐาน เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือเกษตรกรอย่างรวดเร็วและตรงจุด</p><p class="ql-align-justify">“เมื่อวานได้เห็นปัญหาจากพื้นที่จริง วันนี้จึงต้องเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริง เร่งสำรวจ เร่งช่วยเหลือ และเร่งฟื้นฟู เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรน่านกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด” นายวัชระพล กล่าว</p><p>&nbsp;</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/QTveNa52V</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/QTveNa52V</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 13:09:06 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 12:53:11 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9mOTAxYTg1Y2QwMmEyNDQ5NTY5MWY1YmE3ZTg1NTI4ZC5wbmc=</url><description>&apos;วัชระพล&apos; รมช.เกษตรฯ นำถก-รวบรวมข้อมูลช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม จ.น่าน พร้อมเร่งกำหนดแนวทางให้สอดคล้องความเสียหายแต่ละพื้นที่ รวดเร็ว ตรงจุด</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รมว.สุริยะ นำทีมเกษตรฯ หารือแนวทางการขับเคลื่อนงานภาคการเกษตร ชูปฏิรูปโครงสร้างเกษตรไทย และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการเกษตรครบวงจร]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wZmYxMGFhMWYyOTE5NmRlNjQ1ZWJkMDM5YjgyNTVkNi5wbmc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดย นายสุนทร เชาว์กิจค้า ประธานคณะกรรมาธิการ โดยมี นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน</p><p class="ql-align-justify">ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของภาคการเกษตรที่สำคัญใน 2 ประเด็น คือ </p><p class="ql-align-justify">1) การปฏิรูปโครงสร้างภาคการเกษตรไทยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร โดยมุ่งเน้นในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ที่ดิน และปัจจัยการผลิต การยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน และการเพิ่มมูลค่าสินค้า การบริหารข้อมูลเกษตรแห่งชาติ และการสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร</p><p class="ql-align-justify">2) การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการเกษตรครบวงจร และการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรของประเทศ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร ผ่านนิคมอุตสาหกรรมเกษตรครบวงจร การเชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป และการส่งออก การสนับสนุน SME ไทยให้อยู่ในห่วงโซ่ของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตร รวมถึงการส่งเสริมสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และภาคเอกชน</p><p class="ql-align-justify"><strong>“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทยให้มีความเข้มแข็ง ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด สามารถแข็งขันได้ในตลาดโลก ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป”</strong> นายสุริยะ กล่าว</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p>&nbsp;</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/8twE0uNND</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/8twE0uNND</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 12:50:46 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 12:42:38 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wZmYxMGFhMWYyOTE5NmRlNjQ1ZWJkMDM5YjgyNTVkNi5wbmc=</url><description>รมว.สุริยะ นำทีมกระทรวงเกษตรฯ หารือแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของภาคการเกษตร ชูแนวทาง : การปฏิรูปโครงสร้างภาคการเกษตรไทย และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการเกษตรครบวงจร หวังยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ก.เกษตรฯ ร่วมเวทีผู้นำระดับสูง UNCCD COP17 ผนึกประชาคมโลก เร่งฟื้นฟูผืนดิน รับมือภัยแล้ง สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81ZGFhMWI2MDJlNjUwYzE4YjU1ZTNjZjdmMmU3ZDA5Ny5wbmc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมระดับสูง (High-Level Opening) ภายใต้การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย สมัยที่ 17 (UNCCD COP17)&nbsp;โดยมี H.E. Mr. Khurelsukh Ukhnaa ประธานาธิบดีแห่งมองโกเลีย เป็นประธานการเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูง ได้แก่ H.E. Ms. Battsetseg Batmunkh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมองโกเลียและประธาน COP17, H.E. Ms. Amina J. Mohammed รองเลขาธิการสหประชาชาติ และ H.E. Ms. Yasmine Fouad เลขาธิการบริหาร UNCCD ตลอดจนรัฐมนตรี หัวหน้าคณะผู้แทน และผู้แทนระดับสูงจากประเทศภาคีทั่วโลกมากกว่า 150 ประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม (Deputy Head of Delegation) นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ Plenary Hall, Blue Zone กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย</p><p class="ql-align-justify">สำหรับการประชุมระดับสูง UNCCD COP17 ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับเจตจำนงทางการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเร่งรับมือกับ การเสื่อมโทรมของที่ดิน การแปรสภาพเป็นทะเลทราย และภัยแล้ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลก อีกทั้ง มองโกเลียได้ผลักดันนโยบายในการอยู่รวมไปกับธรรมชาติ เน้นการจัดการอย่างยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อการทำลายพื้นดิน และการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย เน้นการขับเคลื่อนแบบบูรณาการ การฟื้นฟูผืนดินเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศให้ดี มีความมั่นคงอาหารในประเทศ ภายใต้นโยบาย one goal</p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้สนับสนุนกระบวนการเจรจาพหุภาคีของ UN ยึดหลัก "Avoid Reduce Reverse" (ป้องกัน ลดผลกระทบ ฟื้นฟู) และสนับสนุนแนวคิด Land Degradation Neutrality (LDN) ให้บรรลุภายในปี 2573 โดยคำนึงถึงบริบทเฉพาะของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา การดำเนินงานตามพันธกรณี โดยประเทศไทยขับเคลื่อน LDN โดยสมัครใจ เชื่อมโยงกับความมั่นคงทางอาหาร นโยบาย "เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน" การจัดการภัยแล้งและความเสื่อมโทรมของที่ดิน การบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันภัยแล้ง การฟื้นฟูที่ดินอย่างยั่งยืนผลักดันผ่านกลไก "หมอดินอาสา" กิจกรรมวันดินโลก และที่สำคัญ ไทยเป็นผู้ริเริ่มผลักดันแนวคิด "ทศวรรษแห่งสุขภาพดินของสหประชาชาติ พ.ศ. 2574– 2583 (UN Decade on Soil Health 2031–2040)" ร่วมกับ GSP และ FAO การบูรณาการกับอนุสัญญาสิ่งแวดล้อมอื่น (Rio-Conventions) เชื่อมโยงกับ UNFCCC และ CBD</p><p class="ql-align-justify">“การเข้าร่วมเวทีระดับสูงครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน ความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (Land Degradation Neutrality: LDN) ควบคู่กับการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน (Sustainable Land Management: SLM) การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม การเสริมสร้างสุขภาพดิน และการเพิ่มความสามารถของภาคเกษตรในการรับมือกับภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติม</p><p class="ql-align-justify">ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้มีการปลูกต้นไม้ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติ และการถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันของผู้แทนระดับรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะผู้แทน สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของประชาคมโลกในการฟื้นฟูทรัพยากรที่ดินและระบบนิเวศ เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นต่อไป</p><p>ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/ve0QrYeBa</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/ve0QrYeBa</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 12:42:24 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 12:30:31 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81ZGFhMWI2MDJlNjUwYzE4YjU1ZTNjZjdmMmU3ZDA5Ny5wbmc=</url><description>วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัด ก.เกษตรฯ ร่วมเวทีผู้นำระดับสูง UNCCD COP17 ผนึกประชาคมโลก เร่งฟื้นฟูผืนดิน รับมือภัยแล้ง สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน Restoring Land. Restoring Hope</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['พิพัฒน์' ตรวจความพร้อมทางยกระดับพระราม 2 (มอเตอร์เวย์ M82) ทุกมิติ ก่อนเปิดทดลอง 28 สิงหาคมนี้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9lM2Q4MGJkOGM0MmVmYzc2YTU3Mzk4YmQyYzYxZjgzZS5wbmc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">วันที่ 24 สิงหาคม 2569) เวลา 10.30 น. <strong>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong> พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ตลอดจนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงบางขุนเทียน - เอกชัย - บ้านแพ้ว เพื่อติดตามความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ก่อนเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มเติม ช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว ในที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.</p><p class="ql-align-justify"><strong>นายพิพัฒน์</strong> เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง (ทล.) เร่งรัดโครงการ M82 ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ เตรียมปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตร ตามนโยบาย Quick Win โดยการเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว ต่อเนื่องจาก M82 ช่วงบางขุนเทียน - เอกชัย ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทั้งนี้ จะเปิดให้ใช้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทำให้ประชาชนสามารถใช้ทางยกระดับได้ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียนผ่านเอกชัยถึงบ้านแพ้ว ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระราม 2 และเชื่อมต่อการเดินทางสู่ภาคใต้ได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับการเตรียมความพร้อม ได้กำชับ ทล. ตรวจสอบทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งโครงสร้าง ผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายและเครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมเปิดทดลองให้บริการ โดยบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ รถตรวจการณ์ และรถช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ พร้อมกันนี้ ให้เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรบน M82 และถนนพระราม 2 โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น - ลง และจุดเชื่อมต่อบ้านแพ้ว รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดขึ้น - ลง เงื่อนไขการใช้เส้นทาง และข้อจำกัดด้านความเร็วให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน โดยย้ำให้ความปลอดภัย ความพร้อม และความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน และพร้อมทั้งด้านเส้นทาง บุคลากร การบริหารจัดการจราจร และการช่วยเหลือฉุกเฉินตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ</p><p class="ql-align-justify">นายปิยพงษ์ กล่าวว่า ทล. ได้ดำเนินการตามนโยบายและข้อสั่งการ โดยเร่งตรวจสอบและเตรียมความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการ โดยเฉพาะโครงสร้างทางยกระดับ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ทล.ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้าง (Load Test) โดยอ้างอิงมาตรฐาน AASHTO และใช้น้ำหนักบรรทุกตามที่กฎหมายกำหนด ผลการตรวจวัดพบว่า ค่าการตอบสนองของโครงสร้างอยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด สะท้อนถึงความพร้อมของโครงสร้างในการรองรับน้ำหนักบรรทุกตามเงื่อนไขการออกแบบและการใช้งานที่กำหนด ซึ่งการตรวจวัดครั้งนี้ยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อาทิ เครื่องมือวัดระยะด้วยเลเซอร์ความละเอียดสูง เทคโนโลยี 3D Scanning และอุปกรณ์ตรวจวัดค่าความถี่ธรรมชาติของโครงสร้าง เพื่อเพิ่มความละเอียดในการประเมิน รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลสำหรับติดตามสภาพโครงสร้างและวางแผนบำรุงรักษาในอนาคต ซึ่งผลการทดสอบดังกล่าวเป็นอีกส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนก่อนเปิดทดลองให้บริการ นอกจากการตรวจสอบด้านโครงสร้างแล้ว ทล. ยังตรวจสอบความพร้อมของผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ ป้ายและเครื่องหมายจราจร รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินและบริหารจัดการจราจรในช่วงเปิดทดลองให้บริการ</p><p class="ql-align-justify">สำหรับการเปิดทดลองให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จะเปิดทดลองให้บริการทางยกระดับ M82 เพิ่มเติม ช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร โดยมีทางขึ้น - ลง&nbsp;&nbsp;4 แห่ง ได้แก่ ด่านพันท้ายนรสิงห์ ด่านมหาชัย 1 ด่านมหาชัย 2 และด่านบ้านแพ้ว ส่วนด่านสมุทรสาคร 1 และด่านสมุทรสาคร 2 ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง </p><p class="ql-align-justify">ทั้งนี้ การเปิดทดลองครั้งนี้ฟรี ไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและยังไม่มีการเปิดใช้งานระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม โดยกรมทางหลวงจะดำเนินงานส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามแผน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย เปิดให้บริการ M82 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในปี 2572 ทั้งนี้ เนื่องจากงานก่อสร้างและระบบบริหารจัดการความปลอดภัยต่าง ๆ ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ทล. จึงกำหนดให้รถยนต์ 4 ล้อ ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถบรรทุกและรถโดยสาร ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่คนเดินเท้า รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ทุกขนาดเครื่องยนต์ รถสามล้อ และรถล้อเลื่อนทุกประเภท ไม่อนุญาตให้ใช้ทางยกระดับ M82 โดยยังสามารถสัญจรบนถนนพระราม 2 ด้านล่างได้ตามปกติ</p><p>M82 นับเป็นโครงข่ายสำคัญในการเดินทางและขนส่งจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ ช่วยบรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนพระราม 2 (ทล.35) เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนภาคการผลิต การค้า การลงทุน และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ไปยังเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ ช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ตามแนวเส้นทาง เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/9sAbxBFO7</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/9sAbxBFO7</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 08:32:47 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 08:15:55 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9lM2Q4MGJkOGM0MmVmYzc2YTU3Mzk4YmQyYzYxZjgzZS5wbmc=</url><description>&apos;พิพัฒน์&apos; ตรวจความพร้อมทางยกระดับพระราม 2 (มอเตอร์เวย์ M82) ทุกมิติ ก่อนเปิดทดลอง 28 สิงหาคมนี้ ผลทดสอบโครงสร้างอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เตรียมพร้อมความปลอดภัย - จราจร - เจ้าหน้าที่ เชื่อมโครงข่ายสู่ภาคใต้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['สุริยะ' รมว.เกษตรฯ เผยไม่หนักใจ หากถูกอภิปรายเรื่องการทำงาน ยันพร้อมตอบข้อซักถามในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83N2EwZmVlNzMwNmMwZDExOWI4ZWI3MzU0MTg5MTRmOC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีที่ในวันพรุ่งนี้ (25 สิงหาคม 2569) จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ประกอบกับกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านจะมีการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยนั้น ว่า ยังไม่ทราบว่าทางพรรคฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ แต่ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านมาทั้งการวางกรอบการทำงาน และขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกร และทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าหากฝ่ายค้านมีข้อซักถามในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมจะชี้แจงทั้งหมด และยืนยันว่าไม่มีความหนักใจแต่อย่างใด</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/K72c8KfXC</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/K72c8KfXC</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 08:11:07 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 08:07:33 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83N2EwZmVlNzMwNmMwZDExOWI4ZWI3MzU0MTg5MTRmOC5wbmc=</url><description>&apos;สุริยะ&apos; รมว.เกษตรฯ เผยไม่หนักใจ หากถูกอภิปรายเรื่องการทำงาน ยันพร้อมตอบข้อซักถามในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง หากฝ่ายค้านขอยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรประจำปี ครั้งที่ 2 พรุ่งนี้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รองโฆษกรัฐบาล โต้เฟกนิวส์ ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมน่านพุ่ง 100 ราย เตือนอย่าปั่นข่าวปลอม ซ้ำเติมผู้ประสบภัย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wOGMxZjdmNWUzMzBkMDBiZjljODU4N2E0Yjg0NWUyYy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางโซเชียล อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านกว่า 100 รายว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ถือเป็นข่าวปลอมที่สร้างขึ้น เพียงแค่ต้องการปั่นกระแส นำเอาความสูญเสียของประชาชนมาแลกกับยอดเข้าชม หรือ Engagement</p><p>ทั้งนี้ ล่าสุด มียอดผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดน่าน รวม 4 ราย แบ่งเป็นประชาชน 3 ราย และเจ้าหน้าที่ 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ทีมเฉพาะกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งเสียชีวิตระหว่างลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดน่าน ทั้งนี้ สาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการตรวจวินิจฉัยของแพทย์</p><p><strong>“ขอยืนยันว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดมี 4 ราย ไม่ใช่กว่า 100 ราย ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลที่ไม่ได้ตรวจสอบ เพราะในภาวะวิกฤต ข่าวที่เกินจริงไม่ได้ช่วยผู้ประสบภัย แต่กลับสร้างความตื่นตระหนกและซ้ำเติมครอบครัวผู้สูญเสีย” </strong>รองโฆษกฯ กล่าว</p><p>ขณะที่สถานการณ์จังหวัดน่าน เกิดอุทกภัยระหว่างวันที่ 19–22 สิงหาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ 42 ตำบล 356 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเสียหาย 23,827 ครัวเรือน 67,129 คน โดยขณะนี้ระดับน้ำลดลงในหลายพื้นที่และอยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟู ทั้งการทำความสะอาดพื้นที่และซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย</p><p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า การเฝ้าระวังข่าวปลอมเป็นหนึ่งในข้อสั่งการของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว.&nbsp;ซึ่งได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ กำชับให้ติดตามสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด และเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก พร้อมย้ำว่า รัฐบาลยังคงเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด</p><p><strong>“ในวันที่ประชาชนกำลังเผชิญภัยพิบัติ สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการสร้างภัยซ้ำด้วยข่าวปลอม ขอให้หยุดปั่น หยุดแชร์ข้อมูลที่ไม่จริง และตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานราชการก่อนทุกครั้ง” </strong>รองโฆษกฯ กล่าว</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Vua6nPh7g</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Vua6nPh7g</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 07:50:41 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 07:34:38 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wOGMxZjdmNWUzMzBkMDBiZjljODU4N2E0Yjg0NWUyYy5wbmc=</url><description>รองโฆษกรัฐบาล โต้เฟกนิวส์ ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมน่านพุ่ง 100 ราย เตือนอย่าปั่นข่าวปลอมแลกยอดไลก์ ซ้ำเติมผู้ประสบภัยช่วงวิกฤต</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กรุงไทยผนึกกรมธนารักษ์ เปิดตัว 'Treasury Coin Market' ระบบประมูลเหรียญกษาปณ์ออนไลน์ครั้งแรกของไทย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wMzk1ZDFkOTljOWU3NTVjNmYzN2M1NzM2NTlmZjk5OC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “The Next Generation of Collectible Assets” ว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่สินทรัพย์ในโลกจริงถูกนำเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจสินทรัพย์สะสมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเรื่องราว ประเทศไทยมีต้นทุนสำคัญจากเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึกที่บันทึกเรื่องราวของชาติมาอย่างยาวนาน การเปิดตัว “Treasury Coin Market” จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางประมูล แต่เป็นการวางรากฐานตลาดเหรียญไทยยุคใหม่ที่เข้าถึงได้ โปร่งใส และน่าเชื่อถือ โดยภาครัฐมีบทบาทในการสร้างกติกาและมาตรฐาน เพื่อให้มูลค่าเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมจากกลไกตลาด พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาตลาดรองที่มีราคาอ้างอิงและใบรับรองคุณภาพเหรียญที่น่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงตลาดเหรียญไทยกับตลาดสากล เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางตลาดเหรียญและสินทรัพย์สะสมของภูมิภาค โดยการประมูลครั้งนี้ ได้เปิดประมูลเหรียญกษาปณ์ ราคา 10 บาท ที่ระลึกจากการประชุม Mint Directors Conference ครั้งที่ 16 ในปี 2533 ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่งปิดประมูลไปด้วยราคาสูงสุด 2,540,000 บาท ภายในเวลา 10.39 นาที สะท้อนความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ไทย โดยนำระบบดิจิทัลมาตรฐานสากลของธนาคารกรุงไทย มาช่วยสร้างคุณค่า และสร้างมูลค่าให้กับวัฒนธรรมความเป็นไทย</p><p>นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การเปิดตัว Treasury Coin Market ไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางประมูลรูปแบบใหม่ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มและทุกพื้นที่เข้าถึงคุณค่าของเหรียญไทย ภายใต้กติกาที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ สอดคล้องกับภารกิจของกรมธนารักษ์ในการเพิ่มทั้ง “มูลค่า” และ “คุณค่า” ของทรัพย์สินแผ่นดิน และเพื่อขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว กรมธนารักษ์จึงพัฒนา Coin Market Platform โดยมี Treasury Coin Market เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ ควบคู่กับการประเมินคุณภาพเหรียญ (Coin Grading) การจัดทำฐานข้อมูลเหรียญ และการเผยแพร่องค์ความรู้ โดยนำความเชี่ยวชาญและมาตรฐานด้านเหรียญมาเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการจัดทำข้อมูลและการประเมินคุณภาพเหรียญให้เป็นระบบและมีมาตรฐาน สร้างความน่าเชื่อถือให้ตลาดเหรียญไทย และส่งเสริมการเกิดนักสะสมรุ่นใหม่</p><p>นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product &amp; Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การพัฒนา “Treasury Coin Market” เป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงไทยและกรมธนารักษ์ในการนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีการเงินมายกระดับบริการภาครัฐ ต่อยอดความร่วมมือด้าน Digital Treasury ทั้งระบบประมูลขายทรัพย์สินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ และการเชื่อมโยง D-Value เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวก โปร่งใส และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>ในการพัฒนาระบบ Treasury Coin Market ธนาคารได้ยึดหลัก “Trust by Design” โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้และมาตรฐานของกรมธนารักษ์เข้ากับกระบวนการดิจิทัล ตั้งแต่การยืนยันตัวตน การเสนอราคา การชำระเงิน การคุ้มครองข้อมูล ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อให้ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถต่อยอดรองรับผลิตภัณฑ์เหรียญในอนาคต และนำคุณค่าของทรัพย์สินแผ่นดินมาต่อยอดสู่โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ</p><p>ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงไทยและกรมธนารักษ์ ในการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐ เทคโนโลยี และระบบการเงิน เพื่อยกระดับบริการภาครัฐและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “60 ปี กรุงไทย ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต”</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83MGRhODg3MzMzODEzNjVmOWQ2ZmU3MzFmZDZjZGE2ZS5qcGc=" alt="ประมูลเหรียญกษาปณ์ออนไลน์"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/EeXP6mGzc</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/EeXP6mGzc</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 07:41:43 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 07:11:48 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wMzk1ZDFkOTljOWU3NTVjNmYzN2M1NzM2NTlmZjk5OC5wbmc=</url><description>ธ.กรุงไทยร่วมกับกรมธนารักษ์ เปิดตัว &apos;ระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&apos; นำร่องเปิดประมูลจริงแบบ Live ภายในงาน โดยนำเหรียญกษาปณ์ราคา 10 บาท ปี 2533 เปิดประมูลผ่านระบบ และปิดการประมูลด้วยราคาสูงสุด 2,540,000 บาท ภายในเวลา 10.39 นาที</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['สุรศักดิ์' ปักธงท่องเที่ยวไทยปี 70 พลิกจาก 'จำนวน' สู่ 'มูลค่า' ดันไทยขึ้นแท่น Asia’s No.1 High-Value Destination]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zNThlYTliZjYyYjkwODJkN2Q5NDBmZWRmNmNkMzJjYi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานแถลงทิศทางแผนปฏิบัติการด้านการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำปี 2570 ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” ณ เวทีมวยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร พร้อมประกาศทิศทางยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการแข่งขันด้าน “ปริมาณ” สู่การสร้าง “คุณค่าและมูลค่า” มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Asia’s No.1 High-Value Destination และจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ตลอด 365 วัน</p><p>โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ตลอดจนผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน</p><p>นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ทิศทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะต่อไปจะไม่มุ่งวัดความสำเร็จจาก “จำนวนนักท่องเที่ยว” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับ คุณภาพ มูลค่าทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ และความยั่งยืน โดยนำจุดแข็งของประเทศไทยทั้งด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง (Well-being) วัฒนธรรม อาหาร กีฬา และวิถีชีวิต มาพัฒนาเป็นสินค้าและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก</p><p>พร้อมกันนี้ ได้มอบนโยบายให้ ททท. ยกระดับองค์กรสู่การทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Data-driven Organization นำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยว เพื่อให้การวางแผนการตลาดมีความแม่นยำ สามารถนำเสนอสินค้าและประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้น</p><p>“เราต้องเปลี่ยนจากการถามว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาไทยกี่คน เป็นคำถามว่า นักท่องเที่ยวที่มาไทยได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าเพียงใด อยู่กับเรานานขึ้นหรือไม่ ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ และรายได้จากการท่องเที่ยวกระจายไปถึงประชาชนและชุมชนมากน้อยเพียงใด นี่คือโจทย์สำคัญของการท่องเที่ยวไทยยุคใหม่” นายสุรศักดิ์ กล่าว</p><p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือในรูปแบบ “ทีมประเทศไทย” เชื่อมโยงการทำงานของภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ชุมชน และพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง และทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี</p><p>ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า สำหรับปี 2570 ททท. กำหนดเป้าหมาย “The Winning Goal 2027” โดยตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 กระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองในสัดส่วน 60:40 และผลักดันดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยว (Loyalty) ให้ประเทศไทยติด Top 3 ของเอเชีย</p><p>การดำเนินงานจะขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ “4 แม่ไม้” ประกอบด้วย การปรับสมดุลโครงสร้างตลาด (Rebalance Market Portfolio) ขยายฐานนักท่องเที่ยวไปสู่ตลาดศักยภาพใหม่ อาทิ ยุโรปตะวันออกและลาตินอเมริกา การยกระดับแบรนด์ Amazing Thailand สู่การเป็น Meaningful Destination ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” พร้อมสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ (Shape Experience Platform) ผ่านคาแรกเตอร์ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม”</p><p>ขณะเดียวกัน จะเร่งสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ (Build New Growth Engine) เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy ผลักดัน Well-being Tourism และ Festival Economy รวมถึงกิจกรรมระดับโลก ตลอดจนขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านร่วมกัน (Transform Together) ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบ Tourism Value Intelligence พร้อมเตรียมจัดตั้ง “สถาบันผู้นำด้านการท่องเที่ยว” ในปี 2571 เพื่อพัฒนาบุคลากรและผู้นำรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก</p><p>นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน โดยหัวใจไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งใหม่ แต่คือการนำ “สิ่งที่ประเทศไทยมี” มาเปลี่ยนให้เป็น “สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ” สร้างคุณค่าจากอัตลักษณ์และจุดแข็งของประเทศ เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับความเป็นไทย และเปลี่ยนรายได้จากการท่องเที่ยวให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่กระจายถึงประชาชนในทุกพื้นที่ เพื่อพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ทรงคุณค่า และเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก</p><p>ที่มา : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/OqdbOX4BL</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/OqdbOX4BL</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 06:58:47 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 06:33:30 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zNThlYTliZjYyYjkwODJkN2Q5NDBmZWRmNmNkMzJjYi5wbmc=</url><description>&apos;สุรศักดิ์&apos; รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ปักธงท่องเที่ยวไทยปี 70 พลิกจาก &apos;จำนวน&apos; สู่ &apos;มูลค่า&apos; ดันไทยขึ้นแท่น Asia’s No.1 High-Value Destination</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘พ.ต.อ.ทวี’ ลงพื้นที่ปัตตานี ตรวจ 7-11 ถูกเผา ชี้ขบวนการป่วนกว่าร้อยจุดหวังทำลายเศรษฐกิจ จี้รัฐเปิดใจรับฟังคนในพื้นที่]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iNTk3ZDJhOTZlNzI4OTE5M2M5MDk0MGJjMzNlYmE4YS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะเดินทางลงพื้นที่ร้าน 7-Eleven สาขาบางปู หมู่ 3 ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธปืนครบมือบุกขับไล่ประชาชน ก่อนวางระเบิดเพลิงเผาทำลายเมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศทั่วไปประชาชนยังคงตื่นตระหนก แต่พยายามใช้ชีวิตตามปกติ ขณะที่ผู้นำและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p><p>พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า จากข้อมูลของ กอ.รมน. พบการก่อเหตุรวมกว่า 51 จุด และหากรวมการเผายางอาจมีเกือบ 100 จุด โดยคาดว่าใช้กำลังคนปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 500 คน ซึ่งพฤติการณ์ชี้ชัดว่าทำเป็นขบวนการ</p><p>"เป้าหมายคือต้องการทำลายเศรษฐกิจและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งมีผลกระทบมาก เพราะการพัฒนาเราหวังให้คนภายนอกเข้ามา แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย เศรษฐกิจที่อยู่ได้ทุกวันนี้เป็นเพราะคนในพื้นที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ ปรัชญาสำคัญคือเรื่องของคนชายแดนใต้ ต้องให้คนชายแดนใต้ได้แก้ปัญหาเอง" พ.ต.อ.ทวี ระบุ</p><p>การประเมินความเสียหาย ทีมประกันภัยได้ลงพื้นที่ประเมินทรัพย์สินแล้ว คาดว่าจะทราบผลและรายละเอียดค่าสินไหมทดแทนภายใน 1 เดือน&nbsp;การเยียวยาจากภาครัฐค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยจะเป็นส่วนเพิ่มเติม จากสิทธิและเงินช่วยเหลือเยียวยาที่ภาครัฐดำเนินการตามหลักเกณฑ์ การบูรณาการฟื้นฟู ศอ.บต. จะเร่งประสานหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้สถานประกอบการกลับมาเปิดดำเนินการได้โดยเร็ว</p><p>พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า <strong>ตนไม่อยากไปตำหนิใครเป็นการเฉพาะ แต่ในภาพใหญ่ของประเทศ เหตุการณ์นี้ทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่น</strong></p><p>"การแก้ปัญหาไม่ควรเก็บไว้ที่หน่วยงานเดียว อะไรที่เราทำมาตลอดแล้วสภาพยังเหมือนเดิม เราก็ต้องเปิดใจรับฟังคนอื่น ทางออกคือทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนที่เห็นต่างมาพูดคุยกันว่า รูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่แบบใดจึงจะเหมาะสม ถ้าใช้แค่ความมั่นคงในมิติเดียวไม่ได้ มันต้องเป็นความมั่นคงของประชาชนด้วย"</p><p>ทั้งนี้ ภายหลังการลงพื้นที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี ยังได้เดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุในพื้นที่ อ.ปะนาเระ, อ.สายบุรี และ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/IG-rIykup</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/IG-rIykup</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 06:21:24 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 06:02:31 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iNTk3ZDJhOTZlNzI4OTE5M2M5MDk0MGJjMzNlYmE4YS5wbmc=</url><description>&apos;พ.ต.อ.ทวี&apos; ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนและตรวจสอบความเสียหายร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาบางปู ที่ถูกเผา ชี้คนร้ายเผาป่วนใต้กว่า 90 จุด ทำลายความเชื่อมั่น จี้รัฐทบทวนรูปแบบการแก้ปัญหาความมั่นคงใหม่ เปิดใจรับฟังคนในพื้นที่</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[The Whale พิพิธภัณฑ์รูปทรงวาฬ มิวเซียมกลางอาร์กติกแห่งใหม่ของนอร์เวย์]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zMWYxNDQwZDBkYTQ4M2NlNjdmN2ZjZjUxNjQ5NjY5Ny5wbmc=/640/330" /></p><p>The Whale ตั้งอยู่ที่เมือง Andenes บนเกาะ Andøya ห่างจากอาร์กติกเซอร์เคิลขึ้นไปทางเหนือกว่า 300 กิโลเมตร ใกล้กับประภาคาร Andenes เหตุผลที่เลือกทำเลนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะห่างจากชายฝั่งออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรมีร่องน้ำลึกใต้ทะเลชื่อ Bleiksdjupet ซึ่งเป็นจุดที่กระแสน้ำเย็นอุดมด้วยสารอาหารพัดขึ้นมาจากใต้ทะเลลึก ดึงดูดสัตว์ทะเลจำนวนมากให้เข้ามาหากินใกล้ชายฝั่ง ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นหนึ่งในจุดชมวาฬที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดทั้งปีสามารถพบเห็นวาฬได้หลายสายพันธุ์ เช่น วาฬหัวทุย วาฬหลังค่อม วาฬเพชฌฆาต และวาฬฟิน</p><p>ด้วยตำแหน่งที่อยู่ติดกับแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของวาฬเช่นนี้ ตัวอาคารจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ แต่ยังทำหน้าที่เป็นจุดชมวิวสำหรับดูวาฬในทะเลจริงได้อีกด้วย</p><p>ผู้ออกแบบอาคารนี้คือสตูดิโอสถาปนิกชาวเดนมาร์ก Dorte Mandrup ซึ่งชนะการประกวดแบบนานาชาติในปี 2019 แนวคิดหลักของอาคารคือการทำให้สิ่งปลูกสร้างดูกลมกลืนไปกับภูมิประเทศ เหมือนเนินดินที่ค่อยๆ ยกตัวขึ้นจากพื้น โดยหลังคาโค้งลาดเอียงปูด้วยทางเดินหินสามารถให้ผู้เข้าชมเดินขึ้นไปชมวิวมหาสมุทรนอร์วีเจียนได้แบบพาโนรามา ระหว่างทางยังมีจุดพักผ่อน บ่อน้ำธรรมชาติ และลานแคมป์ไฟ</p><p>ส่วนงานออกแบบนิทรรศการภายในเป็นความร่วมมือกับบริษัท Ralph Appelbaum Associates จากนิวยอร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพิพิธภัณฑ์ระดับโลก โดยผสมผสานวัตถุจัดแสดงทางวิทยาศาสตร์ งานศิลปะ การเล่าเรื่อง และประสบการณ์แบบอินเทอร์แอกทีฟ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิวัฒนาการ ชีววิทยา และพฤติกรรมของวาฬ ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับวาฬที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตั้งแต่ยุคที่ล่าวาฬเพื่อยังชีพ ยุคอุตสาหกรรมล่าวาฬ จนมาถึงยุคปัจจุบันที่เน้นการท่องเที่ยว การวิจัย และการอนุรักษ์</p><p>แนวคิดของ The Whale เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2014 และเดินหน้าจัดประกวดแบบสถาปัตยกรรมนานาชาติในปี 2019 หลังจากนั้นโครงการต้องเผชิญกับความล่าช้าหลายครั้ง กว่าจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐครั้งสำคัญในเดือนพฤศจิกายน 2024 ทำให้การก่อสร้างเดินหน้าใกล้แล้วเสร็จ และในงบประมาณแผ่นดินปี 2026 รัฐบาลนอร์เวย์ยังเสนอเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีกราว 2.1 ล้านยูโร ทำให้ยอดรวมเงินสนับสนุนจากรัฐสำหรับโครงการนี้อยู่ที่ประมาณ 6.4 ล้านยูโร</p><p>The Whale เป็นเจ้าของโดยบริษัท The Whale AS ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2018 โดยมีเทศบาล Andøy เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ร่วมกับผู้ถือหุ้นอื่นอีกหลายราย ทั้งบริษัทท่องเที่ยวและกิจการท้องถิ่น การดำเนินงานประจำวันจะบริหารผ่านบริษัทลูกที่ไม่แสวงหากำไรชื่อ The Whale Drift AS โดยผลกำไรทั้งหมดจะถูกนำกลับมาลงทุนพัฒนาโครงการต่อ ไม่มีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุนของโครงการมาจากทั้งภาครัฐ เทศบาล จังหวัด Nordland รัฐบาลกลาง และภาคเอกชน รวมถึงมูลนิธิธนาคารออมทรัพย์ และหน่วยงานส่งเสริมนวัตกรรมของนอร์เวย์</p><p>The Whale มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2027 โดยภายในอาคารจะประกอบด้วยห้องนิทรรศการหลัก พื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และจุดชมวิวบนหลังคา คาดว่าผู้เข้าชมควรเผื่อเวลาประมาณ 90 นาทีถึง 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินชมแบบไม่เร่งรีบ ตัวอาคารได้รับการออกแบบให้รองรับผู้พิการอย่างครบครัน ทั้งที่จอดรถสำหรับผู้ใช้รถเข็น ห้องน้ำที่เข้าถึงได้ง่าย และที่จอดจักรยานใกล้ทางเข้า</p><p>พื้นที่เมือง Andenes มีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าสนใจตามฤดูกาล ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคมจะมี พระอาทิตย์เที่ยงคืน หรือ midnight sun ส่วนในฤดูหนาวจะเข้าสู่ช่วงราตรีขั้วโลก หรือ polar night ที่มักมองเห็นแสงเหนือได้บ่อยครั้ง ทำให้ The Whale เป็นจุดหมายที่น่าสนใจได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่ในฤดูกาลชมวาฬเท่านั้น</p><p>หลายฝ่ายมองว่า The Whale จะกลายเป็น ‘แลนด์มาร์กทางสถาปัตยกรรม’ ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กับภูมิภาคอาร์กติกของนอร์เวย์ ในทำนองเดียวกับที่สถาปัตยกรรมอย่าง Sydney Opera House หรือ Sagrada Família ทำให้กับเมืองของตัวเอง โดยโครงการนี้ถูกคาดหวังว่าจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาค และสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นบนเกาะ Andøy ไปพร้อมกัน</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9lNzdkYzM1ZTk5ZWQzZGE1OTQ3YzM3MDNkY2M1N2NhZS5wbmc=" alt="The Whale "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iMTg2YmZmOTg0NDJiNTlmZjAxMjA2MDhmNWYyNmRiZS5wbmc=" alt="The Whale "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8yYWYxNWYzMzRlNDk2NzVjZTI3MGJiMzlhZmNiYTI4Mi5wbmc=" alt="The Whale "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83ZGM3ZWZjZWU2MDkyNTEyYWUzYmQzZWI5OTVlNjhiMy5wbmc=" alt="The Whale "><p>อ้างอิงข้อมูลจาก</p><p><a href="https://raai.com/project/the-whale/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://raai.com/project/the-whale/</a></p><p><a href="https://all-things-nordic.com/2025/03/22/the-whale-museum-norway/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://all-things-nordic.com/2025/03/22/the-whale-museum-norway/</a></p><p><a href="https://camd.org.au/norways-whale-museum-opening-2023/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://camd.org.au/norways-whale-museum-opening-2023/</a></p><p><a href="https://www.outlooktraveller.com/News/the-whale-norways-new-arctic-museum-is-set-to-open-in-2027" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.outlooktraveller.com/News/the-whale-norways-new-arctic-museum-is-set-to-open-in-2027</a></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/g62KzIhmd</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/g62KzIhmd</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 05:22:26 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 05:08:15 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zMWYxNDQwZDBkYTQ4M2NlNjdmN2ZjZjUxNjQ5NjY5Ny5wbmc=</url><description>ที่ปลายสุดทางตะวันตกของเกาะ Andøya หมู่เกาะ Vesterålen ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ กำลังจะมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ไม่เหมือนใครผุดขึ้นมาริมชายฝั่ง นั่นคือ The Whale ศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับวาฬและระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งตัวอาคารเองก็ออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายหางวาฬที่กำลังโผล่พ้นผิวน้ำ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[พม. ปิดฉาก 'SDX 2026' ชูความสำเร็จ มหกรรมพัฒนาสังคมระดับชาติ ผนึกกำลัง 131 เครือข่าย ร่วมสร้างอนาคตสังคมไทย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZTVhMDA4NDQ3YjA1MTRlNTEyNzBhMThiYmVlMjZhYS5wbmc=/640/330" /></p><p>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีปิดงานมหกรรมด้านการพัฒนาสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ภายใต้แนวคิด "Co-Creating a Better Society ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน" โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 </p><p>นายกันตพงศ์ กล่าวว่า งานมหกรรม "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ภายใต้แนวคิด "Co-Creating a Better Society ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน" เป็นความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน 131 หน่วยงาน เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ การดำเนินงาน อันเป็นฟันเฟืองที่ประกอบสร้างสังคมที่น่าอยู่ สำหรับคนทุกวัย โดยตลอดทั้ง 3 วันที่ผ่านมา งาน SDX 2026  เราได้เห็นพลังความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด "Co-Creating a Better Society ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัย ไปด้วยกัน" ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่แสดงผลงานสำคัญด้านการพัฒนาสังคมของประเทศ แต่นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการออกแบบอนาคตสังคมไทยร่วมกัน</p><p>สำหรับหัวใจสำคัญของงาน SDX 2026   คือ การพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะคนคือศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศ เมื่อคนมีคุณภาพ มีทักษะ มีโอกาส และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตที่มีคุณภาพ  สังคมไทยย่อมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งจากการเสวนาทางวิชาการที่เข้มข้นในหลากหลายหัวข้อ อาทิ การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่ออนาคตประเทศไทย ,  การผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนอนาคตสังคมไทยที่ยั่งยืน , การดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม และนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสังคมที่เท่าเทียม ทำให้เราเห็นว่า ประเทศไทยยังมีจุดแข็งอีกมาก ที่สามารถต่อยอดพัฒนาได้ และ ทำให้เราได้เห็นความหวัง โอกาสในการพัฒนาประเทศ มุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต ทั้งนี้ ตนเชื่อมั่นว่า ภายใต้พลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ย่อมสามารถสร้างสรรค์ให้สังคมไทยน่าอยู่ได้อย่างแน่นอน</p><p>ในส่วนของ 3 โซนนิทรรศการสำคัญ ทั้ง Co-Protect ระบบคุ้มครองทางสังคม Co-Develop การสร้างโอกาสให้คนไทย และ Co-Create นวัตกรรมและความร่วมมือใหม่ ๆ เราได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เป็นอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 30,000 คน และตลอดระยะเวลาของงาน SDX 2026 เราได้เห็นพลังของการ "ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัย ไปด้วยกัน" อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด นวัตกรรมทางสังคม โมเดลการทำงานร่วมกัน หรือเสียงของประชาชนที่สะท้อนความต้องการจริงในพื้นที่</p><p>นอกจากนี้ เรายังได้เห็นศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ทั้งกลุ่มเด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการโชว์ทักษะ ประสบการณ์ และความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นการเตรียมความพร้อม  ในการพัฒนา เติบโต และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม และการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม เพื่อนำศักยภาพมาใช้ในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น และต่อยอดเป็นพลังสำคัญของประเทศในทุกมิติ</p><p>นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในยุคที่ "องค์ความรู้" ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากร แต่เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศนั้น การรวบรวม ประมวล และต่อยอดองค์ความรู้จากทุกภาคส่วน รวมถึงชุมชน และประชาชน คือหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งในงาน SDX 2026 เราได้เห็นทั้งองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงสู่การปฏิบัติจริง องค์ความรู้ใหม่ๆ การทดลองแนวทางใหม่ๆ การร่วมสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่นำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ และขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ซึ่งตนคาดหวังว่าองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากงาน SDX 2026  จะไม่ได้จบลงที่เวทีกิจกรรม หรือนิทรรศการ แต่กำลังถูกนำไปต่อยอดเป็นแนวทางเชิงนโยบาย โมเดลการทำงานร่วมกัน และนวัตกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ขับเคลื่อนความร่วมมือแบบ Co‑Creation ให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดได้ต่อไป</p><p>"สำหรับปี 2027 จะเป็นปีที่งาน SDX ต้องตอบโจทย์สังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี โครงสร้างประชากร และเศรษฐกิจ ตนคาดหวังว่า The Next Social Development Expo จะไม่ใช่แค่ "งานแสดงผลงาน" แต่จะเป็น "เวทีชี้ทิศทางสังคมไทย" มากขึ้น มุ่งเน้นผลลัพธ์มากขึ้น "เทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาสังคม" จะเป็นหัวใจของงานพัฒนาสังคมมากขึ้น ประกอบกับการขยายความร่วมมือในทุกระดับ จากท้องถิ่น สู่ระดับสากล เพื่อให้เกิดระบบนิเวศการพัฒนาสังคมทุกมิติอย่างยั่งยืน" นายกันตพงศ์ กล่าวย้ำ</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jOTM0MjVmODRjNTJiY2NmZDQxMzMwN2IzNzUxN2MzZS5qcGc=" alt=""><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/w18H982GF</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/w18H982GF</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 04:34:50 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 04:20:47 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZTVhMDA4NDQ3YjA1MTRlNTEyNzBhMThiYmVlMjZhYS5wbmc=</url><description>พม. ปิดฉาก &apos;SDX 2026&apos; ชูความสำเร็จ มหกรรมพัฒนาสังคมระดับชาติ ผนึกกำลัง 131 เครือข่าย ร่วมสร้างอนาคตสังคมไทย พร้อมเดินหน้า &apos;SDX 2027&apos; สู่เวทีชี้ทิศทางสังคมไทย</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[คอมมานโด รวบหนุ่มบัญชีม้าหลอกลงทุนผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อ้างผลตอบแทนสูง เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเพิ่ม สูญ 182,000 บาท]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83NGVlN2E0NDNiYmViMjYwZmU0NzhmYWExZTM2ZTFiNy5wbmc=/640/330" /></p><p>กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และพ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายรังสรรค์หรือบอส อายุ 25 ปี ชาวตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร</p><p>ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ บิดเบือน หรือ ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนฯ”ตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายกที่ 92/2569 </p><p>การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนมกราคม 2569 มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยการติดต่อผู้เสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุนใน “ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม” โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนที่สร้างผลกำไรได้ง่าย เพียงโอนเงินเข้าระบบตามจำนวนที่กำหนด ก็จะได้รับผลตอบแทนหรือเงินปันผลกลับคืนในเวลาไม่นาน ช่วงแรกผู้เสียหายทดลองลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มากและพบว่ามีเงินปันผลหรือผลตอบแทนแสดงอยู่ในระบบ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและคิดว่าเป็นการลงทุนที่ได้ผลจริง</p><p>จากนั้นมิจฉาชีพเริ่มใช้กลวิธีให้ผู้เสียหาย เพิ่มยอดเงินลงทุน โดยอ้างว่า หากต้องการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นต้องลงทุนเพิ่ม หรือทำภารกิจและเติมเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้เสียหายจึงทยอยโอนเงินเพิ่มครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเชื่อว่าจะได้รับเงินก้อนใหญ่กลับคืน เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพกลับอ้างสารพัดเหตุผล เช่น ต้องชำระค่าธรรมเนียม ต้องเพิ่มเงินเพื่อปลดล็อกบัญชี หรือต้องเติมเงินให้ครบตามยอดที่กำหนด จึงจะสามารถถอนเงินลงทุนและเงินปันผลได้ ด้วยความหวังว่าจะได้เงินทั้งหมดคืน ผู้เสียหายจึงพยายามหาเงินมาโอนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด เงินหมดบัญชีจำนวน 182,000 บาท แถมไม่สามารถถอนเงินออกมาได้และติดต่อกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้</p><p>พฤติกรรมของมิจฉาชีพ มิจฉาชีพมักเริ่มจากการติดต่อประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Line หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรและได้รับเงินปันผลสูง ใช้เงินลงทุนไม่มากและสามารถถอนผลตอบแทนได้ง่าย </p><p>จากนั้นจะใช้กลยุทธหลอกล่อด้วยเหตุผลต่างๆ จนผู้เสียหายยอมที่จะลงทุนและเริ่มชักชวนให้ลงทุนมากขึ้น สุดท้ายเมื่อจะถอนเงินคนร้ายอ้างเหตุผลต่างๆ สุดท้ายต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อหวังจะได้เงินคืนและได้ผลตอบแทน สุดท้ายสูญเงิน</p><p>ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายรังสรรค์หรือบอส แอ่นลอย อายุ 25 ปี นั้นหลบหนีอยู่ทางภาคอีสานและกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายรังสรรค์ฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  </p><p>จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เล่น “Telegram” ได้มีคนทักหาแจ้งว่ามีงาน Part time ให้ทำ โดยให้ตนส่งบัญชีธนาคารกรุงเทพให้ เพื่อนำไปใช้เกี่ยวกับคริปโต ได้ค่าตอบแทนบัญชีละ 500 บาทต่อวัน ตนได้ส่งไป 1 บัญชีและได้มาเพียง 1,500 บาท ต่อมาทางนั้นแจ้งว่าบัญชีของตนไม่สามารถใช้ได้ จากนั้นก็ไม่โอนเงินให้ตนแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ตนโดนหมายจับอีกคดีที่ สภ.คลองหลวง จำนวนค่าเสียหายประมาณ 1,000,000 กว่าบาท ไม่คิดว่าตนจะมีคดีนี้อีก เบื้องต้นผู้ต้องหาขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา</p><p>ทั้งนี้ผู้ต้องหาฝากเตือนพี่น้องประชาชน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ ก่อนทำอะไรควรปรึกษาคนใกล้ตัวก่อนที่ทำอะไรที่สำคัญ นอกจากนี้ตำรวจยังฝากเตือนเพิ่มอีกว่า บัญชีของตน อย่าให้คนอื่นใช้เด็ดขาด เพราะคุณไม่ทราบหรอกว่า เขาจะเอาบัญชีคุณไปรับโอนเงินที่ไหน อย่างไร ที่มาที่ไป อาจทำให้คุณโดนคดีโดยไม่รู้ตัว</p><p>ที่มา : ตำรวจไทย</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Fa_uB5tBz</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Fa_uB5tBz</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 03:25:35 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 03:19:18 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83NGVlN2E0NDNiYmViMjYwZmU0NzhmYWExZTM2ZTFiNy5wbmc=</url><description>คอมมานโด รวบหนุ่มบัญชีม้าแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุนผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อ้างผลตอบแทนสูง เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเพิ่ม สุดท้ายสูญเงินหมดบัญชี รวม 182,000 บาท ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายโดนหลอกแบบเดียวกันสูญเงินล้านกว่าบาท</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลปั้น Traffy EDU ยกระดับรับแจ้งเหตุในสถานศึกษา ส่งเรื่องถึงมือผู้รับผิดชอบทันที พร้อมเชื่อม EduPass ปีหน้า]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9hNGU5OWFjNzllYmNhM2U4ZGZlMDk4ZWY2YWRmM2I2Ny5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งยกระดับการคุ้มครองเด็กและความปลอดภัยในสถานศึกษา ด้วยการผลักดันระบบ “Traffy EDU” เป็นช่องทางดิจิทัลรับแจ้งเหตุและปัญหาจากนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อส่งต่อเรื่องถึงหน่วยงานรับผิดชอบอย่างรวดเร็ว และช่วยเหลือได้ตรงจุด</p><p>ทั้งนี้ การเปิดระบบ Traffy EDU เป็นมาตรการที่เชื่อมโยงกับการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีเป้าหมายสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา โดยนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้อย่างเปิดเผยและเข้าถึงง่ายขึ้น ซึ่งในระยะเร่งด่วน ทางกระทรวงศึกษาธิการจะนำระบบนี้ มาเริ่มใช้ก่อน จากนั้นในระยะยาวจะบูรณาการระบบเข้าสู่ Super App “EduPass”</p><p>Traffy EDU จะเป็นช่องทางสำคัญในการช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อสิทธิ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง การใช้ความรุนแรง การคุกคามทางเพศ ยาเสพติด ปัญหาสุขภาพจิต หรือปัญหาอื่นที่เด็ก ครู และผู้ปกครองต้องการความช่วยเหลือ จะเป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้ประสบปัญหากับหน่วยงานรัฐ ทำให้มีการช่วยเหลือ และติดตามแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ</p><p>ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดอบรมออนไลน์แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถรับเรื่อง คัดกรองระดับความเร่งด่วน ประสานหน่วยงาน และติดตามผลได้ตามมาตรฐานเดียวกัน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การรักษาความลับ และความปลอดภัยทางไซเบอร์</p><p>สำหรับแผนในระยะต่อไป จะมีการบูรณาการช่องทางรับแจ้งปัญหาของศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพให้มีศักยภาพมากขึ้น โดย Traffy EDU จะเชื่อมเข้าสู่ Super App “Edu Pass” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ผู้เรียน ครู และบุคลากร สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นผ่าน Digital ID เดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะเชื่อมต่อได้ภายในเดือนมกราคม 2570</p><p>นอกจากนี้ ระบบในอนาคตจะมุ่งพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัยระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กมีความต่อเนื่องมากขึ้น เช่น การประสานด้านสุขภาพจิตและการรักษาพยาบาลกับกระทรวงสาธารณสุข การเชื่อมต่อสวัสดิการสังคมสำหรับครอบครัวที่มีความเปราะบาง รวมถึงการแจ้งเตือนภัยในสถานการณ์รุนแรงผ่านระบบ Cell Broadcast</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Vws7Plv19</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Vws7Plv19</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 03:16:07 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 03:04:44 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9hNGU5OWFjNzllYmNhM2U4ZGZlMDk4ZWY2YWRmM2I2Ny5wbmc=</url><description>รัฐบาลปั้น &apos;Traffy EDU&apos; ยกระดับรับแจ้งเหตุในสถานศึกษา ส่งเรื่องถึงมือผู้รับผิดชอบทันที พร้อมลุยเชื่อมแพลตฟอร์มกลาง EduPass ภายในมกราคมปีหน้า</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[อดีต สว. ซัด 'หมอวรงค์' ปมต้านเงินกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา ชี้ทำลายเกียรติภูมิ จ่อรวมพลยื่นฟ้องศาลทุจริตฯ ศาลรัฐธรรมนูญ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kMDI0NzdlYzZmNjJhZWY0ZjE5ZDg3NjViMTY2YWNlNy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดกาฬสินธุ์ (ชุดปี 2543–2549) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนอดีตสมาชิกรัฐสภา แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเงินสวัสดิการจากกองทุนสำหรับผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรม มุ่งหวังเพียงคะแนนเสียงทางการเมือง และสร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคม</p><p>ศ.ดร.วิบูลย์ เปิดเผยถึงข้อเท็จจริงด้านสถานะของอดีตสมาชิกรัฐสภา โดยยกตัวอย่างกรณีตนเองที่เคยรับราชการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมา 23 ปี ก่อนลาออกมาทำหน้าที่ สว. ทำให้เวลาราชการไม่ครบ 25 ปี จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญข้าราชการ และเมื่อพ้นจากตำแหน่ง สว. อายุเกิน 60 ปี ก็ไม่สามารถกลับเข้ารับราชการต่อได้ ขณะที่ระเบียบปัจจุบันไม่สามารถนับอายุราชการปกติรวมกับเวลาการดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ส่งผลให้อดีต สว. หลายคนที่อุทิศตนตรากฎหมายสำคัญ ต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือยังชีพจากกองทุนฯ เพียงเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งถือเป็นสวัสดิการตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินบำนาญอย่างที่ถูกกล่าวหา</p><p>นอกจากนี้ ศ.ดร.วิบูลย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในต่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต่างมีระบบสวัสดิการตอบแทนอดีตสมาชิกรัฐสภาอย่างสมเกียรติ ขณะที่ นพ.วรงค์ ซึ่งเป็นอดีต สส. และมีสิทธิรับเงินดังกล่าวเช่นกัน กลับออกมาคัดค้านกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้น ทั้งที่หากไม่เห็นด้วยควรใช้กระบวนการเสนอญัตติแก้ไขกฎหมายตามช่องทางรัฐสภาอย่างถูกต้อง พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทางเคลื่อนไหว 3 ข้อ ได้แก่</p><p>ยื่นฟ้องร้อง นพ.วรงค์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือศาลรัฐธรรมนูญ ฐานกระทำการที่อาจขัดต่อกฎหมายและผิดจริยธรรมนักการเมือง</p><p>ผลักดันการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้นับเวลาราชการปกติรวมกับเวลาการดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำหรับการคำนวณบำนาญอย่างเป็นธรรม</p><p>เรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกองทุนอย่างเคร่งครัด หากละเว้นอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157</p><p>ทั้งนี้ ศ.ดร.วิบูลย์ ได้แสดงความขอบคุณบุคคลในแวดวงรัฐสภา อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, นายภราดร ปริศนานันทกุล และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่เข้าใจและร่วมสนับสนุนหลักการของกองทุนสวัสดิการดังกล่าวในการพิจารณางบประมาณที่ผ่านมา</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/FefyBaSug</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/FefyBaSug</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 02:39:20 +0000</updated><pubDate>Mon, 24 Aug 2026 02:25:50 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kMDI0NzdlYzZmNjJhZWY0ZjE5ZDg3NjViMTY2YWNlNy5wbmc=</url><description>ศ.ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา ซัด &apos;หมอวรงค์&apos; ปมต้านเงินกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา ชี้ทำลายเกียรติภูมิ จ่อรวมพลยื่นฟ้องศาลทุจริตฯ ศาลรัฐธรรมนูญ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ผู้ว่าฯ นราธิวาส แถลงสรุป '40 จุด' เหตุป่วนเมือง ยกระดับคุมเข้ม 7 โซน — ฉก.นราธิวาสแจงชัด ฮ.ไร้อาวุธ ไม่ได้ยิงประชาชน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zZjhmZDM0MjcwNDIzNTQ0NmRlNjYyOGU4MTlkNGYyNy5wbmc=/640/330" /></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส รายงาน วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พ.อ.อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และ นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่</p><p>นายบุญช่วย หอมยามเย็น  ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบ 40  เหตุการณ์ ได้แก่</p><p>- วางเพลิง 9 แห่ง</p><p> - ระเบิด 15 แห่ง</p><p> - ก่อกวน เช่น เผายาง/ทำลายกล้อง CCTV 13 แห่ง</p><p> - ลอบยิง 1 แห่ง ใน อ.จะแนะ</p><p>ส่วนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ อาคาร อบต. 4 แห่ง รถยนต์ราชการ 5 คัน รถส่วนบุคคล 4 คัน เครื่องจักรกลหนัก 18 คัน โรงงานรับซื้อไม้ยาง 1 แห่ง และบ้านเรือน 2 หลัง</p><p>ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของ ศอ.บต. พร้อมจัดหาสถานที่ปฏิบัติงานชั่วคราวให้ อบต. ที่ได้รับความเสียหาย โดยย้ายไปให้บริการประชาชนที่ว่าการอำเภอ เพื่อไม่ให้บริการประชาชนหยุดชะงัก </p><p>นอกจากนี้ ได้สั่งยกระดับความปลอดภัย โดยบูรณาการฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ แบ่งพื้นที่ 7 โซน ยกระดับการรักษาความปลอดภัย โดยเน้นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เศรษฐกิจ ทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง โรงงาน และสถานที่สำคัญ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมน่าสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทันที ผู้ว่าฯ 
ขณะที่ ความคืบหน้าด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคลี่คลายทุกคดี ย้ำสอบสวนรอบคอบ ตรวจสอบได้</p><p>พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับให้เร่งรัดการสอบสวน สืบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ รัดกุม และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือประชาชน อย่าเข้าไปในจุดเกิดเหตุ เพราะอาจทำให้วัตถุพยานปนเปื้อนหรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะกระทบต่อการรวบรวมหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ด้าน ฉก.นราธิวาส แจงเหตุ  “ฮ.ยิงประชาชน” ยืนยันไม่เป็นความจริง</p><p>พ.อ.อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ชี้แจงกรณีข่าวที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ไม่มีการนำอาวุธขึ้นเฮลิคอปเตอร์ และไม่มีการยิงใส่ประชาชนตามที่มีการกล่าวอ้าง การนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินทันทีหลังเกิดเหตุ เป็นภารกิจ ลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ เพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน ประสานข้อมูลจุดเกิดเหตุ การตั้งจุดตรวจ–จุดสกัด และช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว</p><p>ส่วนกรณีพบกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์จำนวนมากในหลายจุด เจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปวิเคราะห์ข่าวสารร่วมกับกำลังภาคพื้นดิน โดย ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมีเจตนาไม่ดี พร้อมประสาน 3 ฝ่าย เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี</p><p>อย่างไรก็ตาม จังหวัดนราธิวาสยืนยันเดินหน้าทั้ง รักษาความปลอดภัย ควบคู่การเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และร่วมกันเป็นหูเป็นตาเพื่อความปลอดภัยของทุกคน</p><p>ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/R-8GPkNj1</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/R-8GPkNj1</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 14:25:03 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 14:20:54 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zZjhmZDM0MjcwNDIzNTQ0NmRlNjYyOGU4MTlkNGYyNy5wbmc=</url><description>ผู้ว่าฯ นราธิวาสแถลงสถานการณ์ล่าสุด หลังเกิดเหตุความไม่สงบหลายพื้นที่ช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคม 2569 พบเหตุรวม 40  จุด กระทบทั้งประชาชนและทรัพย์สิน จังหวัดเร่งเยียวยา–ฟื้นฟู พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย แบ่งพื้นที่ 7 โซน คุมเข้มจุดเสี่ยงและพื้นที่เศรษฐกิจ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ สั่ง ศอ.บต. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ–ส่งทีมดูแลถึงพื้นที่ชายแดนใต้ เปิดสายด่วน 1880 ติดตามทุกเคสไม่ให้ตกหล่น]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zY2RhOTNlNGY0OTFmZDc3NzM4ZGMxYzEzOTk5NTA2MS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามและสั่งการด้านความมั่นคงต่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว นายกรัฐมนตรีได้กำชับต่อเนื่องถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งเข้าช่วยเหลือและเยียวยาทุกกรณี ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ครอบคลุมทั้งผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ครอบครัว กลุ่มเปราะบาง และผู้ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ</p><p>ล่าสุด ศอ.บต. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสื่อสารและให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย โดยนำระบบ Case Management มาใช้ตลอดกระบวนการ มี Case Manager ทั้งในภาพรวมและรายกรณี ทำงานเป็นทีมเดียวกับจังหวัด ตั้งแต่การลงพื้นที่ค้นหาและรับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบสิทธิ ติดตามการเข้าถึงความช่วยเหลือ ไปจนถึงการระบุปัญหาอุปสรรค ผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาที่จะแก้ไขให้แล้วเสร็จ</p><p>ขณะนี้ ทีม Rapid Response ระดับจังหวัด 3 ทีมได้ลงพื้นที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมประสานกับผู้รับผิดชอบงานเยียวยาและเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปหาผู้ได้รับผลกระทบ แทนการรอให้ประชาชนเป็นฝ่ายเดินทางมาติดต่อหรือประสานหลายหน่วยงานด้วยตนเอง</p><p>พร้อมกันนี้ ศอ.บต. ได้เปิด สายด่วน 1880 เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิและการช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนโดยตรง ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวสามารถโทรสอบถามและประสานการช่วยเหลือได้ทันที พร้อมเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ระบบ Case Management เพื่อติดตามแต่ละกรณีจนได้รับการช่วยเหลือ</p><p>นอกจากนี้ จะจัดทำ Dashboard แบบ Real Time เพื่อติดตามสถานะการช่วยเหลือเป็นรายกรณี แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สีเขียว ได้รับความช่วยเหลือแล้ว สีเหลือง อยู่ระหว่างดำเนินการ สีส้ม ข้อมูลหรือเอกสารยังไม่ครบ และ สีแดง ยังเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ ทำให้เห็นได้ทันทีว่าเคสใดอยู่ขั้นตอนใด ติดขัดเรื่องอะไร และต้องเร่งแก้ไขจุดใด โดยข้อมูลความคืบหน้าจะนำมาสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้</p><p>“นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนไม่ควรต้องเป็นฝ่ายวิ่งหาหน่วยงานรัฐ แต่รัฐต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหาประชาชน การช่วยเหลือต้องรู้ให้ชัดว่าแต่ละครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างไร มีสิทธิได้รับการเยียวยาอะไร เรื่องอยู่ในขั้นตอนไหน ติดขัดตรงไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบและจะสามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จเมื่อใด เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนจริงและเร็วที่สุด” นางสาวรัชดากล่าว</p><p>ทั้งนี้ การดูแลจะครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาลและฟื้นฟูผู้ได้รับบาดเจ็บ การดูแลครอบครัวและสภาพจิตใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก สตรี และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน ร้านค้า และการประกอบอาชีพ</p><p>ที่มา : &nbsp;สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/iBanmHlbM</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/iBanmHlbM</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 14:26:28 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 14:10:32 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zY2RhOTNlNGY0OTFmZDc3NzM4ZGMxYzEzOTk5NTA2MS5wbmc=</url><description>โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ สั่ง ศอ.บต. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ–ส่งทีมดูแลถึงพื้นที่ชายแดนใต้ เปิดสายด่วน 1880 ติดตามทุกเคสไม่ให้ตกหล่น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ศธ. บูรณาการซ่อมบ้าน-ล้างโรงเรียน-ตั้ง Fix it Center ซ่อมรถ-เครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี หวังฟื้นฟูโรงเรียนและชุมชนทันทีหลังน้ำลด]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83MTE5ZTg1N2RhNGUxYzM0OTIyMTk3M2NkYjg2MWRjOS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร ศธ. ลงพื้นที่น่านเพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ หอประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน</p><p>รมว.ศธ.กล่าวรายงานผลการดำเนินงานช่วยเหลือและเยียวยาของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้</p><p><strong>​สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) </strong>ได้แก่ สพม.น่าน, สพป.น่าน เขต 1 และ เขต 2 ได้ดำเนินการ​ปิดสถานศึกษาเป็นกรณีพิเศษรวม 47 แห่ง ในช่วงวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2569 พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในสถานศึกษาที่ปลอดภัยรวม 13 แห่ง และตั้งโรงครัวสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือสำหรับทำความสะอาดโรงเรียนทั้ง 3 เขต รวม 1,046,520 บาท ทั้งนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายอาคารเรียนและสื่อการเรียน หากโรงเรียนใดยังไม่พร้อม ให้ปรับรูปแบบเป็นการเรียนการสอนตามความเหมาะสม
​</p><p><strong>สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) </strong>ได้จัดส่งกำลังพลจิตอาสา แจกจ่ายถุงยังชีพ 1,500 ถุง พร้อมจัดทำอาหารจาก "ครัวอาชีวะอาสา" วันละ 1,000 กล่องต่อวัน โดยได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่, พิษณุโลก, เชียงราย และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์
ที่สำคัญคือ ได้จัดตั้ง​ศูนย์ Fix it Center 26 ศูนย์ เพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือทำการเกษตร ฟรี กระจายตั้งศูนย์ซ่อมแซมช่วยเหลือในอำเภอต่าง ๆ ได้แก่ ​อำเภอปัว 13 แห่ง ​อำเภอเวียงสา 10 แห่ง ​อำเภอท่าวังผา  อำเภอสันติสุข และอำเภอเมืองน่าน อำเภอละ 2 แห่ง
​</p><p><strong>สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดน่าน (สกร.) </strong>จัด​จิตอาสาฟื้นฟู ซ่อม-สร้าง-ล้าง พร้อมนำเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าปฏิบัติงาน โดยประสานจิตอาสา สกร. ทั่วประเทศ 80 คน ลงพื้นที่ล้างทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเรือน/สถานศึกษา ใน อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอเวียงสา และอำเภอภูเพียง (22 – 24 ส.ค. 2569)  พร้อมประสาน สกร.จังหวัดเชียงราย สนับสนุนถุงยังชีพอีก 1,000 ถุง เพื่อแจกจ่ายให้แก่ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชน
​</p><p><strong>สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน ​เป็นศูนย์ประสานงานและรายงานผล </strong>ทำหน้าที่ประสานข้อมูลความเสียหายของทุกสังกัด รายงานผลประจำวันต่อผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ศึกษาธิการภาค 16 ผู้ตรวจราชการ และปลัดกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
</p><p>ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/lJlT701jK</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/lJlT701jK</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 13:57:23 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 13:37:28 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83MTE5ZTg1N2RhNGUxYzM0OTIyMTk3M2NkYjg2MWRjOS5wbmc=</url><description>&apos;ประเสริฐ จันทรรวงทอง&apos; รมว.ศธ.  ลงพื้นที่น่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย เร่งบูรณาการซ่อมบ้าน-ล้างโรงเรียน-ตั้ง Fix it Center ซ่อมรถ-เครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี หวังฟื้นฟูโรงเรียนและชุมชนทันทีหลังน้ำลด</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[iLaw จัดอีเวนต์ใหญ่ 'ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.' คนดัง-สว.-สว.สำรอง-ทวี สอดส่อง และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมเข้ารับฟัง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC85Y2FhNzc0Y2EwNTRkZGE0NzE3YTlkMWExNDAyYjA3MS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ ว่า iLaw จัดงานเสวนาและบรรยายสดครั้งสำคัญในหัวข้อ "ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว." เพื่อคลี่คลายทุกปมปัญหาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลัก เลกเชอร์สดคลี่ทุกปมเลือก สว. , การบรรยายหลักโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw และผู้ร่วมเสวนาและผู้สมัคร สว. อาทิ นางสาวเพียรพร ดีเทศน์ (ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อมฯ) และ นางสาวหทัยรัตน์ พหลทัพ (ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชนฯ) ดำเนินการรายการโดย ติ่งข่าว-สมภพ รัตนวลี และ จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ มีประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน&nbsp;</p><p>ภายในงานมี สว.สุนทร พฤกษพิพัฒน์ และ สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ , นายพลรักษ์ รักษาพล ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา, นายปราบ เลาหะโรจนพันธ์ อดีตนักกิจกรรมกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD) , นายเติร์ด-รัฐภูมิ เลิศไพจิตร อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาชน ฯลฯ รวมถึงมีกลุ่ม สว.สำรอง เข้าร่วมรับฟังข้อมูลการบรรยายด้วย</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wZmQyOGI3NWFkN2Q2NDljNDVkYTkzODU3MTk3MzgyNC5qcGc=" alt="S__29941767.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iNmI3N2JhNTM0NWIwZDQ2NDc4NzFmMjlmYWY5ODZiYS5qcGc=" alt="S__29941781.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81MGI0MTJmYmY5NTJlNTA1NzAxYjI1MWY1ZDAyMGM2My5qcGc=" alt="เลือก สว"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Bm_-Q99lB</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Bm_-Q99lB</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 13:32:56 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 13:21:39 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC85Y2FhNzc0Y2EwNTRkZGE0NzE3YTlkMWExNDAyYjA3MS5wbmc=</url><description>iLaw จัดอีเวนต์ใหญ่ &quot;ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.&quot; คนดัง-สว.-สว.สำรอง-ทวี สอดส่อง และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมเข้ารับฟังข้อมูลภายในงาน พร้อมให้กำลังใจ &quot;ยิ่งชีพ&quot;</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['วัชระพล' ลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน อ.ปัว สำรวจความเสียหายแปลงเกษตร เร่งสรุปข้อมูลเดินหน้าเยียวยา ย้ำต้องตรงจุด ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iMjA5ODg2ZGJkMDE1MjZmZjBhZTMyMjY5NzgzZmYyMi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์﻿ ลงพื้นที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การลงพื้นที่ครั้งนี้ เน้นการสำรวจความเสียหาย และรับฟังปัญหาจริงจากพี่น้องเกษตรกร เพื่อเร่งจัดทำสรุปข้อมูลสำหรับวางมาตรการฟื้นฟูเยียวยา ที่ตรงจุดและครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ</p><p>นายวัชระพล ชี้แจงว่า งานชลประทาน (เร่งด่วน) นั้น กรมชลประทานได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือและเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่มาหลายวันต่อเนื่อง เพื่อเร่งซ่อมแซมคันดิน คันกั้นน้ำ และฝายต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหาย ให้กลับมาใช้งานรองรับน้ำและส่งน้ำได้โดยเร็วที่สุด</p><p><strong>ด้านพืช :</strong> ได้เร่งสำรวจพื้นที่แปลงปลูกทั้งข้าว พืชไร่ และพืชสวน พืชผล เพื่อเตรียมการสนับสนุนปัจจัยการผลิต พันธุ์พืช และการเยียวยา</p><p><strong>ด้านประมงและปศุสัตว์ :</strong> ติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ประกอบอาชีพการประมง ทั้งเรื่องเสบียงสัตว์ พืชอาหารสัตว์ และการฟื้นฟูแหล่งน้ำ</p><p><strong>พื้นที่ ส.ป.ก. : </strong>ดูแลพี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างทั่วถึง เพื่อให้ได้รับสิทธิและการเยียวยาอย่างเป็นธรรม</p><p>นายวัชระพล ยืนยันว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมยืนเคียงข้าง และเร่งรัดทุกมาตรการเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวน่านสามารถกลับมาฟื้นตัวและดำเนินวิถีชีวิตได้อย่างมั่นคง</p><p>ขณะเดียวกัน ในการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ในจังหวัดน่านครั้งนี้ นายวัชระพล ยังได้ร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำที่ศาลากลางจังหวัดร่วมกับนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะลงพื้นที่ไปชุมชนต่าง ๆ ในอำเภอปัว เพื่อมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบภัย และสำรวจพื้นที่แปลงเกษตร และปศุสัตว์ของเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย อาทิ บ้านขอน, สะพานบ้านร้องแง เป็นต้น</p><p>นอกจากนั้น ในวันพรุ่งนี้ (24 ส.ค.2569) นายวัชระพล มีกำหนดเดินทางไปยังโครงการชลประทานน่าน ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน เพื่อพูดคุยกับเกษตรกร และประชาชนที่ประสบอุทกภัย ถึงแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และสำรวจความเสียหาย เพื่อเตรียมการเยียวยาต่อไป</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iY2Q2NGI4YmE4NTRkMWNiZjgzOWMxMDFlZWNkNzQ2OC5qZmlm" alt="วัชระพล.png"><p>ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์﻿</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/z7h32oHcv</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/z7h32oHcv</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 14:07:35 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 12:41:39 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iMjA5ODg2ZGJkMDE1MjZmZjBhZTMyMjY5NzgzZmYyMi5wbmc=</url><description>&apos;วัชระพล&apos; รมช.ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน สำรวจความเสียหายแปลงเกษตรจากอุทกภัย เร่งสรุปข้อมูลเดินหน้าเยียวยา - ย้ำต้องตรงจุด-ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ประกาศเลื่อนปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 ในภารกิจฉางเอ๋อ 7 ออกไปประมาณ 1 เดือน NARIT ระบุการเลื่อน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ CE-7 MATCH ของไทย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZDQ1NjQ0ZmJkY2RjMGMwNzc2NDAyOTM4M2NjZWZlYS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT เผยได้รับแจ้งการปรับกำหนดการปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 เพื่อนำส่งยานอวกาศฉางเอ๋อ 7 พร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH ขึ้นสู่อวกาศ จากเดิมวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ออกไปอีกประมาณ 1 เดือน ตามข้อมูลล่าสุดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากองค์การอวกาศแห่งชาติจีน เนื่องจากพายุโซนร้อนนาร์รา</p><p>ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ภารกิจอวกาศเป็นภารกิจที่มีความคาดหวังและความท้าทายสูง จึงจำเป็นต้องมั่นใจว่าสภาวะและองค์ประกอบต่าง ๆ มีความพร้อมและเอื้ออำนวยต่อภารกิจสูงที่สุด แม้การเลื่อนกำหนดการออกไปอาจทำให้ต้องรอนานขึ้น แต่ในบางครั้งก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภารกิจประสบความสำเร็จได้มากที่สุด</p><p>ขณะนี้ จรวดลองมาร์ช 5 Y14 ได้ประจำการอยู่ที่ฐานปล่อยของศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายในบรรทุกยานอวกาศฉางเอ๋อ 7 ซึ่งมีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH ที่ออกแบบและพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ยังคงติดตั้งอยู่กับยานและอยู่ในสถานะพร้อมสำหรับภารกิจ และการเลื่อนการปล่อยจรวดในครั้งนี้ไม่ได้มีผลกระทบแต่อย่างใดต่อภารกิจวิทยาศาสตร์ของ CE-7 MATCH</p><p>การเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนนาร์ราก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ เป็นอุปสรรคต่อการปล่อยจรวด ประกอบกับจำเป็นต้องคำนวณช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปล่อย (Launch Window) ใหม่ เนื่องจากภารกิจฉางเอ๋อ 7 มีเป้าหมายลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ต้องอาศัยการทำมุมที่เหมาะสมระหว่างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ทำให้ช่วงเวลาสำหรับการปล่อยครั้งถัดไปอาจต้องเลื่อนไปอีกประมาณ 1 เดือน</p><p>ระหว่างรอกำหนดการปล่อยใหม่ NARIT ยังคงเดินหน้ากิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับภารกิจฉางเอ๋อ 7 และ CE-7 MATCH ทั้งเรื่องการพัฒนาอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การเตรียมความพร้อมก่อนการปล่อย และเรื่องราวเบื้องหลังภารกิจ ผ่านกิจกรรมและช่องทางออนไลน์ของ NARIT ได้แก่ เกมตอบปัญหา Thailand CE-7 Moonshot Challenge ทำความรู้จักภารกิจฉางเอ๋อ 7 และ CE-7 MATCH ผ่านคลิปสั้นและแบบทดสอบออนไลน์ </p><p>สำหรับการถ่ายทอดสดการปล่อยจรวด NARIT จะประกาศวัน เวลา และรายละเอียดอีกครั้ง เมื่อได้รับการยืนยันกำหนดการใหม่อย่างเป็นทางการ โดยยังคงสามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ</p><p>CE-7 MATCH (Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope) เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมพัฒนาภายใต้ความร่วมมือไทย-จีน ในโครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) เริ่มต้นจากการพัฒนาโจทย์วิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของภารกิจฉางเอ๋อ 7 ก่อนผ่านการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติที่จะส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์ มีภารกิจเพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิก หรืออนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เพื่อทำความเข้าใจปริมาณรังสีต้นกำเนิด และกระบวนการเกิดรังสีที่อาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในอนาคต โดยเฉพาะการวางรากฐานองค์ความรู้สำหรับการสำรวจอวกาศระยะยาวและการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์</p><p>สำหรับประเทศไทย จึงนับเป็นครั้งแรกที่อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทยจะได้เดินทางออกจากโลกเพื่อร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับนานาชาติ เป็นผลจากการพัฒนาโจทย์วิทยาศาสตร์ การออกแบบ สร้าง ประกอบ และทดสอบโดยทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ตลอดจนความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ</p><p>ติดตามข้อมูลและกิจกรรมเกี่ยวกับ CE-7 MATCH ได้ทางช่องทางของ NARIT</p><div class="facebook" ></div><p>ที่มา : NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/MoJu7X8K-</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/MoJu7X8K-</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 12:38:57 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 12:06:40 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZDQ1NjQ0ZmJkY2RjMGMwNzc2NDAyOTM4M2NjZWZlYS5wbmc=</url><description>ประกาศเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 ในภารกิจฉางเอ๋อ 7 ออกไปประมาณ 1 เดือน ﻿NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุการเลื่อน ไม่ได้มีผลเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH ของไทย</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ปลัด อว. ยืนยัน ยังไม่เสนอโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งศาสตราจารย์ กรณีข้อร้องเรียนผลงานทางวิชาการบุคลากร มช. เหตุยังรอข้อมูลตรวจสอบเพิ่มเติมจาก มช.]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jNGE5YWM1MjJkOTFmMjBjMGNiYzlhZWJhNzE1MzIzYi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อร้องเรียนกรณีการขอตำแหน่งศาสตราจารย์ของบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า ขณะนี้กระทรวง อว. ยังไม่ได้เสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลดังกล่าวให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นด้านจริยธรรมการวิจัยและการได้มาซึ่งผลงานทางวิชาการ ซึ่งจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วนก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป</p><p>ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ได้มีหนังสือถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อขอให้จัดส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ยังไม่ได้รับข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p><p>ทั้งนี้ การตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงการพิจารณาว่ามีการกระทำผิดจริยธรรมการวิจัยหรือไม่ ตลอดจนการดำเนินการทางวินัยหรือการลงโทษ เป็นอำนาจและหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะต้นสังกัด โดยกระทรวง อว. จะดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง</p><p>ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับ จริยธรรมการวิจัย เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างองค์ความรู้และการทำงานด้านวิชาการ หากงานวิจัยและผลงานทางวิชาการขาดความถูกต้องหรือไม่เป็นไปตามหลักจริยธรรม ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ</p><p>“ยืนยันว่ากระทรวง อว. จะดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม และยึดหลักเกณฑ์ทางวิชาการและกฎหมายเป็นสำคัญ โดยจะยังไม่มีการเสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จนกว่าจะมีข้อมูลและผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอ” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/aPWesh4UM</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/aPWesh4UM</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 12:06:26 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 11:50:31 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jNGE5YWM1MjJkOTFmMjBjMGNiYzlhZWJhNzE1MzIzYi5wbmc=</url><description>ปลัด อว. ยืนยัน ยังไม่เสนอโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งศาสตราจารย์ กรณีข้อร้องเรียนผลงานทางวิชาการบุคลากร มช. เหตุยังรอข้อมูลตรวจสอบเพิ่มเติมจาก มช. ย้ำหากผลสอบจริยธรรมการวิจัยยังไม่ชัดเจน ไม่สามารถเสนอแต่งตั้งได้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ ลงพื้นที่น่าน สั่งเร่งช่วย-ฟื้นฟู กำชับเตือนมวลน้ำล่วงหน้า ย้ำ 'อย่ารอให้น้ำมาถึง' เตรียมพื้นที่ท้ายน้ำรับมวลน้ำทันที]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81MDdhZjI2N2Y2ZGNkYzM5MmE0Yjg0NjQ0ODRhYTI0Yi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมประชุมผ่านระบบออนไลน์กับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง</p><p>นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต และกำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่านตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง แม้สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ดังนี้</p><p>1. การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่</p><p>ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือประชาชน พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอเมืองน่าน อำเภอเวียงสา และพื้นที่ลุ่มต่ำ เร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า ประปา และพื้นที่การเกษตรในจุดที่น้ำลดแล้ว</p><p>2. การติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศ</p><p>ให้กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ติดตามปริมาณฝนในจังหวัดน่านและพื้นที่ต้นน้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก และแจ้งข้อมูลให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือ</p><p>3. การติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ</p><p>ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ประเมินปริมาณและทิศทางมวลน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองน่านและพื้นที่ท้ายน้ำ หากทราบว่ามวลน้ำกำลังจะไปถึงพื้นที่ใด ให้แจ้งเตือนทันที ไม่ต้องรอให้น้ำมาถึง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว ยกของ ย้ายรถ และเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง และให้ทุกหน่วยงานเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ เส้นทางอพยพ และพื้นที่ปลอดภัยให้พร้อม เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง</p><p>4. การเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม</p><p>ให้กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานเครือข่ายในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนและเตรียมอพยพประชาชนได้ทันท่วงที</p><p>5. การฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน</p><p>ให้กระทรวงคมนาคมเร่งสำรวจเส้นทาง สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบ หากมีดินโคลนหรือสิ่งกีดขวาง ให้ระดมเครื่องจักรเปิดเส้นทางโดยเร็ว พร้อมประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ใช้ได้และเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง</p><p>6. การแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป</p><p>ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดน่าน เสนอคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน</p><p>นายกรัฐมนตรียังได้กำชับจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดตอนล่างที่อยู่ในเส้นทางมวลน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำยม พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดที่เคยน้ำท่วมซ้ำ ให้เตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งระบบป้องกันและระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เรือ เจ้าหน้าที่ ศูนย์พักพิง และเส้นทางอพยพ ไม่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงเข้าไปแก้ไข</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า “พื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งฟื้นฟู พื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือน ส่วนพื้นที่ท้ายน้ำที่มวลน้ำกำลังจะไปถึง ให้เตรียมรับตั้งแต่ตอนนี้” พร้อมกำชับทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเป็นเอกภาพ ยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ อะไรที่ดำเนินการได้ให้ทำทันที หากเรื่องใดติดขัดหรือเกินกำลังพื้นที่ให้รายงาน เพื่อรัฐบาลจะได้สนับสนุนอย่างเต็มที่</p><p>สุดท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการเยียวยา ขอให้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยระบบการลงทะเบียนต้องรวดเร็ว ไม่ล่าช้า และนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อลดปัญหาด้านเอกสาร นอกจากนี้ ขอให้การจัดหาอาหารเน้นคุณภาพ ปริมาณเหมาะสม และจัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p>สำหรับสถานการณ์อุทกภัย จังหวัดน่านมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 18–21 สิงหาคม 2569 โดยพื้นที่ตำบลภูคา อำเภอปัว มีปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงถึง 367 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินสไลด์อย่างรุนแรง มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่แม่น้ำน่าน กระทบพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจตั้งแต่อำเภอปัว ท่าวังผา เมืองน่าน ภูเพียง จนถึงเวียงสา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 7 อำเภอ 42 ตำบล 356 หมู่บ้าน/ชุมชน 23,827 ครัวเรือน 67,129 คน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ความเสียหายครอบคลุมด้านคมนาคม สาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข และการเกษตร</p><p>จังหวัดน่านบริหารสถานการณ์ภายใต้ระบบ Single Command โดยมีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเป็นศูนย์กลางบูรณาการทุกภาคส่วน พื้นที่ที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤตเน้นการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งเข้าสู่การฟื้นฟูทันที เพื่อหมุนเวียนกำลังและทรัพยากรไปยังพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง</p><p>ทั้งนี้ จังหวัดได้เร่งประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถใช้กลไกงบประมาณช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ ได้แก่ ค่าเครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องนอน รวม 6,700 บาท เป็นลำดับแรก ส่วนความเสียหายด้านที่อยู่อาศัยและเครื่องมือประกอบอาชีพจะดำเนินการในลำดับต่อไป พร้อมกำหนดสำรวจความเสียหายและประชุม กชภอ. ให้แล้วเสร็จภายใน 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินเยียวยาให้แล้วเสร็จภายใน 1 กันยายน 