<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0"><channel><title><![CDATA[Voice TV 21]]></title><description><![CDATA[Voice TV]]></description><link>https://www.voicetv.co.th</link><generator>RSS for Node</generator><lastBuildDate>Sat, 04 Jul 2026 18:17:34 GMT</lastBuildDate><atom:link href="https://www.voicetv.co.th/rss" rel="self" type="application/rss+xml"/><author><![CDATA[Voice TV]]></author><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 18:17:34 GMT</pubDate><language><![CDATA[th]]></language><ttl>60</ttl><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ปลุกศักยภาพผู้บริหาร นบส.2 รุ่น 18 ชี้ทิศทางขับเคลื่อนราชการไทยสู่ยุคดิจิทัล ดันให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย พร้อมรับมือทุกความท้าทายในอนาคต]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xYzQ5M2Q5NWY5NzJiNzBiNzgxYWQ5OWMwMDZlOThkMy5wbmc=/640/330" /></p><p>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเป็นวิทยากรในโครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง: ผู้บริหารส่วนราชการ (นบส.2) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 รุ่นที่ 18 ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมว.อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. และคณะผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการจำนวน 40 คน เข้าร่วม ณ ห้องพระมาตุลี 2 ชั้น 2 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 </p><p>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า บทบาทสำคัญของผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการในยุคปัจจุบัน คือการเป็น ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และเป็นนักแก้ปัญหา โดยต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายภาพรวมให้ชัดเจน และใช้หลักการมองเป้าหมายย้อนกลับ (Backcasting) เพื่อวางแผนการทำงานไปสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้ ผู้บริหารยังต้องทำความเข้าใจกระบวนการทำงานอย่างถ่องแท้ เพื่อนำเทคโนโลยีและ Digital Transformation เข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัด ลดขั้นตอนเอกสารที่ล่าช้า และทำให้กระบวนการทำงานมีความรวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น</p><p>รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า แม้ในภาวะที่หน่วยงานอาจมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ผู้บริหารก็ต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะไม่ปล่อยให้ปัญหาคงอยู่ แต่ต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เช่น การมุ่งพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) บุคลากรให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนได้ด้วยตนเอง โดยสิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือ ผู้บริหารระดับสูงต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้เชื่อมโยง” กลไกและเครือข่ายต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของระบบนิเวศทางนวัตกรรมและสติปัญญา รวมทั้งต้องตระหนักถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้น อาทิ สงครามเทคโนโลยี (Tech War) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และสังคมผู้สูงอายุ (Silver Economy) เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กร รวมทั้งเพื่อเตรียมพร้อมรับมือและนำพาองค์กรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างทันท่วงที</p><p>“ความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศไม่อาจเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง กระทรวง อว. ในฐานะหน่วยงานต้นน้ำด้าน อววน. พร้อมที่จะเป็นกลไกสนับสนุนและเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับทุกส่วนราชการ เพื่อร่วมกันผลักดันวาระแห่งชาติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามขีดจำกัดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว</p><p>ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/M1S8haAca</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/M1S8haAca</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 16:03:23 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 15:42:28 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xYzQ5M2Q5NWY5NzJiNzBiNzgxYWQ5OWMwMDZlOThkMy5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; ปลุกศักยภาพผู้บริหาร นบส.2 รุ่น 18 ชี้ทิศทางขับเคลื่อนราชการไทยสู่ยุคดิจิทัล ดันให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย พร้อมรับมือทุกความท้าทายในอนาคต</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ทวี สอดส่อง' แนะใช้เทคนิคการตรวจพิสูจน์ดิจิทัลและมาตรการกันพยาน เปิดยุทธการล้างบางผู้บงการโกงสอบท้องถิ่น]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lODM5YTYyZDJkYjlkN2M1MzgxYmFmY2RiNGRjMTM0Yi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ , สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้<strong> ใช้เทคนิคการตรวจพิสูจน์ดิจิทัลและมาตรการกันพยาน "เปิดยุทธการล้างบางผู้บงการโกงสอบท้องถิ่น"</strong></p><p>จากกรณีมหากาพย์การทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568–2569 ที่กำลังสั่นสะเทือนระบบราชการไทยอยู่ในขณะนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกมาแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงภายในกรอบเวลา 7 วัน ว่าพบข้าราชการระดับปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทำความผิดวินัยร้ายแรงเบื้องต้นจำนวน 5 รายนั้น ในความเป็นจริง ข้าราชการระดับปฏิบัติการทั้ง 5 รายที่ถูกฟันวินัยเป็นเพียง “เหยื่อ” ที่ถูกผลักออกมารับบาปแทนขบวนการที่อุกอาจเท่านั้น&nbsp;</p><p>เพราะเมื่อเรานำคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว มาวางยันกับความจริง จะพบคีย์เวิร์ดสำคัญที่ชี้ทิศทางของอาชญากรรมในทันที โดย มศว ได้แถลงลำดับขั้นตอนไว้ชัดเจน ว่า</p><p>หลังจากประมวลผลคะแนนดิบและส่งมอบแฟลชไดรฟ์ให้ทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือ สถ. แล้ว ทาง สถ. จะนำรายชื่อไปพิจารณา และส่งผลการพิจารณากลับมาให้ มศว ประทับตรา ก่อนที่ สถ. จะนำผลนั้นไปประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป</p><p>ความหมายตามคำแถลงนี้ ก็คือ ในระหว่างห้วงเวลาที่แฟลชไดรฟ์ข้อมูลคะแนนดิบตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลใน สถ. ได้เกิดขบวนการลักลอบเปิดไฟล์ Excel เพื่อพิมพ์แก้ไขตัวเลขคะแนนวงใน เช่น เปลี่ยนคะแนนดิบจาก 37 คะแนน ให้งอกเป็น 74 คะแนน เพื่อช่วยผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง ซึ่งพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องและจ่ายสินบนจองโควตาสูงถึงประมาณ 9,000 ราย ล้นเกินกว่าอัตราตำแหน่งที่เปิดรับจริงซึ่งมีอยู่เพียง 6,669 อัตรา โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์หัวละ 350,000 ถึง 800,000 บาท</p><p>เทคนิคการสืบสวนสอบสวนเพื่อสาวให้ถึงผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน ถึงที่สุดจะต้องเริ่มตลบหลังด้วยกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยการนำไฟล์คะแนนดิบชุดสำรองที่ มศว ส่งมอบให้ ป.ป.ช. ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล หรือ Digital Forensics ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงตัวเลขคะแนนที่งอกเกินจริง ซึ่งในจำนวนผู้สมัครสอบทั้งหมดมากกว่า 400,000 คน จะได้ทราบว่ามีใครถูกแก้ไขเพิ่มคะแนนจำนวนกี่คน ที่น่าเชื่อว่ามีความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 และความผิดอาญาอื่นจำนวนเท่าไหร่ ?&nbsp;</p><p>มีผู้ที่เป็นตัวกลางเรียกรับสินบนทางกฎหมายว่า "ความผิดฐานเป็นนายหน้าเรียกรับสินบน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 จำนวนเท่าไหร่?</p><p>ขั้นตอนต่อไป คือ การใช้มาตรการทางกฎหมายในการพิจารณากันผู้สมัครสอบที่ใช้สินบน หรือเป็นนายหน้าคนกลางและข้าราชการระดับปฏิบัติการไว้เป็นพยาน ตามระเบียบของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้กลุ่มคนที่จำนนต่อหลักฐานเหล่านี้ยอมเปิดปากซัดทอด ไล่สายจากผู้จ่ายเงิน ไปหาผู้ใช้ จ้าง วาน หรือผู้ทำหน้าที่เดินสายเรียกรับผลประโยชน์ และสาวขึ้นไปจนถึงตัวการใหญ่ที่เป็นผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน อยู่เบื้องหลัง ที่สำคัญที่สุดผู้รับผลประโยชน์และการใช้อิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย ผู้มีอำนาจทางการเมืองกระทำอย่างเป็นขบวนการและเครือข่าย โดยรูปแบบการทุจริตมีทั้งการซื้อขายและการจัดสรรโควตาให้กับบุตรหลานของผู้มีอิทธิพลพวกพ้องอย่างเฉียบขาด</p><p>ในมิติของการบริหารราชการแผ่นดิน การนำกระบวนการ Digital Forensics มาใช้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐในการแสวงหาความจริงด้วยวิธีการที่เป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการสอบคัดเลือก และยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐาน มิใช่ความเชื่อ ความเห็น หรือแรงกดดันทางสังคม</p><p>ท้ายที่สุด การคลี่คลายคดีทุจริตการสอบมิใช่เพียงการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่เป็นการปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของระบบคุณธรรมและความน่าเชื่อถือของสถาบันภาครัฐ การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลจึงมิใช่เพียงเครื่องมือทางเทคนิค หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการรักษาความยุติธรรม สร้างความโปร่งใส และยืนยันต่อสังคมว่าความจริงสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์และตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล</p><p>ในคดีที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตของทางราชการ การละเลยการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล อาจส่งผลให้พยานหลักฐานสำคัญสูญหาย และทำให้รัฐสูญเสียโอกาสในการค้นหาความจริงอย่างครบถ้วน ดังนั้น การบูรณาการผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Forensics เข้าสู่กระบวนการสืบสวนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงควรได้รับการพิจารณาเป็นมาตรการมาตรฐานสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลดิจิทัลทุกประเภท</p><p>ระบบราชการส่วนท้องถิ่นคือองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดและดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชนมากที่สุด ถ้าเราปล่อยให้ขบวนการอาชญากรรมเชิงนโยบายใช้เงินซื้อขายตำแหน่งข้าราชการได้ตั้งแต่วันแรก อนาคตของประเทศชาติจะพังพินาศ หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลประกอบกับการกันพยานตามระเบียบกฎหมาย จะสามารถโยงไปถึงตัวคนกลาง นายหน้า ผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน และบุคคลตามตำแหน่งในสัญญาที่ละเว้นหน้าที่ มารับโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดและยึดทรัพย์ให้ถึงที่สุดครับ</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/d_Xli5GgZ</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/d_Xli5GgZ</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 15:40:00 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 15:29:24 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lODM5YTYyZDJkYjlkN2M1MzgxYmFmY2RiNGRjMTM0Yi5wbmc=</url><description>พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แนะใช้เทคนิคการตรวจพิสูจน์ดิจิทัลและมาตรการกันพยาน เปิดยุทธการล้างบางผู้บงการโกงสอบท้องถิ่น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[พล.ต.อ.สำราญฯ นำทีมตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาส่งยาเสพติดให้แอร์โฮสเตสสาว พบเศษผ้ากระเป๋าช้างติดผงเฮโรอีนเพียบ ตำรวจเร่งขยายผลต่อ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82YmUwZmE2ZGI0NTkyZTQ2MzI4MTJjNzc1MzZlZjZkYi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง รอง ผบ.ตร.(มค) ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ลงพื้นที่สืบสวนขยายผลกรณีจับกุม นายอุทัยฯ ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้ส่งพัสดุต้องสงสัยเป็นยาเสพติดให้แอร์โฮสเตสสาว ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจับกุมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 </p><p>พล.ต.อ.สำราญฯ ลงพื้นที่ตรวจค้น 3 จุด ในเขต อ.อุทัย และ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 และ พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ไปตรวจค้นห้องพักของ นายอุทัยฯ ในอพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่ง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลเครือข่าย</p><p>จากการตรวจค้นภายในห้องพัก และการสอบถามผู้ต้องหา พบผ้าลายช้างที่ถูกตัดออก จากสภาพ กระเป๋าจำนวน 8 ผืน, เศษผ้าดังกล่าวที่ถูกตัดเป็นริ้วจำนวนมาก และพบผงสีขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำเศษผ้าที่ถูกตัดเป็นริ้วมากองเขี่ยเพื่อนำผงสีขาวที่ติดอยู่ตามเศษผ้าออกมานำไปทำการตรวจพิสูจน์ ให้ผลยืนยัน ว่าเป็นยาเสพติดประเภทเฮโรอีน </p><p>นอกจากนี้ยังพบเงินสดเป็นธนบัตร โทรศัพท์มือถือ, กระเป๋าสตางค์, เสื้อผ้าและกระเป๋าเป้ที่คาดว่าเป็นของใช้ที่ นายอุทัยฯ ใช้ในวันที่นำพัสดุเฮโรอีนไปส่งให้กับ น.ส.มีนาฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะตรวจสอบโดยละเอียดต่อไป</p><p>พล.ต.อ.สำราญฯ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องหาคือ “นายอุทัย” เป็นชาวม้ง จังหวัดน่าน ซึ่งมาเช่าพักอาศัยอยู่ในจุดที่เข้าตรวจค้น จากการสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ได้เดินทางไปรับกระเป๋าที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยรับกระเป๋าลายช้าง 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และลายช้าง 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ซึ่งภายในบรรจุเฮโรอีนมาแล้ว ก่อนนำมาพักเก็บไว้ในห้องพัก และภายหลังทราบข่าวแอร์โฮสเตสถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงนำเฮโรอีนที่เหลือทิ้ง และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนของกลางที่ตรวจพบในวันนี้เป็นวัสดุที่นำกลับคืนมาจากการไปส่งแล้วไม่มีผู้รับขนต่อ และจากการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยังพบคราบเฮโรอีนตกค้างภายในกระเป๋าที่ตรวจยึดได้ โดยผลตรวจมีค่าความเข้มข้นยืนยันว่าเป็นคราบเฮโรอีนที่ยังหลงเหลืออยู่</p><p>พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทราบตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าบรรจุเฮโรอีน โดยรับของมาจากคนที่ปกปิดใบหน้าที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ก่อนโดยสารรถทัวร์เข้ากรุงเทพมหานคร เก็บของไว้ที่ห้องพัก และนำไปส่งที่คอนโดย่านบางนา อ้างว่าทำมาแล้ว 3 ครั้ง สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลชาวไทยผ่านกลุ่มไลน์ แต่จำชื่อจริงไม่ได้ โดยใช้ชื่อบัญชีในลักษณะชื่อโค้ด เช่น “รินริน” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลต่อไป</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy84OGRmN2EwYmUyY2MyYmNiNjBhNWNlMzFjOWRjMmU0Ny5qZmlm" alt="ปราบยาเสพติด"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xZTVjMWU3NzBlODQ0MTUzMGM2MDMxZWMxNTJhYjZhZS5qZmlm" alt="ปราบยาเสพติด"><p>ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/hOi8UMd1O</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/hOi8UMd1O</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 14:04:56 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 13:53:14 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82YmUwZmE2ZGI0NTkyZTQ2MzI4MTJjNzc1MzZlZjZkYi5wbmc=</url><description>พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง รอง ผบ.ตร. นำทีมตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาส่งยาเสพติดให้แอร์โฮสเตสสาว พบเศษผ้ากระเป๋าช้างติดผงเฮโรอีนเพียบ สารภาพรับงานจาก &apos;รินริน&apos; ตำรวจเร่งขยายผลต่อ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['พร้อมพงศ์' จี้ รื้อสูตรพลังงานทั้งระบบ ไม่เข้าใจราคาน้ำมันไทย ไม่ลดตามตลาดโลก ย้ำ กมธ.งบฯ 70 ตรวจสอบการใช้เงินภาครัฐอย่าอิงแค่เอกสาร]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNS0wOS80YWQ4NDg5NjFmZGQ4NGM5Y2QxNTBiZmRhYzFiNTJmNi5wbmc=/640/330" /></p><p>นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบันว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลง แต่ประชาชนยังตั้งคำถามว่า เหตุใดค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน ยังไม่ลดลง ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่ครบถ้วน ถึงเวลาที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ขอเสนอ 3 วาระเร่งด่วนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน</p><p>1.การรื้อสูตรราคาพลังงานทั้งระบบ วางมาตรการเชิงรุกเพื่อให้เมื่อราคาพลังงานโลกปรับตัวลง คนไทยจะได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว ภายใต้กรอบกฎหมายและวินัยการเงินการคลัง</p><p>2.การเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ปรับปรุงโครงสร้างข้อมูลราคาพลังงานที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องเพื่อความโปร่งใส</p><p>3.การผูกงบประมาณเข้ากับปากท้อง ในจังหวะที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ผ่านความเห็นชอบวาระแรกและกำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายควรทบทวนนโยบายจัดสรรงบประมาณให้พุ่งเป้าไปที่การลดต้นทุนชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เพราะงบประมาณที่ดีต้องตอบโจทย์ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขในเอกสาร</p><p>นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การเมืองที่ดีไม่ใช่การเมืองที่แข่งกันพูด แต่คือการเมืองที่แข่งกันลดต้นทุนชีวิตของประชาชน งบประมาณที่ดีที่สุด ไม่ใช่งบที่ใช้หมด แต่คืองบที่ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลงอย่างเป็นรูปธรรม </p><p>"ความเชื่อมั่นของประชาชน ไม่ได้เกิดจากคำชี้แจงที่ยาวขึ้น แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นจริง ประชาชนไม่ได้คาดหวังให้รัฐบาลกับฝ่ายค้านเอาชนะกัน แต่คาดหวังให้ทุกฝ่ายร่วมกันเอาชนะปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ตัดสินผลงานของนักการเมือง ไม่ใช่เวทีอภิปรายหรือวาทกรรมทางการเมือง