2569</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/kOT5B9wLp</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/kOT5B9wLp</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 11:41:10 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 11:30:12 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81MDdhZjI2N2Y2ZGNkYzM5MmE0Yjg0NjQ0ODRhYTI0Yi5wbmc=</url><description>นายกฯ ลงพื้นที่น่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย สั่งเร่งช่วย-ฟื้นฟู กำชับเตือนมวลน้ำล่วงหน้า ย้ำ &apos;อย่ารอให้น้ำมาถึง&apos; เตรียมพื้นที่ท้ายน้ำรับมวลน้ำทันที</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลยกระดับ JIC น่าน เป็นศูนย์กลางประสานความช่วยเหลือ จับคู่สิ่งของตามความต้องการจริง ลดของล้น–ซ้ำซ้อน ส่งต่อถึงผู้ประสบภัยตรงจุด]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wYzgzOTAzNzk3ODA0YzU0ZDgwMGJjODYxZGQ5NjYyMC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ และต้องการให้ความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนส่งถึงมือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ต่อยอดการทำงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จังหวัดน่าน (JIC น่าน) จากการเป็นศูนย์รวบรวมและรายงานสถานการณ์ ให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลความช่วยเหลือ รวบรวมความต้องการจากพื้นที่ และเชื่อมต่อไปยังภาคเอกชน หน่วยงาน และประชาชนที่พร้อมให้การสนับสนุน เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดต้องการสิ่งของประเภทใดและในปริมาณเท่าใด</p><p>ในช่วงเกิดภัยพิบัติมักพบว่า สิ่งของบริจาคบางประเภทมีจำนวนมากเกินความต้องการในบางพื้นที่ ขณะที่สิ่งของจำเป็น โดยเฉพาะวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร ต้องเติมอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงมุ่งจัดระบบข้อมูลและการส่งต่อความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยให้ JIC น่าน รวบรวมความต้องการจากศูนย์พักพิงและโรงครัวกลางเป็นรายวัน ล่าสุดข้อมูลวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โรงครัวกลางแจ้งความต้องการวัตถุดิบเพิ่มเติม ได้แก่ เนื้อไก่ ข้าวสาร ผักสด เครื่องปรุงรส และภาชนะบรรจุอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งของที่มีการใช้ทุกมื้อและหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว</p><p>“ทุกน้ำใจมีคุณค่า แต่ในสถานการณ์ภัยพิบัติ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ความช่วยเหลือตรงกับสิ่งที่ประชาชนกำลังต้องการในเวลานั้นมากที่สุด JIC น่าน จึงเข้ามาช่วยเชื่อมข้อมูลระหว่างพื้นที่กับผู้ที่ต้องการสนับสนุน เพื่อให้รู้ว่าของอะไรขาด ที่ไหนต้องการ และควรส่งไปจุดใด ลดทั้งปัญหาของล้นในบางจุดและของขาดในอีกจุดหนึ่ง” รองโฆษกฯ กล่าว</p><p>JIC น่าน จะมีการอัปเดตข้อมูลความต้องการวันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 16.00 น. จึงขอแนะนำภาคเอกชน องค์กร และประชาชนที่ประสงค์สนับสนุนสิ่งของ ตรวจสอบรายการความต้องการล่าสุดจากช่องทางทางการก่อนจัดส่ง เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการสิ่งของและการขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ แนวทาง “จับคู่ของบริจาค” เป็นการอธิบายบทบาทการประสานข้อมูลของ JIC น่าน ไม่ใช่การจัดตั้งศูนย์แห่งใหม่ และไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจำกัดหรือห้ามการบริจาคสิ่งของประเภทอื่น</p><p>สำหรับความช่วยเหลือล็อตแรก รัฐบาลได้ประสานภาคเอกชนจัดส่งเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส และผักสดหลายชนิด ส่งมอบให้มูลนิธิในพื้นที่ซึ่งตั้งโรงครัวกลางสำหรับประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในจังหวัดน่านแล้ว และเตรียมนำรูปแบบการประสานความต้องการลักษณะนี้ไปใช้ในจังหวัดอื่นที่ยังเผชิญสถานการณ์อุทกภัย เพื่อให้ทรัพยากรและน้ำใจจากทุกภาคส่วนถูกส่งไปยังพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม</p><p>“รัฐบาลขอขอบคุณภาคเอกชน องค์กร และพี่น้องประชาชนทุกคนที่ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัย น้ำใจของทุกคนมีความหมาย และหากเรามีข้อมูลความต้องการที่เป็นปัจจุบัน ก็จะช่วยเปลี่ยนทุกการบริจาคให้เป็นความช่วยเหลือที่ตรงจุดมากยิ่งขึ้น” รองโฆษกฯ กล่าว</p><p>ทั้งนี้ ผู้ประสงค์สนับสนุนสิ่งของสามารถสอบถามข้อมูลความต้องการก่อนจัดส่งได้ที่ศูนย์รับบริจาคสิ่งของและเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดน่าน โทร. 054-716-414 และ 054-716-409</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/dBZ3g_VE9</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/dBZ3g_VE9</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 02:10:24 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 02:04:04 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wYzgzOTAzNzk3ODA0YzU0ZDgwMGJjODYxZGQ5NjYyMC5wbmc=</url><description>รัฐบาลยกระดับ JIC น่าน เป็นศูนย์กลางประสานความช่วยเหลือ จับคู่สิ่งของตามความต้องการจริง ลดของล้น–ซ้ำซ้อน ส่งต่อถึงผู้ประสบภัยตรงจุด</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลเตือนประชาชนรีบยื่นขอทบทวน สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านศูนย์ OSS ดำเนินการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ย้ำก่อน 31 สิงหาคมนี้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAxOC0wOS84ZDAxOWI0NmQwNjVjMzRlNzY3NzgzYzM2MThhMjM2MS5qcGc=/640/330" /></p><p>วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ประสงค์ขอทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 บูรณาความร่วมมือทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ผ่านศูนย์ OSS ระดับเขตและระดับอำเภอ ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พร้อมจัดเตรียมบุคลากร เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว และสามารถดำเนินการได้อย่างเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว</p><p>ศูนย์ OSS จะเป็นศูนย์กลางในการรับเรื่อง ให้คำแนะนำ และประสานงานกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในทุกขั้นตอน หากมีความจำเป็นต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม ศูนย์ OSS จะรวบรวมและส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดภาระการเดินทางและการติดต่อหลายหน่วยงานของประชาชน ในกรณีประชาชนถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแอบอ้าง ให้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อใช้เป็นหลักฐาน โดยศูนย์ OSS จะประสานสถานีตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการรวบรวมเอกสารและส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสิทธิต่อไป</p><p>สำหรับประชาชนที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและประสงค์ขอทบทวนสิทธิ จะต้องยืนยันความประสงค์ “ขอทบทวนสิทธิ” ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ ภายหลังการยืนยันความประสงค์ “ขอทบทวนสิทธิ” แล้ว ประชาชนสามารถแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติได้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ก่อนประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติรอบทบทวนในวันที่ 30 กันยายน 2569 และผู้ผ่านการพิจารณาจะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/f8zsbLzPm</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/f8zsbLzPm</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 23 Aug 2026 01:50:43 +0000</updated><pubDate>Sun, 23 Aug 2026 01:28:56 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAxOC0wOS84ZDAxOWI0NmQwNjVjMzRlNzY3NzgzYzM2MThhMjM2MS5qcGc=</url><description>รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวก เตือนประชาชน รีบยื่นขอทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านศูนย์ OSS ดำเนินการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ย้ำทบทวนสิทธิด่วนก่อน 31 สิงหาคมนี้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘ยศชนัน’ โพสต์เป็นภาษาเหนือ เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน วัดฝายมูล ย้ำทุกภาคส่วนเร่งเยียวยา ระยะยาวเตรียมแก้ปัญหาเรื่องป่าต้นน้ำ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81NTFjYzQ4YmY3NWRjNzk1ZTc3MjVjY2U5ZTIxNDJlMS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่พบปะประชาชน และให้กำลังใจผู้ประสบภัย วัดฝายมูล อ.ท่าวังผา จ.น่าน</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียหลังลงพื้นที่ผู้ประสบภัย วัดฝายมูล ว่า วันนี้มาปะปี่น้องตี้ประสบภัย ตี้วัดฝายมูล อ.ท่าวังผา จ.น่าน เลยขอถือโอกาสอู้กำเมืองซักหน้อยเน้อครับ</p><p>ปี้นี้น้ำมานักแต้ๆ ลงดอยมาโวยจนตั้งตั๋วกั๋นบ่ตัน เข้าใจ๋เลยครับว่ามันหนักหนาและเหนื่อยกันขนาดไหน แต่เฮาจะบ่ยอมท้อเน้อครับ</p><p>ช่วงนี้หน่วยงานทุกภาคส่วนกำลังเร่งลุยเรื่องเยียวยากั๋นเต็มตี้ก่อน ส่วนแผนระยะยาวเฮาเตรียมลุยแก้ปัญหาเรื่องป่าต้นน้ำ ฟื้นฟูทั้งการเกษตรและการท่องเที่ยวของเมืองน่านเฮาให้กลับมาเข้มแข็งแน่นอนครับ</p><p>ขอเป๋นก๋ำลังใจ๋หื้อป้อแม่พี่น้องจาวน่าน ตลอดจนพี่น้องจาวเหนือตี้ประสบภัยกู้ท่านเน้อครับ</p><p>จับมือยืนหยัดสู้ไปด้วยกั๋น เฮาต้องผ่านวิกฤตนี้ไปได้ครับ</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83MTU0NGY5MjVhYjU2MDQ4Mzc2ZGUwMTU1ZWI3NDQ2Yy5qcGc=" alt="S__48816306_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84MjM2MjQ4ZGZmMjY4ZDgzNmFhMzc0NzMwZTc1YjRkOC5qcGc=" alt="S__48816326_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC83ODgxOTgzZTZiNDhlMWU1MmVmY2QwYTc1NDUyMWQ5Mi5qcGc=" alt="S__48816300_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC85M2M5ZGE2MTZlNDJlOTY0YTFkOGIzZDZmY2ViMzY3NS5qcGc=" alt="S__48816312_0.jpg"><p><br></p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/qpatzG7lz</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/qpatzG7lz</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 15:39:06 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 15:24:50 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81NTFjYzQ4YmY3NWRjNzk1ZTc3MjVjY2U5ZTIxNDJlMS5wbmc=</url><description>‘ยศชนัน’ โพสต์เป็นภาษาเหนือ เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน วัดฝายมูล ย้ำทุกภาคส่วนเร่งเยียวยา ระยะยาวเตรียมแก้ปัญหาเรื่องป่าต้นน้ำ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' บัญชาการฟื้นฟูน่านวันที่ 4 ระดมสรรพกำลังคืบหน้า 65% เล็งคืนบ้านให้ประชาชนในสัปดาหน้า ลุยล้างถนน 5 วัน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84NTIwODkxMmM1YzA3NDIwMTMyY2ExZTNiYmQ2YjQxMS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569  ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p>สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งถือเป็นการระดมความช่วยเหลือและสรรพกำลังครั้งใหญ่จากหลายหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และทหาร รวมทั้งสิ้น 1,300 นาย พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่จำนวน 104 คัน และเฮลิคอปเตอร์อีก 3 ลำ เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจ นอกจากนี้ ยังได้จัดส่งทีมช่างโยธากว่า 300 คน ลงพื้นที่เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายของอาคารบ้านเรือน เพื่อเตรียมการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน</p><p>ในส่วนของความคืบหน้าการปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่ล่าสุด ภาพรวมการดำเนินงานแล้วเสร็จไปกว่า 65% โดยทางศูนย์บัญชาการฯ ได้กำหนดกรอบเวลาการทำงานอย่างชัดเจน ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะสามารถย้ายกลับเข้าพักอาศัยในบ้านเรือนได้ภายในสัปดาห์หน้า ขณะที่การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะและบริเวณริมข้างทางจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน จากนั้นจะเข้าสู่แผนการปฏิบัติงานทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่แบบละเอียดอีก 5 วัน เพื่อคืนสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและให้ชุมชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC80ODU5YTY5NDI1ZmFkMTUzOGY3NGI2YzcwNjMyNTRmYy5qcGc=" alt="S__48832544_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC80ODI5NDI4ZDFhYTkyNTRiN2ZlMjE2NDlkOTQwMWQ0OS5qcGc=" alt="S__48832545_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kNTU5MzRkZjIyOTFjNzE5NTYyNzVmOTQ0MDI2OTA0NC5qcGc=" alt="S__48832553_0.jpg"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/BFWcaeVgL</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/BFWcaeVgL</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 15:24:25 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 14:41:50 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84NTIwODkxMmM1YzA3NDIwMTMyY2ExZTNiYmQ2YjQxMS5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; บัญชาการฟื้นฟูน่านวันที่ 4 ระดมสรรพกำลังคืบหน้า 65% เล็งคืนบ้านให้ประชาชนในสัปดาหน้า ลุยล้างถนน 5 วัน-ฟื้นฟูละเอียดอีก 5 วัน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กทม. สนธิกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง บุคคลต่างด้าวย้ายเข้าทะเบียนบ้านเขตดินแดงโดยมิชอบ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC85MTNmMDRlYzQ2M2JmZTBkOTlhYTA1NWI0MjNiMWE1MS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรุงเทพมหานคร สนธิกำลังหน่วยงานในสังกัด ประกอบด้วย สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเขตดินแดง และชุดเฉพาะกิจตรวจสอบความมั่นคงทางทะเบียน (BMA Identity Crime Enforcement : BMA I.C.E.) ลงพื้นที่แฟลตดินแดง บริเวณซอยประชาสงเคราะห์ 11 เพื่อติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบุคคลต่างด้าวถือบัตรชมพู ซึ่งมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 7 ย้ายเข้าทะเบียนบ้านโดยมิชอบ</p><p>จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎรของเขตดินแดง เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 69 พบความผิดปกติในบ้านพักที่มีผู้พักอาศัยเกิน 16 คน ซึ่งเข้าข่ายต้องสงสัย โดยมีบุคคลต่างด้าวถือบัตรชมพู รหัสขึ้นต้นด้วย 7 ย้ายเข้าทะเบียนบ้านรวม 49 หลังคาเรือน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้ว 3 หลัง เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ตรวจสอบเพิ่มเติม 27 หลัง และวันนี้ตรวจสอบอีก 29 หลัง</p><p>สำหรับการลงพื้นที่วันนี้ เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็นหลายสาย เพื่อสอบถามและรวบรวมข้อมูลจากเจ้าบ้าน ผู้พักอาศัย และเพื่อนบ้าน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายหลังคาเรือน หากพบว่าบ้านใดไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดินแดงจะติดหนังสือเชิญเจ้าบ้านหรือผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ กรณีการแจ้งย้ายที่อยู่เข้าทะเบียนบ้านหลังเดียวกันเป็นจำนวนมาก โดยต้องมาให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นดินแดงภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ</p><p>หากไม่มาดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตดินแดงจะดำเนินการจำหน่ายรายการบุคคลและรายการย้าย พร้อมดำเนินการตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการโต้แย้งหรือชี้แจงข้อเท็จจริง การอุทธรณ์ และการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน พ.ศ. 2551 ต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/QTZFNVvz3</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/QTZFNVvz3</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 09:39:24 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 09:30:13 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC85MTNmMDRlYzQ2M2JmZTBkOTlhYTA1NWI0MjNiMWE1MS5wbmc=</url><description>กรุงเทพมหานคร สนธิกำลังหน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบข้อเท็จจริง บุคคลต่างด้าวย้ายเข้าทะเบียนบ้านเขตดินแดงโดยมิชอบ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[The Present Haus ชวนตั้งหัวใจให้มั่น ก่อนออกไปเผชิญโลกที่หมุนไว ใน Mindful Fest 2026]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84MTM0NzAxYmM0NzhhZTc5YmQ1MzAyOWNlN2NjYjlmZi5wbmc=/640/330" /></p><p>นี่คือแนวคิดตั้งต้นของ Mindful Fest 2026 งานที่ The Present Haus ชวนทุกคนกลับมาเรียนรู้และเชื่อมโยงกับตัวเอง ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า CORE Model หรือ 4 กระบวนการสู่ความเข้าใจตัวเอง</p><p>CORE Model คือแนวคิดหลักที่ร้อยเรียงกิจกรรมทั้งหมดในงานเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ</p><p>C – Critical Reflection หาสาเหตุให้เจอ ชวนหยุดทบทวนความคิด ความเชื่อ และสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของเรา</p><p>O – Observation สังเกตให้เป็น ฝึกรับรู้ความคิด อารมณ์ และปฏิกิริยาที่กำลังเกิดขึ้น โดยไม่รีบตัดสินสิ่งที่เห็น</p><p>R – Rooting &amp; Grounding ตั้งหลักให้มั่น กลับมาเชื่อมโยงกับร่างกาย ลมหายใจ และคุณค่าภายในตัวเอง เพื่อดึงใจให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน</p><p>E – Empathy &amp; Open-mindedness เปิดใจให้กว้าง เปิดรับฟังมุมมองที่แตกต่าง เข้าใจทั้งตัวเองและผู้อื่น พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน</p><p>หัวใจของแนวคิดนี้อยู่ที่ความเชื่อว่า การรู้จักตัวเองอาจไม่ได้ทำให้เราควบคุมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่จะช่วยให้เราเลือกได้มากขึ้นว่าจะอยู่กับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร เพื่อให้ อยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความหมาย ไปพร้อมกัน</p><p>ในงาน Mindful Fest 2026 ทาง The Present Haus ออกแบบประสบการณ์ให้เหมือนการออกเดินทางตามหา ‘ดอกไม้ในใจ’ ที่ซ่อนอยู่ในมุมต่างๆ ของงาน ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่ล้วนต่อยอดมาจากแนวคิด C-O-R-E Model ได้แก่</p><ul><li>Mindful In The Garden พื้นที่ศิลปะกลางสวนธรรมชาติ ชวนค้นพบคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง</li><li>CORE Model Workshop เวิร์กชอปที่พาผู้ร่วมงานเรียนรู้และทำความเข้าใจตัวเองผ่าน C-O-R-E Model อย่างเป็นรูปธรรม</li><li>Art &amp; Craft Market ตลาดงานคราฟต์และงานศิลป์หลากหลายสไตล์</li><li>Lost &amp; F1ower Exhibition นิทรรศการที่โอบล้อมด้วยแสง สี เสียง และดอกไม้ ชวนกลับมาพบ ‘ดอกไม้ในใจ’ อีกครั้ง</li><li>CORE Moment Exhibition พื้นที่สำหรับทบทวนและเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่มีความหมาย ผ่านผลงานศิลปะ</li></ul><p>นอกจากนี้ยังมี Talk Session ที่ชวนเปิดมุมมองเรื่องการดูแลใจ ผ่านบทสนทนาและเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากคุณหมอโรงพยาบาลพระราม 9 พร้อมด้วย speaker รับเชิญอีกมากมาย</p><p>เปลี่ยนสุดสัปดาห์ให้เป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย พักจากความเร่งรีบสักครู่ แล้วชวนตัวเองและคนที่คุณรักไปใช้เวลาร่วมกันที่ Mindful Fest presented by SC&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>รายละเอียดงาน</strong></p><p><strong>วันที่:</strong> 28-30 สิงหาคม 2026</p><p><strong>สถานที่:</strong> The Present Haus (ราชวิถี 24)</p><p><strong>แผนที่:</strong> https://maps.app.goo.gl/CRN8hCcwKCyXpJm97</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/0LR6Ojzd2</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/0LR6Ojzd2</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 24 Aug 2026 05:27:24 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 08:23:17 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84MTM0NzAxYmM0NzhhZTc5YmQ1MzAyOWNlN2NjYjlmZi5wbmc=</url><description>ท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน หลายคนอาจเผลอวิ่งตามความเปลี่ยนแปลงจนลืมกลับมาถามตัวเองว่า “ตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร” ก่อนจะเข้าใจโลกภายนอก บางทีเราอาจต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจโลกข้างใน ของตัวเองเสียก่อน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ตรวจเยี่ยมศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช มทร.ล้านนา น่าน หนุน 'Nan Sandbox' สร้างรายได้เกษตรกร ควบคู่ฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8yYTk4MTQ3YTdkMmY0NjA2ZThmMWQ4MjFkZjMzODYxOC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน พร้อมติดตามการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับ โครงการน่าน แซนด์บ็อกซ์ (Nan Sandbox) ซึ่งมุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นกลไกในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่านอย่างสมดุลและยั่งยืน</p><p>ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD) จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน มูลนิธิกสิกรไทย และสถาบันเค-อะโกร-อินโนเวท โดยใช้เป็นพื้นที่ต้นแบบสำหรับการศึกษา ทดลอง และพัฒนาการปลูก พืชยามูลค่าสูง โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่สามารถปลูกภายใต้ร่มเงาป่า ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาพื้นที่ป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศของป่าต้นน้ำน่าน</p><p>ปัจจุบันศูนย์ฯ มีการทดลองปลูกพืชยามากกว่า 30 ชนิด พร้อมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูก การดูแล และการจัดการผลผลิต รวมถึงการเชื่อมโยงสู่กระบวนการแปรรูปและเพิ่มมูลค่า เพื่อให้เกิดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และสามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์พฤกษเภสัชที่มีมาตรฐานและมีมูลค่าสูง</p><p>การลงพื้นที่ครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับฟังข้อเสนอและปัญหาอุปสรรคจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่จริง ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม</p><p>ทั้งนี้ แนวทางของศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของ น่าน แซนด์บ็อกซ์ ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่าง “คนอยู่กับป่า” ด้วยการสร้างอาชีพและรายได้จากพืชยามูลค่าสูง ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน</p><p>ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/vUyc3qqC5</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/vUyc3qqC5</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 08:13:06 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 08:01:08 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8yYTk4MTQ3YTdkMmY0NjA2ZThmMWQ4MjFkZjMzODYxOC5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช มทร.ล้านนา น่าน หนุน &apos;น่าน แซนด์บ็อกซ์&apos; ใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สร้างรายได้เกษตรกร ควบคู่ฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['สุริยะ' มอบ 'วัชระพล' ประชุม APEC ต้าเหลียน ชูมาตรฐานเกษตรไทยสู่ 'ครัวโลก' ผลักดันระบบ e-SPS ส่งออกสินค้าเกษตร]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9mOGFjYmNkMGE0MDAwNGYxYmUwNjA3YWY4OTMzZjc1Ni5wbmc=/640/330" /></p><p>วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยร่วมการประชุมระดับสูง APEC ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับมอบหมายจาก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  </p><p>วัชระพล รมช.เกษตรฯ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ในประเด็นสำคัญของการเดินทางประชุมครั้งนี้ ว่า <strong>นำสินค้าเกษตรไทยสู่ระดับสากล! เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยร่วมการประชุมระดับสูง APEC ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน</strong></p><p>ผมได้รับมอบหมายจาก ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นตัวแทนรัฐบาลไทย เดินทางเข้าร่วมการประชุมระดับสูง APEC Customs Business Dialogue ณ เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 20-21 สิงหาคมที่ผ่านมา</p><p>โอกาสนี้ ผมได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีระดับสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่สมาชิกเขตเศรษฐกิจ APEC ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ ถึง “มาตรฐาน ความปลอดภัย และคุณภาพของสินค้าการเกษตรและอาหารจากประเทศไทย” พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็น "ครัวของโลก" และผู้นำการส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพสูงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</p><p>การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการหารือและประสานความร่วมมือกับผู้นำระดับสูงจากหลากหลายประเทศ อาทิ:</p><p>- ท่านรัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Customs of the People's Republic of China (GACC)) เจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ </p><p>- ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา จากสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)</p><p>- ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเกษตร จากประเทศชิลี</p><p>พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากหน่วยงานศุลกากรและการค้าทั่วภูมิภาค</p><p>ประเด็นสำคัญที่เราได้ผลักดันร่วมกัน:</p><p>- ยกระดับความเชื่อมั่น: ตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p><p>- ความสะดวกในการขนส่ง: กระชับความร่วมมือทางด้านพิธีการศุลกากร เพื่อให้สินค้าเกษตรและอาหารสดจากไทย ส่งถึงมือผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย</p><p>- สร้างโอกาสให้เกษตรกรไทย: เปิดตลาดการค้าและขยายช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพสูงสู่ตลาด APEC</p><p>