แต่คือคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน"นายพร้อมพงศ์กล่าว</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/9yVjLkKd0</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/9yVjLkKd0</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 13:38:47 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 13:34:58 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNS0wOS80YWQ4NDg5NjFmZGQ4NGM5Y2QxNTBiZmRhYzFiNTJmNi5wbmc=</url><description>&apos;พร้อมพงศ์&apos; จี้ รื้อสูตรพลังงานทั้งระบบ ไม่เข้าใจราคาน้ำมันไทย ไม่ลดตามตลาดโลก ย้ำ กมธ. งบประมาณ 70 ตรวจสอบการใช้เงินภาครัฐอย่าอิงแค่เอกสาร ต้อง พุ่งเป้าตอบโจทย์ชีวิตจริง ทำค่าครองชีพประชาชนลดลง</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ปักหมุดนครพนม ติดตามความก้าวหน้า ตั้งคณะแพทยศาสตร์ ร่วมงานบวงสรวงถวายองค์พญาศรีสัตตนาคราช ประจำปี 2569]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wMmE3OTliMjlhZTAwZGJmYjFlYmEzZGE3YmIyYzkwYi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 'มนพร เจริญศรี' สส.นครพนม เขต 2 และ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผย เกี่ยวกับภารกิจการลงพื้นที่ตรวจราชการของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งมีกำหนดการลงพื้นที่ จ.นครพนม ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 </p><p>สำหรับภารกิจการลงพื้นที่ ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกฯ และ รมว. อว. จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ณ พื้นที่จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ เขตพื้นที่ศรีโคตรบูรณ์ มหาวิทยาลัยนครพนม </p><p>จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกฯ และ รมว. อว. จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์ Wellness Center ดูโครงการดูแลด้านสุขภาพชุมชน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม ตรวจเยี่ยมโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยนครพนม </p><p>ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกฯ และ รมว. อว. มีกำหนดการเดินทางไปเป็นประธานในพิธีนำขบวนแห่เครื่องบวงสรวง นำขบวนนางรำ จาก อ.ธาตุพนม รวมถึง ส่วนราชการสังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนราชการสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม  ข้าราชการสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สังกัดกระทรวงพลังงาน และรวมพลคนเกิดวันอาทิตย์ ร่วมพิธีถวายเครื่องบวงสรวง ก่อนที่จะมีการรำบวงสรวง ของนางรำ ทั้งหมด 7 ชุด และช่วงท้ายจะเป็นการรำร่วมกันระหว่าง ประชาชน นักท่องเที่ยว ตามประเพณีความเชื่อความศรัทธา ต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เส้นทางสายศรัทธา ถือเป็นงานประเพณีสำคัญ ของ จ.นครพนม ที่จัดขึ้นทุกปี ในช่วงวันที่ 7 เดือน 7 ปีนี้กำหนดจัด 7-13 กรกฎาคม 2569 มีบุคคลสำคัญมาร่วมไม่ขาดสาย และมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การค้า สร้างรายได้ในพื้นที่ เงินสะพัด</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/DCOaflXI7</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/DCOaflXI7</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 12:56:54 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 12:37:40 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wMmE3OTliMjlhZTAwZGJmYjFlYmEzZGE3YmIyYzkwYi5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; ปักหมุดนครพนม ติดตามความก้าวหน้า ตั้งคณะแพทยศาสตร์ มอบนโยบาย หน่วยงานสังกัด อว. ฤกษ์ดีประธานนำขบวนแห่เครื่องบวงสรวง องค์พญาศรีสัตตนาคราช ประจำปี 2569 หนุนท่องเที่ยวเส้นทางสายศรัทธา 12 กรกฎาคม 2569 กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['รมว.นิกร' นำทีม พม. ลุยกำแพงเพชร เน้นทำงานเชิงรุก ช่วยกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ บูรณาการเครือข่ายท้องถิ่น]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xNWE0Yjk2ZDk0MzhlODIwMjJjYTUzOWFjNDAzZWUwZS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" โดยเปิดกิจกรรมส่งมอบ “สวัสดิการ สร้างสุข เพื่อคนทุกวัย” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง และที่ว่าการอำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร อีกทั้งพบปะเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. </p><p>นอกจากนี้ ได้ลงเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ 103 ปี พร้อมมอบโล่เกียรติคุณจากสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อแสดงว่าเป็นผู้มีอายุ 100 ปีขึ้นไป สามารถรักษาสุขภาพและพลานามัยอย่างดียิ่ง ควรแก่การยกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้สูงอายุโดยทั่วไป อีกทั้งมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น </p><p>โดยมี นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายแพทย์วัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายภูร์ผา ไทยแท้ โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ฝ่ายการเมือง) , นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. , นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร , ทีมหน่วยงาน พม.