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการผลิตและกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรรอบโลก เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนครับ! </p><div class="facebook" ></div><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/pAkFVF1sS</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/pAkFVF1sS</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 10:17:46 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 07:42:37 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9mOGFjYmNkMGE0MDAwNGYxYmUwNjA3YWY4OTMzZjc1Ni5wbmc=</url><description>&apos;สุริยะ&apos; มอบ &apos;วัชระพล&apos; ตัวแทนรัฐบาลประชุม APEC ณ เมืองต้าเหลียน ชูมาตรฐาน ความปลอดภัย คุณภาพสินค้าเกษตรไทยสู่ &apos;ครัวโลก&apos; ผลักดันระบบ e-SPS ยกระดับการส่งออกสินค้าเกษตร</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ประเสริฐ - อัครนันท์' ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู 5 นโยบายพลิกโฉมการศึกษา มุ่งลดภาระครู-รื้อสูตรลดเหลื่อมล้ำ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kMmY1MDcxOGVjMDkzZWIwZmQ1MTlmNzgwNzQ2MDIwMy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังการสะท้อนผลการดำเนินงานตามนโยบายการศึกษา และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอน ณ โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาญจนบุรี โดยมี นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยข้าราชการการเมือง คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนคณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น</p><p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการศึกษาไทย โดยใช้ศักยภาพของพื้นที่นวัตกรรมอย่างจังหวัดกาญจนบุรีเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนนโยบายหลัก 5 ด้าน เริ่มจากการลดภาระและคืนความสุข ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และ Super App มาช่วยจัดการงานเอกสาร พร้อมปรับลดตัวชี้วัดการประเมินจาก 141 เหลือเพียง 40 ตัวชี้วัด และเตรียมนำร่องโครงการ Cloud Kitchen เพื่อช่วยลดภาระของสถานศึกษา นโยบายต่อมาคือการรื้อสูตรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งปรับโครงสร้างระบบงบประมาณใหม่ที่เน้นการกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและคุ้มค่า </p><p>นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเรียนรู้สู่โลกความจริง สนับสนุนให้ผู้เรียนค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน</p><p>ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยังเร่งสร้างโรงเรียนปลอดภัย โดยผลักดันร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเป็นเกราะคุ้มครองครูและนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ท้ายที่สุดคือการออกแบบสถาปัตยกรรมการศึกษาใหม่ ผ่านการเตรียมยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล</p><p>ทั้งนี้ รมว.ศธ. ยังได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการผลักดันการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ลงเหลือร้อยละ 3.5 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้แก่ครูทั่วประเทศอีกด้วย</p><p>"เป้าหมายสูงสุดของการศึกษา คือการนำนวัตกรรมมาคืนเวลาให้ครู คืนความสุขให้นักเรียน เราต้องกล้ารื้อสูตรความเหลื่อมล้ำเดิม ๆ และสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของเด็กไทยให้พร้อมก้าวสู่โลกแห่งความเป็นจริง" รมว.ศธ. กล่าว</p><p>ด้าน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งรับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงานจริง โดย ศธ. พร้อมเดินหน้าลดภาระงานที่ไม่จำเป็น เพื่อคืนเวลาให้ครูได้ทุ่มเทกับการสอนอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสถานศึกษาปลอดภัย และสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคุณภาพการศึกษาของจังหวัดกาญจนบุรีให้ก้าวหน้าต่อไป</p><p>โอกาสนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้เป็นประธานมอบเปียโนให้แก่โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม ภายใต้โครงการ “Play It Forward – Piano for Life, Chance for Change” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและ สพฐ. ในการส่งมอบเปียโน 300 หลังสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นสื่อส่งเสริมทักษะด้านศิลปวัฒนธรรม ขยายโอกาสทางการเรียนรู้ด้านดนตรี และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้แก่เด็กไทยอย่างเป็นรูปธรรม</p><p>พร้อมกันนี้ รมว.ศธ. และ รมช.ศธ. ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานของสถานศึกษาในสังกัด สพม.กาญจนบุรี ได้แก่ โรงเรียนท่ามะกาบุญศิริวิทยา โรงเรียนท่าเรือพิทยาคม โรงเรียนพนมทวนชนูปถัมภ์ และโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม ซึ่งนำเสนอความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา รวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับหลักสูตรด้านเทคโนโลยีและ AI อย่างเต็มรูปแบบ</p><p>ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/z07hmMYmi</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/z07hmMYmi</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 07:57:02 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 07:31:09 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kMmY1MDcxOGVjMDkzZWIwZmQ1MTlmNzgwNzQ2MDIwMy5wbmc=</url><description>&apos;ประเสริฐ&apos; รมว.ศธ. - &apos;อัครนันท์&apos; รมช.ศธ. ควงคู่ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู 5 นโยบายพลิกโฉมการศึกษา มุ่งลดภาระครู-รื้อสูตรลดเหลื่อมล้ำ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'ไทยช่วยไทย พลัส 60/40' ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ชี้ช่วยลดค่าครองชีพ–หนุนร้านค้าชุมชน ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lZDZlZmJmNzllY2I1YzNkMmI3MzU3OTRhMzlhYmNkNy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามผลการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 5,465 ราย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.77 ระบุว่าเข้าร่วมใช้สิทธิโครงการ ขณะที่ร้อยละ 28.23 ไม่ได้ใช้สิทธิ สะท้อนว่าโครงการมีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย กระตุ้นการจับจ่าย และสนับสนุนการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าในชุมชน</p><p>ผลสำรวจพบว่า ประชาชนใช้สิทธิกับสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเป็นหลัก โดยอาหารพร้อมทาน เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว และอาหารปรุงสำเร็จ มีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 48.22 รองลงมาคืออาหารสด ร้อยละ 38.87 ของใช้ประจำวันและของใช้ในครัวเรือน ร้อยละ 32.22 เครื่องประกอบอาหาร ร้อยละ 26.73 การสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านฟู้ดเดลิเวอรี ร้อยละ 23.97 เครื่องดื่ม ร้อยละ 21.23 และอาหารสำเร็จรูป ร้อยละ 21.02 ทั้งนี้ คำถามในส่วนดังกล่าวสามารถเลือกตอบได้มากกว่าหนึ่งข้อ จึงไม่ควรนำสัดส่วนแต่ละรายการมารวมเป็นร้อยละ 100</p><p>ผลสำรวจยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยร้อยละ 36.96 ระบุว่ากล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ร้อยละ 24.50 นำเงินส่วนที่เหลือจากการใช้สิทธิไปใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นอื่น และร้อยละ 23.00 ซื้อสินค้าและบริการในชุมชนหรือท้องถิ่นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ร้อยละ 8.60 นำเงินที่ประหยัดได้ไปออม ร้อยละ 7.25 นำไปชำระหนี้ ร้อยละ 5.75 เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น และร้อยละ 4.43 ระบุว่าสามารถลดการกู้ยืมหรือการใช้บัตรเครดิตได้</p><p>“ตัวเลขที่น่าสนใจคือ สิทธิของรัฐไม่ได้ช่วยเฉพาะตอนชำระเงิน แต่ยังทำให้เงินในกระเป๋าประชาชนส่วนหนึ่งเหลือไปใช้กับค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น รวมถึงเกิดการซื้อสินค้าในร้านค้าชุมชนเพิ่มขึ้น จึงเป็นการช่วยทั้งฝั่งครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อยในเวลาเดียวกัน” รองโฆษกฯกล่าว</p><p>สำหรับข้อมูลการดำเนินโครงการล่าสุด ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มีผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,957 ราย มียอดการใช้จ่ายสะสมทั้งหมด 121,848.0 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 70,054.4 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 51,793.6 ล้านบาท</p><p>ในส่วนของยอดที่รัฐบาลร่วมจ่าย 70,054.4 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติ 67,546.3 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery 2,508.1 ล้านบาท ขณะที่ยอดร่วมจ่ายของประชาชน 51,793.6 ล้านบาท แบ่งเป็นร้านค้าปกติ 49,851.5 ล้านบาท และ Food Delivery 1,942.1 ล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลข 121,848.0 ล้านบาทเป็นยอดการใช้จ่ายสะสมภายใต้โครงการ ไม่ใช่การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจสุทธิทั้งหมด</p><p>ผลสำรวจยังมีสัญญาณเชิงบวกต่อร้านค้าหลังสิ้นสุดมาตรการ โดยร้อยละ 31.58 ระบุว่าจะกลับไปซื้อจากร้านค้าเดิมเป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ 20.70 จะกลับไปซื้อบางส่วน ร้อยละ 11.29 จะซื้อจากร้านค้าเดิมประมาณครึ่งหนึ่ง และร้อยละ 6.55 ระบุว่าจะกลับไปซื้อจากร้านค้าเดิมทั้งหมด ขณะที่มีเพียงร้อยละ 0.88 ที่ระบุว่าจะไม่กลับไปซื้อจากร้านค้าเดิมเลย</p><p>อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิของประชาชนบางกลุ่ม ทั้งกรณีลงทะเบียนไม่ทัน ลงทะเบียนไม่ผ่าน ไม่ได้สมัครหรือไม่ผ่านคุณสมบัติ รวมถึงข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เช่น ไม่มีสมาร์ทโฟน โทรศัพท์ไม่รองรับแอปพลิเคชัน ไม่สามารถดาวน์โหลดหรือใช้งานแอปพลิเคชัน รวมถึงปัญหาการยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนที่ไม่คุ้นเคยกับระบบดิจิทัล</p><p>“รัฐบาลจะนำข้อมูลจากการสำรวจมาใช้ประกอบการติดตามและประเมินมาตรการ ทั้งในมิติการลดภาระค่าครองชีพ การสร้างยอดขายให้ร้านค้ารายย่อย และการเข้าถึงสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านดิจิทัล พร้อมให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามได้ว่าเงินภาครัฐและเงินที่ประชาชนร่วมจ่ายหมุนเวียนไปสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างไร และนำบทเรียนไปพัฒนามาตรการในระยะต่อไปให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด” รองโฆษกฯกล่าว </p><p>ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส้ (60/40)” กำหนดให้ภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 60 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่เข้าร่วมรายการ ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่ประชาชนร่วมจ่ายร้อยละ 40 โดยสามารถใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 และวงเงินที่เหลือไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้</p><p>ที่มา : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Ipo0w6Ne6</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Ipo0w6Ne6</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 04:28:33 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 04:11:25 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lZDZlZmJmNzllY2I1YzNkMmI3MzU3OTRhMzlhYmNkNy5wbmc=</url><description>รัฐบาลเผยผลสำรวจ &apos;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&apos; ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ชี้ช่วยลดค่าครองชีพ–หนุนร้านค้าชุมชน ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลหนุน 'ห้องเรียนใจดี' ดูแลจิตใจนักเรียนเชิงรุก ลดการบูลลี่ สร้างโรงเรียนปลอดภัยทั้งกายและใจ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81Y2VlZWM2MWQwODU0NmViYWU1ZmFiNTI5MmJlZmQwMy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้าง “ห้องเรียนใจดี” ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา</p><p>แนวทางดังกล่าวสอดรับกับการยกระดับครูแนะแนวและครูที่ปรึกษาให้เป็นด่านหน้าในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน โดยต้องฟังเป็น สังเกตได้ และช่วยเบื้องต้นเป็น พร้อมเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจิตเมื่อพบกรณีที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างโรงเรียนปลอดภัยและห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ที่สามารถดูแลทั้งผู้เรียนและผู้สอนให้พร้อมทางกายและใจอย่างยั่งยืน</p><p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางสำคัญในการสร้าง “ห้องเรียนใจดี” 4 ข้อ ได้แก่ การดูแลสุขภาพจิตนักเรียน ซึ่งเป็นภารกิจร่วมกันของทุกฝ่าย , การสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นระบบ , การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางใจ และการส่งเสริมให้ครูสังเกต รับฟัง ให้คำปรึกษา และประสานส่งต่ออย่างเหมาะสม</p><p>โดยกรมสุขภาพจิตกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ผลักดันการฝึกปฐมพยาบาลทางใจ การให้คำปรึกษาเบื้องต้น และการเฝ้าระวังปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และสังคมของนักเรียน ควบคู่กับการป้องกันและจัดการปัญหาการกลั่นแกล้งรังแก หรือ Bullying ทั้งในชีวิตจริงและโลกออนไลน์</p><p>นอกจากนี้ ยังมีกลไกสนับสนุนการดูแลนักเรียนอย่างเป็นระบบ ด้วยการใช้ระบบ HERO OBEC Care และ Mental Health Check-in เพื่อคัดกรอง เฝ้าระวัง ช่วยเหลือ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเปิดช่องทางให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองเข้าถึงบริการสุขภาพจิตได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านสายด่วน 1323</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/r9uYUqEO1</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/r9uYUqEO1</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 04:09:30 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 03:58:32 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81Y2VlZWM2MWQwODU0NmViYWU1ZmFiNTI5MmJlZmQwMy5wbmc=</url><description>รัฐบาลสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย &apos;เรียนดี มีความสุข&apos; ของกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้าง &apos;ห้องเรียนใจดี&apos; ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['พร้อมพงศ์' ยกข้อมูล gistda เตือนภาครัฐเฝ้าระวัง สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เสี่ยงน้ำท่วม เตรียมจุดอพยพประชาชนให้พร้อม]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iNmFiM2U0NTliYjdkZGQ0MzQ4N2RlNzFjYjVkZWM5Mi5wbmc=/640/330" /></p><p>นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านว่า แม้หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู แต่ความเดือดร้อนของประชาชนยังไม่จบ บ้านเรือน ถนน รถยนต์ พื้นที่เกษตร ร้านค้าฯ ได้รับความเสียหาย มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ต้องเร่งทั้งการช่วยเหลือและการฟื้นฟูให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้เร็วที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นต้องเป็นบทเรียนให้พื้นที่เสี่ยงอื่นเตรียมพร้อมก่อนเกิดความเสียหาย&nbsp;</p><p>ข้อมูลจาก GISTDA วันที่ 21 ส.ค.69 เวลา 9.29 น. จากระบบเช็คน้ำ ระบุพื้นที่เฝ้าระวัง เสี่ยงมาก ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำในจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง รวมกว่า 3,900 ตารางกิโลเมตร ขณะที่ ปภ.กำชับให้เฝ้าระวังอุตรดิตถ์ สุโขทัย และพิษณุโลกอย่างใกล้ชิด เมื่อข้อมูลบอกแล้วว่าจุดไหนเสี่ยง รัฐต้องเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงให้เป็นการเตรียมพร้อม อย่ารอให้น้ำถึงบ้านแล้วค่อยหารถ หาเรือ หาที่พักให้ประชาชน ขอฝากรัฐบาล 3 เรื่องเร่งด่วน</p><p>1. น้ำลดแล้ว ความช่วยเหลือต้องไม่ลด&nbsp;</p><p>จ.น่าน ต้องเร่งฟื้นบ้านเรือน ร้านค้า ถนน ไฟฟ้า ประปา พื้นที่เกษตร จัดการดินโคลน ขยะ น้ำเสีย และปัญหาสาธารณสุขหลังน้ำลด โดยการสำรวจความเสียหายและเยียวยาต้องทำเชิงรุก ลดขั้นตอนเอกสารให้มากที่สุด พิจารณาพักหรือผ่อนปรนหนี้ และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ คนเพิ่งหนีน้ำมา ไม่ควรต้องมาวิ่งหาเอกสารหลายหน่วยงาน ระบบต้องวิ่งหาประชาชน</p><p>2. อุตรดิตถ์–สุโขทัย–พิษณุโลก ต้องเตรียมก่อนน้ำมา</p><p>เมื่อข้อมูล GISTDA ระบุพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว รัฐต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ลงมือก่อนความเสียหายจะเกิดเพิ่มจังหวัดและท้องถิ่นต้องเช็กเส้นทางน้ำ จุดเสี่ยง จุดอพยพ บ้านของผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ รถ เรือ อาหาร ยา และศูนย์พักพิง ที่สำคัญคำเตือนต้องไปถึงชาวบ้านก่อนน้ำถึงบ้าน ประชาชนต้องรู้ให้ชัด 4 เรื่อง พื้นที่ไหนเสี่ยง ต้องย้ายเมื่อไหร่ ไปที่ไหน ติดต่อใคร การเตือนภัยที่ดี ไม่ใช่แค่บอกว่าฝนจะตก แต่ต้องเตือนเร็วพอให้ชาวบ้านมีเวลาเก็บของ เคลื่อนรถ และพาครอบครัวออกจากพื้นที่ได้ทัน</p><p>3. ข้อมูลต้องถึงคน ก่อนน้ำถึงบ้าน&nbsp;</p><p>รัฐบาลมีศูนย์สั่งการและหลายหน่วยงานลงพื้นที่แล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงว่ามีข้อมูลมากแค่ไหนหรือตั้งศูนย์กี่แห่ง แต่คือข้อมูลนั้นถูกเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติได้เร็วแค่ไหน ทุกหน่วยงานในพื้นที่ต้องใช้ข้อมูลที่ตรงกัน รู้ว่าใครรับผิดชอบจุดไหน ขยับพร้อมกันเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ต้องใช้ข้อมูลจากชุมชน คนในพื้นที่รู้ดีที่สุดว่าจุดไหนน้ำมาเร็ว บ้านไหนมีกลุ่มเปราะบาง และเส้นทางใดอพยพได้จริง ข้อมูลดาวเทียมจะมีค่าที่สุด เมื่อข้อมูลนั้นไปถึงคนหน้างาน และคำเตือนไปถึงชาวบ้านก่อนน้ำถึงบ้าน</p><p>นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จ.น่านต้องเร่งฟื้น แต่อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอื่น ต้องเตรียมให้พร้อม น้ำมาห้ามไม่ได้ แต่ความสูญเสียลดได้ ถ้ารู้ก่อน เตือนทัน ความสำเร็จของการบริหารน้ำ ไม่ได้วัดว่ามีข้อมูลกี่ชุดหรือตั้งศูนย์กี่แห่ง แต่ต้องวัดว่า ข้อมูลไปถึงประชาชนทันหรือไม่ ช่วยคนได้เร็วแค่ไหน และลดความสูญเสียได้จริงเพียงใด</p><div class="facebook" ></div><p>รายงานจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก <strong>GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)</strong> อัปเดต  ณ เวลา 09.29 น. ของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ติดตามพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จากแอปฯ เช็คน้ำ พบว่ามีพื้นที่เฝ้าระวังระดับ “เสี่ยงมาก” (สีแดง) ปรากฏเป็นบริเวณกว้างและเชื่อมต่อกันเป็นผืนใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำในจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง รวมกว่า 3,900 ตารางกิโลเมตร</p><p><span class="ql-cursor">﻿﻿﻿</span>ติดตามการเคลื่อนตัวของมวลน้ำ จุดแจ้งเตือนอันตราย และสถานการณ์ในพื้นที่ของท่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ”</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/xf7LzDueo</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/xf7LzDueo</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 03:29:06 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 03:08:27 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iNmFiM2U0NTliYjdkZGQ0MzQ4N2RlNzFjYjVkZWM5Mi5wbmc=</url><description>พร้อมพงศ์ ยกข้อมูล gistda เตือนภาครัฐเฝ้าระวัง สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เสี่ยงน้ำท่วม เตรียมจุดอพยพประชาชนให้พร้อม ระบุ น้ำมาห้ามไม่ได้ แต่แจ้งเตือนเร็ว ลดสูญเสียได้มาก ย้ำ น้ำท่วมน่านเริ่มคลี่คลาย หวัง เยียวยารวดเร็ว ลดขั้นตอนเอกสาร</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ร่วมเปิดโลกงานศิลป์ที่ทำเองได้ทุกขั้นตอน ในเทศกาลศิลปะภาพพิมพ์แห่งปี (TPMF 2026)]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9lZjMyMTNmNmRjMDZkNDcwNGE3M2FlNzFhODU4MWQ2Ny5wbmc=/640/330" /></p><p>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีเปิดเทศกาลศิลปะภาพพิมพ์แห่งปี THAILAND PRINTMAKING FESTIVAL 2026 (TPMF 2026) The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 พร้อมชวนทุกคนมาสนุกไปกับศิลปะภาพพิมพ์ ที่มีส่วนร่วมได้ในทุกขั้นตอน</p><p>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้จัดงานที่ได้เปิดพื้นที่ดี ๆ ที่มีคุณภาพให้เยาวชนได้มีพื้นที่ในการแสดงออก ขอให้ทุกคนมีความสุขกับงาน ซึ่งความเจริญของเมืองไม่ได้วัดกันที่อาคารหรือสิ่งก่อสร้างอย่างเดียว ยังวัดกันที่งานศิลป์ที่เราสามารถเข้ามาชื่นชมได้ ขอให้จัดงานต่อไปและประสบความสำเร็จมาก ๆ</p><p>ทั้งนี้ GROUNDCONTROL แท็กทีมกับ PPP Studio และเซ็นทรัลชิดลม พร้อมเครือข่ายศิลปิน สตูดิโอภาพพิมพ์ และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ชวนเปิดมุมมองใหม่ในงาน TPMF 2026 ภายใต้แนวคิด “From Process to Perspective” เมื่อภาพพิมพ์ก้าวข้ามเทคนิค สู่ชีวิตและวัฒนธรรมร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 21 - 30 สิงหาคม 2569 ณ The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม</p><p>โดยมีกิจกรรมจัดเต็มตลอด 10 วัน พร้อมขนทัพไฮไลต์มากมาย อาทิ SPOTLIGHT ARTIST EXHIBITION, YOUNG PRINT SHOWCASE, LIVE PRINT &amp; TALK, INTERACTIVE ZONE : FOOD TO PRINTMAKING ART, INTERNATIONAL PRINT (NUA x KMITL), ZINE LAB, PRINTMAKER'S MARKET, GC EXPERIENCE และ PRINT PASSPORT ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram : @GroundControlTH / @CentralChidlom / @CentralDepartmentStore / @PPPStudio</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8xNGVlMDJhZmYyZDdlMDg0NzIzMDgwMjE5MGJjMzk4NS5qZmlm" alt="ชัชชาติ.png"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84MmVmNjBhYzU4NGQ2N2E0YjUyMzllMTI3Y2RmZWU4Zi5qZmlm" alt="ชัชชาติ.png"><p>ที่มา : กรุงเทพมหานคร</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/JlCHAykNa</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/JlCHAykNa</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 03:07:28 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 02:59:39 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9lZjMyMTNmNmRjMDZkNDcwNGE3M2FlNzFhODU4MWQ2Ny5wbmc=</url><description>ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ร่วมเปิดโลกงานศิลป์ที่ทำเองได้ทุกขั้นตอน ในเทศกาลศิลปะภาพพิมพ์แห่งปี (TPMF 2026)</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘จุลพันธ์’ มอบโฆษกฯ ‘พิพัฒน์ชัย’ ลงพื้นที่เกาะติดอุทกภัยเมืองน่าน เร่งเยียวยาผู้ประสบภัย พร้อมจ่ายเงินชดเชยกรณีผู้เสียชีวิตทันที]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81MGFiYjc1ODE3YjZkNjk3Mzk2NzVmN2Q0NGNhYTE5YS5wbmc=/640/330" /></p><p>นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการและเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (อุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม) โดยสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบในพื้นที่ 7 อำเภอ 34 ตำบล 218 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยมี จ่าเอกประยงค์ บุญช่วย ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าร่วมประชุมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับและสรุปสถานการณ์ ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 </p><p>ในการนี้ กระทรวงแรงงาน ได้จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำปรึกษาแก่สถานประกอบการและลูกจ้างที่ประสบภัย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เช่น น้ำดื่ม ข้าวสาร และไข่ไก่ ให้แก่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ประสบภัย นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการ</p><p>- การให้คำแนะนำด้านสิทธิประโยชน์ โดยแนะนำแนวทางกรณีว่างงานเหตุสุดวิสัยสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ไม่ได้รับค่าจ้างเนื่องจากสถานประกอบการหยุดชะงักจากภัยพิบัติ โดยสามารถได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน </p><p>- การเยียวยาฟื้นฟู โดยสำรวจความต้องการความช่วยเหลือ ทั้งในด้านการทำความสะอาดพื้นที่ การซ่อมแซมเครื่องจักร อุปกรณ์ทางการเกษตร และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย </p><p>- มาตรการสนับสนุนนายจ้าง โดยประชาสัมพันธ์แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อใช้ในการปรับปรุงและฟื้นฟูสถานประกอบกิจการ  </p><p>นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ โดยสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการอนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้กับทายาทของนายสุรสิทธิ์ อ๊อดลาว เรียบร้อยแล้ว จำนวนเงินบำเหน็จชราภาพรวมทั้งสิ้น 52,971.26 บาท แบ่งจ่ายให้แก่ทายาททั้ง 2 คน (บิดาและมารดา) และในส่วนของนายสินธ์ชัย กางขัด ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดน่าน สาขาปัว ได้ประสานงานติดต่อทายาท (มารดา) ให้มารับเงินบำเหน็จชราภาพกรณีเสียชีวิต จำนวน 21,312.23 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน</p><p>ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดยหน่วยงานในสังกัดจังหวัดน่าน จะดำเนินการติดตามสถานการณ์และสำรวจความต้องการช่วยเหลือของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการจัดหางาน ฝึกอาชีพ และการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เพื่อเร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานและภาคธุรกิจให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด</p><p>ที่มา : กระทรวงแรงงาน</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/pOOhNc200</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/pOOhNc200</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 02:54:52 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 02:29:24 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81MGFiYjc1ODE3YjZkNjk3Mzk2NzVmN2Q0NGNhYTE5YS5wbmc=</url><description>‘จุลพันธ์’ รมว.แรงงาน มอบโฆษกฯ ‘พิพัฒน์ชัย’ ลงพื้นที่เกาะติดอุทกภัยเมืองน่าน เร่งเยียวยาผู้ประสบภัย พร้อมจ่ายเงินชดเชยกรณีผู้เสียชีวิตทันที</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ ลักซอน ควง นายกฯ อนุทิน ชม NZAero ด้วยตัวเอง เชื่อมสัมพันธ์การบินไทย-นิวซีแลนด์]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kMjdiYzkxYWY0MTgzNGU5Y2M1MGYxYzA1YjQ3YTZiNy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ณ โรงจอดเครื่องบิน ท่าอากาศยาน Ardmore นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมเครื่องบินของบริษัท NZAero ด้วยตนเอง</p><p>โดยมีนายสตีเฟน เบอร์โรว์ (Mr. Stephen Burrow) ผู้บริหารบริษัท NZAero ได้ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท พร้อมนำนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการจัดแสดงเครื่องบิน และการสาธิตเครื่องบินเล็ก CT-4 อย่างใกล้ชิด</p><p>ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยี่ยมชม NZAero ครั้งนี้สะท้อนถึงสายสัมพันธ์และความร่วมมืออันยาวนานระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ โดยประเทศไทยมีความผูกพันกับเครื่องบินของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำมาใช้ในภารกิจฝนหลวง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนการใช้เป็นเครื่องบินฝึกบินในประเทศไทย รวมถึงการฝึกบินของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี</p><p>นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ตนเองเคยใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวในการฝึกบินเช่นกัน โดยเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะและมาตรฐานความปลอดภัยสูง จึงรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมชมเครื่องบินรุ่นที่มีความผูกพันกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน</p><p>โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ที่ได้ร่วมเดินทางมาเยี่ยมชมเครื่องบินด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความใกล้ชิดและมิตรภาพระหว่างผู้นำและประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมเชื่อมั่นว่าการเยี่ยมชมครั้งนี้จะช่วยต่อยอดไปสู่การขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการบิน ให้มีความใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากร ยกระดับขีดความสามารถ และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการบินของทั้งสองประเทศในอนาคต</p><p>ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Top Flying Limited กับบริษัท NZAero ด้วย</p><p>“การเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแสวงหาองค์ความรู้และโอกาสจากความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนไทย ทั้งการพัฒนาทักษะ สร้างโอกาสในอุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทยให้เติบโตและแข่งขันได้มากขึ้นในอนาคต” นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าว&nbsp;</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/vnqCMzPqd</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/vnqCMzPqd</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 02:29:19 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 02:17:46 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kMjdiYzkxYWY0MTgzNGU5Y2M1MGYxYzA1YjQ3YTZiNy5wbmc=</url><description>นายกฯ ลักซอน ควงนายกฯ อนุทิน ชม NZAero ด้วยตัวเอง พร้อมชมการจัดแสดงเครื่องบิน และการสาธิตเครื่องบินเล็ก CT-4 เชื่อมสัมพันธ์การบินไทย-นิวซีแลนด์</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[คค. จับมือ สธ. ยกระดับสุขภาพคนไทย พลิกโฉมพื้นที่รอบสถานี รฟม. รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตั้งคลินิกคัดกรองมะเร็งเชิงรุก]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81Mjc0ZTZmMTllMGJhMTk2ZDA2NjA3OWZhYmQ2NjlkMC5wbmc=/640/330" /></p><p><strong>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong> และ <strong>นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข </strong>ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้เช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระหว่าง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายษฐา ขาวขํา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านทางหลวง) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. และ เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 9 อาคาร 1 รฟม. เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569</p><p>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม มุ่งมั่นพัฒนาระบบคมนาคมให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมอบนโยบายส่งเสริมให้หน่วยงานในสังกัด พิจารณาออกแบบการใช้สอยพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า สามารถนำกลับมาพัฒนาระบบคมนาคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้ผลักดันการดำเนินงานดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำเสนอคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 พิจารณาในหลักการให้ รฟม. ดำเนินการให้เช่าหรือให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 56 แห่ง ซึ่งรวมถึงพื้นที่อาคารอเนกประสงค์และพื้นที่โดยรอบ สถานี รฟม. ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ รฟม. และ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถเดินหน้า “โครงการพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้าด้านสาธารณสุข” จนนำมาสู่การลงนามสัญญาฯ ในวันนี้ อันสะท้อนถึงเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นตั้งใจ และเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐภายใต้สังกัดของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือการส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยจุดเด่นของโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของ รฟม. ที่ให้บริการที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผนวกรวมกับความเชี่ยวชาญของ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ทำให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้นมาก จึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและต่อสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในระดับประเทศด้วย ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้ รฟม. เร่งเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ให้ได้ตามแผน เพื่อให้มีความพร้อมรองรับการเปิดให้บริการศูนย์บริการทางการแพทย์แห่งใหม่ ตลอดจนพัฒนาบริการโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p>นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบัน โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุ การเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยเฉพาะ “การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก” เพราะการตรวจพบโรคได้เร็ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ลดความรุนแรงของโรค ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและครอบครัว อย่างไรก็ดี การดำเนินงานที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดสำคัญในด้านการเข้าถึงบริการ เนื่องจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติบนถนนพระราม 6 มีพื้นที่ให้บริการและพื้นที่จอดรถค่อนข้างจำกัด กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายกระจายและขยายบริการออกสู่ภายนอก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงยิ่งขึ้น ซึ่งการที่ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้รับความอนุเคราะห์จาก รฟม. ให้เช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. เพื่อปรับปรุงเป็นคลินิกตรวจค้นหาและคัดกรองความเสี่ยงด้านโรคมะเร็ง พร้อมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ เครื่องเอกซเรย์ เต้านมระบบดิจิทัลพร้อมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan รวมถึงบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงบริการตรวจ คัดกรองโรคมะเร็ง โดยสามารถรองรับผู้รับบริการได้มากถึง 60,000 รายต่อปี ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม ในการนำศักยภาพและทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป</p><p>นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาให้เป็น “NCI Wellness &amp; Cancer Prevention Center @MRT สถานี รฟม. บนถนนพระราม 9” ซึ่งเป็นศูนย์บริการสุขภาพรูปแบบใหม่&nbsp;ที่เน้นการป้องกันโรค การค้นหาความเสี่ยง การตรวจคัดกรอง และการสร้างเสริมสุขภาพ ควบคู่กับการให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) และการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากระบบบริการสุขภาพที่ประชาชนต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเมื่อเกิดความเจ็บป่วย มาเป็นการนำบริการสุขภาพ “ไปอยู่ใกล้ประชาชน ในพื้นที่ที่ประชาชนเดินทางผ่านและใช้ชีวิตอยู่แล้ว” สำหรับบริการสำคัญที่จะพัฒนา ได้แก่ การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การคัดกรองมะเร็งตามความเสี่ยง การส่งเสริมการป้องกันโรค การให้ความรู้เรื่องวัคซีนและปัจจัยเสี่ยง ตลอดจนการส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงหรือจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบบริการของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ</p><p>การเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการดูแลโรคมะเร็ง จากการรอให้ประชาชนป่วยแล้วจึงมารักษา ไปสู่การป้องกันและค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การนำบริการสุขภาพมาอยู่ในพื้นที่ MRT สถานี รฟม. บนถนนพระราม 9 จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น และทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับ รฟม. ครั้งนี้จึงเป็นการทดลองสร้าง ต้นแบบของ ‘สถานีสุขภาพ’ (Health Station) ที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมกับระบบสุขภาพ และนำองค์ความรู้ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติไปสู่ประชาชนโดยตรง ซึ่งจะมุ่งเน้นประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะประชาชนวัยทำงานและคนเมืองที่มีข้อจำกัดด้านเวลา สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ในพื้นที่ที่เดินทางสะดวก พร้อมส่งเสริมแนวคิด “รู้ความเสี่ยง รู้เร็ว ป้องกันได้” การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในการขับเคลื่อนงานด้าน Cancer Prevention, Early Detection และ Health Promotion รวมถึงการพัฒนาระบบบริการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-centered Care)</p><p>นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า นอกจากภารกิจในการกำกับดูแลการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าและการให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รถไฟฟ้า MRT ให้ “สะดวก รวดเร็ว ตรงเวลา ราคาสมเหตุผล เข้าถึงง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมแล้ว รฟม. ยังเดินหน้าภารกิจในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสถานีและตามแนวสายทางรถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรถไฟฟ้าและสร้างโอกาสการพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่องในการแสวงหารายได้ใหม่ๆ เพื่อช่วยลดภาระเงินสนับสนุนจากภาครัฐ และในระยะยาว รฟม. จะสามารถเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถพึ่งพาตนเอง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ให้แก่สาธารณะ</p><p>จากภารกิจดังกล่าวจึงนำไปสู่ความร่วมมือกันระหว่าง รฟม. และ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการให้บริการด้านสาธารณสุข ที่ประชาชนจะสามารถเดินทางเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้โดยสะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ทั้งสองหน่วยงานจึงได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ “โครงการพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้าด้านสาธารณสุข” และ รฟม. ได้ผลักดันเรื่องนี้ตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกระทรวงคมนาคม จนสามารถบรรลุข้อตกลง โดย รฟม. อนุญาตให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติเช่าพื้นที่อาคารอเนกประสงค์ขนาดพื้นที่ 1,357.78 ตารางเมตร และพื้นที่โดยรอบ สถานี รฟม. ขนาด 682 ตารางเมตร สำหรับใช้เป็นพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในการตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจคัดกรองและดูแลสุขภาพประชาชนเชิงป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็ง ทั้งนี้ รฟม. เชื่อว่าในอนาคตโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/9_GNfYgwJ</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/9_GNfYgwJ</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 01:03:41 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 00:58:38 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81Mjc0ZTZmMTllMGJhMTk2ZDA2NjA3OWZhYmQ2NjlkMC5wbmc=</url><description>คค. จับมือ สธ. ยกระดับสุขภาพคนไทย ผ่านความร่วมมือ &apos;รฟม. – กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ&apos; พลิกโฉมพื้นที่รอบสถานี รฟม. รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตั้งคลินิกคัดกรองมะเร็งเชิงรุก ให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้สะดวกด้วยขนส่งมวลชนสาธารณะ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รมว.ศธ. ลุยอุดรฯ ตรวจ รร.บ้านหนองสวรรค์ ขับเคลื่อน Zero Dropout สกร. เปิดสัมมนาใหญ่ 'DIRECTOR NEXT 2026']]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8xY2I2M2FkMmI3NjFkMDMyNjQ4MDVlMDZmMmQ2NmZlNS5wbmc=/640/330" /></p><p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2568 พร้อมเยี่ยมชมการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ฐานสมรรถนะในชั้นเรียนปฐมวัย และรับฟังการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนหลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนสำหรับเด็กปฐมวัย ณ โรงเรียนบ้านหนองสวรรค์ (ไชยเชียงพิณ)&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 </p><p>รมว.ศธ. มอบนโยบายพัฒนาการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ตลอดจนการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของบุคลากรและของผู้เรียนทั่วประเทศ</p><p>- ยกระดับมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุภัยพิบัติ โดยให้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ความสูญเสียในสถานศึกษาและการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมสั่งการให้ทุกโรงเรียนจัดทำ "แผนเผชิญเหตุ" ที่รัดกุม ครอบคลุมทั้งการเรียนการสอนในสถานศึกษา การเดินทาง กิจกรรมทัศนศึกษา และการเข้าค่ายลูกเสือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง</p><p>- ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีการเรียนรู้ ที่มุ่งสร้างความพร้อมด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการศึกษาสมัยใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนบ้านหนองสวรรค์ (ไชยเชียงพิณ) และโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมและมีความเสถียร รองรับการนำสื่อการสอนและเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ การจัดฐานข้อมูล Big Data ทางการศึกษา ที่เรียกว่า EDU pass เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการ เชื่อมโยงข้อมูลครู (Teacher ID) และนักเรียน (Student ID) อย่างเป็นระบบ พร้อม ๆ กับการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์</p><p>- ​​การเสริมสร้างความรู้และทักษะด้าน AI ให้แก่ผู้เรียน เพื่อเตรียมความพร้อมรับการวัดผล PISA 2025</p><p>จากนั้นในเวลา 10.50 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ฯ ลงพื้นที่รับฟังการเสนอ เรื่องเด็กหลุดออกนอกระบบ (Thailand Zero Dropout) และการศึกษายืดหยุ่น ณ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดอุดรธานี</p><p>และในเวลา 13.00 น. เดินทางต่อไปยัง เป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนา ทางวิชาการ "DIRECTOR NEXT 2026" ผู้บริหารยุคใหม่ นำการศึกษาไทยสู่ อนาคต และประกาศเชิดชูเกียรติผู้บริหารเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2569&nbsp;&nbsp;ณ หอประชุมมณฑาทิพย์ อำเภอเมืองอุดรธานี</p><p>โดย นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ได้ให้ข้อเสนอ 5 ข้อที่สำคัญ ได้แก่ </p><p>1. การเดินหน้าลดภาระงานครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูสามารถทุ่มเทกับการสอนได้อย่างสบายใจและเต็มศักยภาพ </p><p>2. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเงินเดือนเหลือเพียงพอต่อการใช้ชีวิต พร้อมเสนอให้ต่อยอดด้วยการรวมหนี้และใช้ "กาญจนบุรีโมเดล" ที่ประสานความร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เพื่อปลดล็อกภาระทางการเงินอย่างยั่งยืน </p><p>3. การจัดทำร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ ที่กระชับ รัดกุม โดยทำงานควบคู่ระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน (สมาคมครูและผู้ปกครอง) </p><p>4. การยกระดับระบบข้อมูลสารสนเทศกลางที่ถูกต้องแม่นยำ </p><p>5. การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กและงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>"ขอแสดงความชื่นชมความพร้อมของจังหวัดอุดรธานีในการดำเนินโครงการ "Thailand Zero Dropout" และการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะปฐมวัย พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ ทั้ง สพฐ., สอศ. ฯลฯ เร่งพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2572 ด้วย" รมว.ศธ.กล่าว</p><p>อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างการจัดทำข้อตกลงร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดตั้ง "ระบบครัวกลาง" (Cloud Kitchen) เพื่อแก้ปัญหาโครงการอาหารกลางวันนักเรียน โดยให้หน่วยงานกลางทำอาหารส่งให้โรงเรียนแทน เพื่อคืนเวลาและลดภาระงานให้ครู พร้อม ๆ กับ​ขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยคาดว่าจะผ่านกระบวนการและมีผลบังคับใช้ได้ในช่วงกลางปี 2570 เพื่อเป็นกลไกหลักในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ ​</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9kNDg2OTdlYmZiMWQ0YTZmYmM3ZmYxNGNiZDAwZmZkOC5qcGc=" alt="ประเสริฐ นักเรียน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9mZTFhNDk2ODdlZGE4NDVlOWFlYjY0ZWQ5Y2I5ZTk5OS5qcGc=" alt="นักเรียน ครู.jpg"><p>ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/mShYHTycj</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/mShYHTycj</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 00:53:31 +0000</updated><pubDate>Sat, 22 Aug 2026 00:22:59 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8xY2I2M2FkMmI3NjFkMDMyNjQ4MDVlMDZmMmQ2NmZlNS5wbmc=</url><description>&apos;ประเสริฐ&apos; รมว.ศธ. ลุยภารกิจอุดรฯ ตรวจโรงเรียนบ้านหนองสวรรค์ ขับเคลื่อน Zero Dropout สกร. มอบนโยบายพัฒนาการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ก่อนเปิดสัมมนาใหญ่ &quot;DIRECTOR NEXT 2026&quot;</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' อัปเดตฟื้นฟูน้ำท่วมน่านวันที่ 3 อนุมัติงบฉุกเฉิน ระดมทหาร-เครื่องจักรกู้ อ.ปัว พร้อมดันระบบวิศวกรรมจัดการน้ำน่าน พัฒนาระบบเตือนภัย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZmEyZjczZDAwYzA4ZjdlMDkxZTQxYTdkMjU2NGJlNy5wbmc=/640/330" /></p><p>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ว่า&nbsp;ภารกิจวันที่ 3 ในการลงพื้นที่น้ำท่วมที่น่าน วันนี้ผมและทีมงานมาที่ "อำเภอปัว" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ดินโคลนทะลักเข้าทับถมในตัวบ้านขณะนี้ทุกๆฝ่ายกำลังเร่งช่วยฟื้นฟูครับ หลายอย่างเรากำลังเร่งทำ และยังมีหลายสิ่งที่ต้องเร่งทำเพิ่ม</p><p><strong>ระดมเครื่องจักรและกำลังพล - </strong>ขอขอบพระคุณท่าน รมว.กลาโหม ช่วยสั่งการส่งกำลังพี่น้องทหาร มาช่วยเพิ่มเติมจากจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะ อ.ปัว และส่งเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ด่วนในวันพรุ่งนี้เพิ่มครับ ขอบคุณและชื่นชมท่านเจเศรษฐ์ลงพื้นที่ อ.ปัว และดูแลพี่น้องอย่างใกล้ชิดทั้งอาหารและเครื่องจักรต่างๆในวันนี้อย่างดีเยี่ยม เราจะให้พี่น้องกลับมาใช้ชีวิตปกติให้เร็วที่สุดครับ</p><p>งบฉุกเฉิน ได้ผ่านการอนุมัติให้จังหวัดแล้ว ขอบพระคุณท่านผู้ว่า ท่านอธิบดี ปภ. และท่านอธิบดีกรมบัญชีกลาง ทั้งนี้ เพื่อเร่งการฟื้นฟูได้เต็มกำลัง</p><p><strong>กู้โครงสร้างพื้นฐาน - </strong>ต้องขอบพระคุณท่าน รมช คมนาคม ท่านภัทรพล กระทรวงคมนาคม เร่งติดตั้งสะพานแบริ่งให้เสร็จภายในวันที่ 23 ส.ค. รวมถึงการดูแลถนนทุกสายให้กลับมาปกติให้เร็วที่สุด</p><p>สำหรับระยะกลาง การจัดการโครงสร้างน้ำ ระบบวิศวกรรมจัดการน้ำ - เราจะผลักดันการสร้างฝายและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก-กลางในพื้นที่ตอนบน ควบคู่กับการขุดลอกลำน้ำน่านเพื่อเร่งการระบายน้ำ และสร้างพนังกั้นน้ำในเขตเศรษฐกิจ (วันนี้ผมไปดูแนวรั้วอลูมิเนียมกันน้ำที่ รพ.น่าน ถือเป็นการนำหลักวิศวกรรมมาป้องกันจุดยุทธศาสตร์ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ ยินดีช่วยเร่งการสนับสนุนต่อครับ)</p><p>การยกระดับระบบเตือนภัยและฟื้นฟูนิเวศ แม้วันนี้จะเข้าสู่ ระยะฟื้นฟู แต่ผมเข้าใจดีว่าภารกิจกู้คืนวิถีชีวิตพี่น้องชาวน่านยังคงหนักหนา วิกฤตครั้งนี้เราจะก้าวผ่านไปไม่ได้เลยหากขาดพลังจากทุกฝ่าย</p><p>วันนี้ผมต้องขอขอบคุณ ท่าน รมว.กลาโหม, ท่าน รมช.เจเศรษฐ์ และท่าน รมช.ภัทรพงศ์</p><p>ขอบพระคุณพี่น้องทหารช่าง ทหารพราน เจ้าหน้าที่ ปภ. กรมชลประทาน กรมทางหลวง สาธารณสุข สพฉ. รวมถึงภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่นำเครื่องจักรกลมาช่วยสนับสนุน ตลอดจนทีมกู้ภัยและอาสาสมัครทุกท่าน ที่ร่วมกันพลิกฟื้นวิกฤตครั้งนี้ครับ</p><p>เราจะไม่จบภารกิจแค่นี้ แล้วรอรับภัยพิบัติครั้งหน้า เราจะนำ Data หน้างานมาพัฒนาระบบรับมือ Climate Change เพื่อสร้าง "ระบบภูมิคุ้มกัน" ที่เข้มแข็งและแม่นยำให้กับพื้นที่</p><p>ผมและทีมงานทุกๆ ท่านจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ จ.น่านกลับคืนสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุดครับ</p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/jNfkbKjQs</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/jNfkbKjQs</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 22 Aug 2026 00:07:33 +0000</updated><pubDate>Fri, 21 Aug 2026 23:53:27 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZmEyZjczZDAwYzA4ZjdlMDkxZTQxYTdkMjU2NGJlNy5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; อัปเดตฟื้นฟูน้ำท่วมน่านวันที่ 3 อนุมัติงบฉุกเฉิน ระดมทหาร-เครื่องจักรหนักกู้ อ.ปัว พร้อมดันระบบวิศวกรรมจัดการน้ำน่าน ใช้ Data พัฒนาระบบเตือนภัย รับมือ Climate Change เสริมภูมิคุ้มกันรับมือภัยพิบัติยั่งยืน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[เปิดภาพ 'สว.สำรอง' นัดรวมพลทำพิธีใหญ่ ผูกผ้าเสาหลักเมือง-กราบพระแก้วมรกต]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jN2I3NTYzZDBhNDliOWI2ZGJhNjM4ZmYzM2RkNWI0MS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวล่าสุดในแวดวงการเมือง เมื่อปรากฏภาพกลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาในบัญชีสำรอง (สว.สำรอง) นัดรวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อเดินสายทำพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง</p><p>โดย คณะ สว.สำรอง ได้ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงและผูกผ้าสามสีที่ เสาหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ พร้อมขอพรบารมีพระสยามเทวาธิราชให้คุ้มครองบ้านเมืองให้ผ่านพ้นภัยพิบัติและอุปสรรคทั้งปวง ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เพื่อกราบสักการะพระแก้วมรกต และร่วมถ่ายภาพหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท</p><p>การรวมตัวแบบแพ็กกันเหนียวแน่นและเดินสายประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ สร้างคำถามและจับตาจากหลายฝ่ายว่า เป็นเพียงการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลตามปกติ หรือกำลังส่งสัญญาณเตรียมความพร้อมรับจังหวะก้าวสำคัญทางการเมืองในระยะใกล้นี้กันแน่</p><p>ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสังคมและแวดวงการเมืองที่กำลังจับตาความคืบหน้าของคดีร้องเรียนเรื่องการฮั้วเลือก สว. ซึ่งส่งผลให้การจัดแถวรวมพลังของกลุ่ม สว.สำรอง ในช่วงเวลานี้ ยิ่งถูกจับตามองเป็นพิเศษถึงจุดยืนและบทบาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC80NmQ0YjlkNzg0ZjI2ZTcwMDQ4NzI2NDc3MmIzZGE5MS5qcGc=" alt="สว สำรอง"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jY2Q5NGJiY2Y2ODJiMzAxMjdhYTA2MGQ3YTIxNDI3OS5qcGc=" alt="สว สำรอง"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wN2MxODA4NzVjNWRmMDE1MTliNmZhYWYwNTQ5YmI0OS5qcGc=" alt="สว สำรอง"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/3eSkoiv_c</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/3eSkoiv_c</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 21 Aug 2026 23:53:14 +0000</updated><pubDate>Fri, 21 Aug 2026 23:48:09 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jN2I3NTYzZDBhNDliOWI2ZGJhNjM4ZmYzM2RkNWI0MS5wbmc=</url><description>กลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาในบัญชีสำรอง นัดรวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อเดินสายทำพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ผูกผ้าเสาหลักเมือง-กราบพระแก้วมรกต</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กทม. ตรวจข้อมูลบุคคลต่างด้าว 'บัตรชมพู' ครบ 50 เขต พบมี 13 หลัง ใน 9 เขต มีผู้พักหนาแน่นเกินเกณฑ์ เตรียมตรวจสอบเชิงลึก]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wN2NkNjAwMjE4ODc4ZWM1Yjc3OTExMWU1NjZhZjAxMi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 21 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ภายหลังนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎร และรายงานจำนวนบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ที่มีบัตรสีชมพู หมายเลข 7 ให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ขณะนี้ กทม.ได้รับรายงานจากสำนักงานเขตครบถ้วนแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นฐานข้อมูลล่าสุด ณ ปัจจุบัน&nbsp;</p><p>จากข้อมูลพบว่า ใน 50 เขต มีจำนวนบุคคลที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หมายเลข 7 รวมแล้วทั้งสิ้น 16,634 คน ในบ้าน 10,066 หลัง และจากการลงรายละเอียดรายเขต พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่มีการพักอาศัยเป็นไปตามเกณฑ์ปกติ แต่มีอยู่ 9 เขต ที่ตรวจพบว่ามีบ้านซึ่งมีคนต่างด้าวถือบัตรสีชมพู หมายเลข 7 อาศัยอยู่เกิน 16 คนต่อหลัง รวมทั้งหมด 13 หลัง ซึ่งได้รับรายงานจากสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องว่า สถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นโรงงาน หอพัก หรือบ้านเช่าแรงงาน เป็นต้น</p><p>พล.ต.อ.อดิศร์ ระบุว่า กรณีบ้านทั้ง 13 หลังดังกล่าว เป็นข้อมูลที่สำนักงานเขตตรวจสอบและรวบรวมจากทะเบียนบ้าน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบความถูกต้องและความผิดปกติของการแจ้งย้าย ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ กทม.จะมอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจตรวจสอบความมั่นคงทางทะเบียน ของสำนักงานปกครองและทะเบียน เข้าตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ทั้งลักษณะการใช้ประโยชน์ของบ้าน จำนวนผู้พักอาศัยจริง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน ตลอดจนเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งย้ายเข้า–ย้ายออก</p><p>พล.ต.อ.อดิศร์ ย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ต้องการให้การบริหารงานของ กทม.มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอาศัยข้อเท็จจริงเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่า กทม.จะเดินหน้าตรวจสอบการแจ้งย้ายบุคคลเข้าทะเบียนบ้านที่อาจมีความผิดปกติอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการอย่างรอบคอบ เป็นธรรม</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9hNDAxOTA3MTkzMWQwN2VkM2Q2Mzk4ODZkOGVkMTY2ZC5qcGc=" alt="กทม"><p>ที่มา : กรุงเทพมหานคร</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/ZqCX1C91B</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/ZqCX1C91B</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 21 Aug 2026 15:35:43 +0000</updated><pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:31:35 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wN2NkNjAwMjE4ODc4ZWM1Yjc3OTExMWU1NjZhZjAxMi5wbmc=</url><description>กทม. ตรวจข้อมูลบุคคลต่างด้าว “บัตรชมพู” ครบ 50 เขต พบมี 13 หลัง ใน 9 เขต มีผู้พักหนาแน่นเกินเกณฑ์ เตรียมตรวจสอบเชิงลึก พิสูจน์ความผิดปกติเป็นรายกรณี</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ลงพื้นที่น่าน ติดตามโครงการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลน่าน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9mOTJlNjc5MTUyNTRiNzk5N2QwMjI2MzQ5ZThjNWFmOC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 16.50 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า โครงการสร้างบาริเออร์ หรือเขื่อนป้องกันน้ำท่วม (Flood Barrier) บริเวณโรงพยาบาลน่าน จังหวัดน่าน</p><p>การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะการปกป้องพื้นที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานพยาบาลสำคัญของจังหวัด และจำเป็นต้องสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงเกิดสถานการณ์น้ำหลาก</p><p>สำหรับโครงการสร้างบาริเออร์ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยง โดยมีการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางระบบป้องกันน้ำและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่สำคัญของเมืองน่าน</p><p>ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ จังหวัดน่านได้มีการหารือและติดตามแนวทางป้องกันอุทกภัยในหลายจุด รวมถึงบริเวณโรงพยาบาลน่าน สะพานศรีบุญเรือง และจุดผันน้ำว้า–แม่น้ำน่าน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำและเพิ่มความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ </p><p>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการอย่างเป็นระบบ คำนึงถึงประสิทธิภาพของแนวป้องกัน ความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนความต่อเนื่องในการให้บริการด้านสาธารณสุข เพื่อให้โรงพยาบาลน่านสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ </p><p>ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/vmI2xsOCD</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/vmI2xsOCD</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 21 Aug 2026 15:35:48 +0000</updated><pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:24:21 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9mOTJlNjc5MTUyNTRiNzk5N2QwMjI2MzQ5ZThjNWFmOC5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน - ผู้ว่าฯ ชัยนรงค์ - ธีรรัตน์&apos; ร่วมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า โครงการสร้างบาริเออร์ หรือเขื่อนป้องกันน้ำท่วม (Flood Barrier) บริเวณโรงพยาบาลน่าน จังหวัดน่าน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กทม. เดินหน้าคุมเข้ม PM2.5 เตรียมแผนรับมือปี 2570 ลดฝุ่นจากต้นตอ มุ่งเป้าค่าฝุ่นเกินมาตรฐานไม่เกิน 20 วัน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZWEwYzg3YzAyNzdhM2M5NzE1ODUzZDc5MWQzM2Q0OC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 21 สิงหาคม 2569 <strong>นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมมลพิษ ตลอดจนพิจารณานโยบายและร่างแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2570 ณ ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting</p><p>รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทบทวนผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในฤดูฝุ่นที่ผ่านมา ตลอดจนหารือแนวทางดำเนินงานสำหรับช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับกรุงเทพมหานครและระดับประเทศ อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้จำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงจาก 40 วัน เหลือ 28 วัน และค่าเฉลี่ย PM2.5 ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นทิศทางที่ดี</p><p>รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยสานต่อแนวทางที่ได้ผลและเร่งแก้ไขมาตรการที่ยังดำเนินการได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและแนวโน้มฝุ่นอย่างใกล้ชิด การประชุมมีสาระสำคัญ ได้แก่ </p><p>1. สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 </p><p>2. การพิจารณาแนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นในระยะต่อไป </p><p>3. เพื่อรับทราบนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหา PM2.5 โดยมุ่งลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดสำคัญ เช่น ยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาชีวมวล </p><p>4. การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ประจำปี 2570 พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการร่วมกันขับเคลื่อนแผนงานและเสนอความคิดเห็น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง</p><p>ในที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2569 ซึ่งมีหน่วยงานภายนอก 16 หน่วยงาน และหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร 6 หน่วยงาน ร่วมดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมมลพิษ ซึ่งกำหนดช่วงเดือนพฤศจิกายน–มีนาคมของทุกปี เนื่องจากกรุงเทพมหานครประสบปัญหาฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในช่วงเวลาดังกล่าวและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</p><p>สำหรับการดำเนินงานภายใต้การเป็นเขตควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานครได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 และแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570–2575 โดยมีการจัดส่งแผนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และเตรียมนำแผนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ก่อนนำไปสู่การปฏิบัติ ติดตาม และประเมินผลต่อไป</p><p>นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์และแนวโน้มฝุ่นละออง PM2.5 ปี 2570 รวมถึงสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือเอลนีโญ การแจ้งเตือนค่าฝุ่น PM2.5 ผ่านระบบ Cell Broadcast และความคืบหน้าการจัดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง (Superstation) ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้งานเต็มประสิทธิภาพภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยมีเครื่องมือตรวจวัดองค์ประกอบของฝุ่น ได้แก่ Elemental Analysis, Organic Carbon/Elemental Carbon (OC/EC), Black Carbon และ Brown Carbon รวมถึงระบบ LiDAR เพื่อสนับสนุนการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์มลพิษทางอากาศ</p><p>ในส่วนของนโยบายการจัดการมลภาวะ กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการควบคุมฝุ่นที่ต้นตอ โดยเฉพาะแหล่งกำเนิดสำคัญ ได้แก่ ยานพาหนะและการจราจร ไซต์ก่อสร้าง และการเผาในที่โล่ง พร้อมกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เช่น การตรวจรถควันดำ การควบคุมไซต์ก่อสร้าง การตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่น การติดตามจุดความร้อน (Hotspot) และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่น</p><p>กรุงเทพมหานครยังเตรียมยกระดับมาตรการด้านการจราจรและขนส่ง โดยเพิ่มยานพาหนะในบัญชีสีเขียว (Green List) ให้ครอบคลุมรถ 4 ล้อ หรือรถดีเซลเก่า พร้อมพิจารณาการกำหนดพื้นที่ควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ (Low Emission Zone 2.0) เพื่อควบคุมพื้นที่ที่มีการปล่อยมลพิษสูง รวมถึงติดตามการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมตามมาตรฐานใหม่ และบูรณาการการทำงานและบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น</p><p>สำหรับปี 2570 ที่ประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดเป้าหมายให้จำนวนวันที่ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ไม่เกิน 20 วัน พร้อมขับเคลื่อนมาตรการของกรุงเทพมหานครและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p><p>ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีกำหนดเดินหน้า Kick off แผนฝุ่น ปี 2570 และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอแผนการดำเนินงานปี 2570 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบต่อไป</p><p>ในการนี้ ดร.พญ. เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายทศพล สุภารี รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นางนทีทิพย์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/HGVCnhdZY</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/HGVCnhdZY</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 21 Aug 2026 15:21:43 +0000</updated><pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:16:15 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC84ZWEwYzg3YzAyNzdhM2M5NzE1ODUzZDc5MWQzM2Q0OC5wbmc=</url><description>&apos;พรพรหม&apos; รองผู้ว่าฯ กทม. ประชุมติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 พร้อมเตรียมแผนรับมือปี 2570 ย้ำลดฝุ่นจากต้นตอ มุ่งเป้าค่าฝุ่นเกินมาตรฐานไม่เกิน 20 วัน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ร่วมมอบถุงยังชีพให้ประชาชน 600 ชุด ณ หอประชุมบ้านสถาน ต. สถาน อ. ปัว บรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wZDJmMGRhMGMxNjMxMGUzZjVhZjg0YzIzMTY3ZWRmMC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์  ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีต สส.น่าน ในฐานะนายกสมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย และ นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมลงพื้นที่หอประชุมบ้านดอนสถาน หมู่ 5 ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อมอบถุงยังชีพจำนวน 600 ชุด ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย</p><p>การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่และดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zZGQ2YWRhNzUzYzA5ZGU3ZDFhMmUyZDQzNjY0NTZkMS5qZmlm" alt="ชลน่าน น้ำท่วมน่าน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9hOGFmMTEyNjU0YjQ0N2ZjOGZlMDQxMTE0ZTI0MWQzZi5qZmlm" alt="น้ำท่วมน่าน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC81MDc1YTYzYmVlNDFkNjk2MWE1ODg0M2Y0M2U2MTRiYi5qZmlm" alt="ชลน่าน น้ำท่วมน่าน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9lZDY4MzEzYzdjZGJjNDkxOGUzNjUyMWQwZmM4MjQxMi5qZmlm" alt="ยศชนัน น้ำท่วมน่าน"><p>ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/91xxqDAYi</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/91xxqDAYi</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 21 Aug 2026 15:15:49 +0000</updated><pubDate>Fri, 21 Aug 2026 14:38:58 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8wZDJmMGRhMGMxNjMxMGUzZjVhZjg0YzIzMTY3ZWRmMC5wbmc=</url><description>รองนายกฯ และ รมว.อว. ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพให้ประชาชน 600 ชุด ณ หอประชุมบ้านสถาน ต. สถาน อ. ปัว บรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' พร้อมทีมผู้ว่าฯน่าน ลงพื้นที่ อ.ปัว ติดตามการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ พร้อมมอบถุงยังชีพ ให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jMWIwNmQ1NzIwODExMjMwOTA3MzEwZTMzZWUzMWM0ZC5wbmc=/640/330" /></p><p>วัน 21 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ลงพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 4 ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และการฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดอุทกภัย โดยพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งไหล่ทางทรุดตัว ถนนในหมู่บ้านบางสายถูกตัดขาด รวมถึงมีดินโคลน เศษวัชพืช และเศษไม้ไหลเข้าทับถมบ้านเรือน และกีดขวางเส้นทางจราจร โดยเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เร่งระดมกำลังและนำเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการเปิดเส้นทาง ขนย้ายสิ่งกีดขวาง รวมถึงฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ        </p><p>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย         </p><p>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จังหวัดน่านมีแผนในการป้องกันแก้ไขปัญาอุทกภัยทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยระยะสั้น ระยะกลาง จะดำเนินการขุดลอกลำน้ำน่าน ให้มีความลึกพอรองรับมวลน้ำได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างพนังกั้นน้ำน่านให้ยาวขึ้นในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ การเบี่ยงทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าเขตเมือง ส่วนในระยะยาวในโครงการใหญ่ของกรมชลประทาน ที่ใช้งบประมาณสูง เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ และฝายขนาดเล็กตามลำน้ำสาขาต่างๆ ทางโซนเหนือของจังหวัด ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าต่อไป </p><p>ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐาน บ้านเรือน และพื้นที่สาธารณะกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9iMmNhM2VjM2E5ZDU2ZmI3NWEyMmZhZGQ3OGRiZjA2YS5qZmlm" alt="ยศชนัน น้ำท่วมน่าน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC8zODg4ODA1Y2U2OTg5OTM0MTJhMDBiZTc2YjcxYTAyNC5qZmlm" alt="ยศชนัน น้ำท่วมน่าน"><p><br></p><p>ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/h91bfGj-3</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/h91bfGj-3</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 21 Aug 2026 14:36:02 +0000</updated><pubDate>Fri, 21 Aug 2026 14:18:33 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wOC9jMWIwNmQ1NzIwODExMjMwOTA3MzEwZTMzZWUzMWM0ZC5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน - ผู้ว่าฯน่าน - นายก อบจ.ปัว&apos; ลงพื้นที่อำเภอปัว ติดตามการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย หลังสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย พร้อมมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ</description><author>Voice TV</author></image></item></channel></rss>