จังหวัดกำแพงเพชร และเครือข่ายท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่</p><p>รมว.นิกร กล่าวว่า วันนี้ ตนได้นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ที่รับผิดชอบดูแลทุกกลุ่มเป้าหมายมาร่วมลงพื้นที่พบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอคลองขลุง และอำเภอไทรงาม เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ในระดับพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร  และรับฟังรายงานข้อมูลจากพื้นที่จริง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหา อุปสรรค ความต้องการ และข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อให้กระทรวง พม. ได้เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกช่วงวัย นำไปสู่โอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึง</p><p>รมว.นิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยมุ่งเปลี่ยนบทบาทการทำงาน จาก “ผู้ให้” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาส” และเป็น “กำแพงพิงหลัง” ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างเหมาะสม และทั่วถึง สำหรับจังหวัดกำแพงเพชร นั้น มีการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง อย่างไรก็ตาม กระทรวง พม. พร้อมต่อยอดการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ได้รับการช่วนเหลือดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy81NWM5NWFmYzZkYzAxNzdkZmJhZTlkYzA4ZWRkOTVlMi5qZmlm" alt="737758782_1748392933011785_3391084415385801299_n.jfif"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8yYWQ1NThmOGRmMDAxMzkxODQ0YmVhNDk3ZWQwNDk4ZC5wbmc=" alt="พม.png"><p>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า ทุกครั้งที่ได้ลงพื้นที่ สิ่งที่ผมมีความสุขที่สุดคือการได้พบปะ พูดคุย และรับฟังเรื่องราวของพี่น้องประชาชนด้วยตัวเอง</p><p>จุดสุดท้ายของวันนี้ ท่าน สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 4 จังหวัดกำแพงเพชร และ น้องเอ็ม ธนากร รัตนากร ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร ได้ชวนผมมาส่งมอบ “สวัสดิการ สร้างสุข เพื่อคนทุกวัย” ณ อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ รวมถึงมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจของกระทรวง พม. เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือที่พึงได้รับ</p><p>รอยยิ้ม คำพูด และกำลังใจที่ได้รับจากพี่น้องในวันนี้ เป็นพลังสำคัญที่ทำให้พวกเรามุ่งมั่นเดินหน้าทำงานต่อไป เพื่อให้สวัสดิการที่ดีเข้าถึงประชาชนทุกคน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเช่นเคยครับ</p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/XOi5hVA6I</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/XOi5hVA6I</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 13:11:02 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 10:19:45 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xNWE0Yjk2ZDk0MzhlODIwMjJjYTUzOWFjNDAzZWUwZS5wbmc=</url><description>&apos;นิกร โสมกลาง&apos; รมว.พม. นำทีม พม. ลงพื้นที่ จ.กำแพงเพชร เน้นทำงานเชิงรุก ช่วยกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ พร้อมบูรณาการเครือข่ายท้องถิ่น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ทีมกฎหมายชัชชาติ ชี้แจงการหาเสียง 'ชัชชาติ' ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ กกต. ทุกประการ หลัง 'มัลลิกา' พาดพิง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mODI5OTc5M2E2MDNlMzdiNTBjMTlmNzY0YTRiMDI1Zi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ทีมกฎหมายชัชชาติแจง กรณีถูกพาดพิง ตามที่ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14&nbsp;ได้กล่าวหาในการบรรยายของสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พาดพิงถึงสื่อโฆษณาหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่ามีป้ายเกินขนาด ผิดกฎหมายนั้น&nbsp;ฝ่ายกฎหมายของ นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ขอชี้แจงว่า</p><p>การหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงทุกประการ และได้มีการหารือ สอบถาม และแจ้งต่อ กกต. ในทุกกระบวนการก่อนดำเนินการแล้ว&nbsp;</p><p>โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p><p>1. สื่อโฆษณาที่ติดบนรถสาธารณะและรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่ “แผ่นป้ายหาเสียง” หรือ “ประกาศหาเสียง” ตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 นั้น ได้กำหนดนิยาม “แผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” ว่า แผ่นป้ายของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษ กระดาน หรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีความแข็งแรงที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง กล่าวคือ แผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งจะต้องมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ถูกยึดไว้บนโครงไม้ โครงโลหะ หรือยึดไว้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร หรือสิ่งที่ยึดอยู่บนพื้นที่&nbsp;</p><p>ในส่วนของ “ประกาศหาเสียงเลือกตั้ง” ดังกล่าว ได้นิยามไว้ว่า “ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” หมายความว่า ประกาศของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษหรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ประกาศหาเสียงเลือกตั้งจึงต้องพิมพ์ลงในวัสดุที่เป็นกระดาษหรือวัสดุที่มีลักษณะคล้ายกระดาษ และใช้สำหรับการติดตั้งบนอาคาร แผ่นกระดาน หรือสิ่งที่ไม่อาจเคลื่อนที่ได้เท่านั้น</p><p>นอกจากนี้ ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว ก็ไม่ได้ออกข้อห้ามไม่ให้มีการโฆษณาหาเสียงโดยวิธีการอื่น ดังจะเห็นได้จากการระบุให้ “เอกสาร” หรือ “วิดีทัศน์” ที่ใช้ในการหาเสียงต้องระบุชื่อผู้ผลิต ผู้จัดทำ และรายละเอียดอื่นๆ (ข้อ 23 )&nbsp;</p><p>เมื่อตีความระเบียบของ กกต. ประกอบกับประกาศของ กกต. กรณีนี้จึงเห็นได้ว่า กฎหมายเลือกตั้งอนุญาตให้มีการหาเสียงโดยวิธีการอื่นนอกเหนือไปจากการผลิตป้ายและประกาศอย่างที่เคยยึดถือปฏิบัติกันมา ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะการทำในรูปแบบของ “ประกาศ” หรือ “แผ่นป้าย” เท่านั้น</p><p>จากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น กรณีจึงเห็นได้ว่า สื่อโฆษณาที่ข้าพเจ้าติดตั้งบนรถโดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น ซึ่งทำจากสติกเกอร์&nbsp;ไม่ใช่กระดาษหรือแผ่นป้ายที่ยึดติดกับอาคาร หรือสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่เป็นการปิดสื่อโฆษณาเข้ากับพาหนะซึ่งเคลื่อนที่ได้ ซึ่งไม่เข้าลักษณะของประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งแต่อย่างใด&nbsp;</p><p>ด้วยเหตุนี้ สื่อโฆษณาที่ทีมงานนายชัชชาติ ติดบนรถสาธารณะและประตูรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงบนจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ใช่แผ่นป้ายหาเสียง หรือ ประกาศหาเสียงตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน และไม่มีประกาศหรือระเบียบใดๆบัญญัติถึงข้อห้ามหรือข้อกำหนดขนาดและจำนวนแต่อย่างใด&nbsp;</p><p>2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 อนุญาตให้มีการหาเสียงในรูปแบบอื่นได้ เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายเท่านั้น</p><p>ข้าพเจ้าขอเรียนต่อไปว่า นอกจากการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารสาธารณะจะไม่เข้านิยามของ “แผ่นป้ายหาเสียง” และ “ประกาศหาเสียง” ตามระเบียบ กกต. ที่อ้างแล้วนั้น ยังมีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ซึ่งให้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งรวมถึง “...(4) ค่าโฆษณาในสื่อต่าง ๆ ได้แก่ ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ค่าผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ รวมถึงค่าโฆษณาอื่นที่เป็นการกระทำเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง (5) ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง…”&nbsp;</p><p>กรณีจึงหมายความได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้อนุญาตให้มีการโฆษณาการหาเสียงเลือกตั้งในรูปแบบสื่ออื่นๆ นอกจากประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องแจ้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้เคยทำหนังสือแจ้งรายละเอียดถึงการโฆษณาดังกล่าว ตามหนังสือเรื่อง แจ้งการโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการปิดสติกเกอร์บนรถโดยสารประจำทาง ฉบับลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว</p><p>ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งก็เคยมีหนังสือตอบกลับเกี่ยวกับการโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะว่า</p><p>“8. ข้อหารือที่ 7 ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่โฆษณาบนยานพาหนะสาธารณะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย โดยต้องไม่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562</p><p>9. ข้อหารือที่ 8 และ 9 การติดป้ายโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะจะทำให้รถคันนั้นเข้าลักษณะเป็น “พาหนะที่ใช้ในการหาเสียง” ตามข้อ 23 (3) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ด้วยหรือไม่ และหากพิจารณาแล้วว่า รถโดยสารสาธารณะทั่วไปที่มีการปล่อยเช่าพื้นที่บนรถโดยสารเพื่อหาเสียงเลือกตั้งถือเป็น “พาหนะในการหาเสียง” ตามระเบียบดังกล่าว ในกรณีนี้ เจ้าของพาหนะ/ผู้ประกอบกิจการรถขนส่งสาธารณะซึ่งยังคงต้องประกอบอาชีพรับส่งผู้โดยสารเป็นการทั่วไป (เพียงแต่รับติดป้ายโฆษณาหาเสียง) จะสามารถนำพาหนะคันดังกล่าวออกประกอบอาชีพรับจ้างตามปกติได้หรือไม่ เห็นว่า การเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งบนยานพาหนะสาธารณะ อาจไม่เข้าข่ายมีลักษณะเป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียง เป็นเพียงการเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย เว้นแต่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งประสงค์จะจ้างให้เป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเจ้าของรถโดยสารสาธารณะด้วย เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น”&nbsp;</p><p>ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้จัดให้มีการอบรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์แก่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้สมัครทุกรายหาเสียงถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้กรุณาให้คำตอบเกี่ยวกับการหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถกระทำได้ และไม่ถือเป็นประกาศหรือแผ่นป้ายหาเสียงที่จำกัดขนาด เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วยเท่านั้น</p><p>จึงขอให้ทางผู้รับฟังบรรยายของคุณมัลลิกา ที่สถาบันพระปกเกล้า และสาธารณชนทั่วไป รับทราบและเข้าใจโดยทั่วกัน ว่าการหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ยึดมั่นและเป็นไปกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงอย่างถูกต้องทุกประการทั้งสิ้น และขอให้ผู้พาดพิง ตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วนก่อนแสดงความเห็นใดๆ ออกสู่สาธารณะ</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy85MGU2N2YxNjA0MGU4ZDM4N2FiYTk4YjhkYTVmMmM1NC5wbmc=" alt="ชช.png"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/RLoSPL8vc</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/RLoSPL8vc</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 10:16:51 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 09:34:01 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mODI5OTc5M2E2MDNlMzdiNTBjMTlmNzY0YTRiMDI1Zi5wbmc=</url><description>ทีมกฎหมายชัชชาติ ชี้แจงการหาเสียง &apos;ชัชชาติ&apos; ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ กกต. ทุกประการ หลัง &apos;มัลลิกา&apos; พาดพิงในการบรรยายที่สถาบันพระปกเกล้า</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[เลขาฯ สรวุฒิ ลุยลงพื้นที่กำแพงเพชร เร่งแก้ไขการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การทำการเกษตร]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83OTgzYjdkNDg3MTRmMDFmYzFhYjI5ZmVmMjY0NzU3NS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการขาดแคลนน้ำและความจำเป็นของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง - เจ้าพระยาตอนบน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมฝายทดน้ำปิงส่วนที่ผันเข้าสู่คลองหนองขวัญ โดยมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร</p><p>นายสรวุฒิ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง - เจ้าพระยาตอนบนอย่างยั่งยืน โดยมีการผลักดันโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันโครงการฯ อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติผ่อนผันลุ่มน้ำชั้นที่ 1A และมีแผนการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำท้ายเขื่อนภูมิพล โดยพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปิง 15 โครงการ ซึ่งมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร และจังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างฝายพับได้ 1 แห่ง และฝายกึ่งถาวร 1 แห่ง และมีแผนดำเนินการก่อสร้างฝายกึ่งถาวร 6 แห่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนการขาดแคลนน้ำของเกษตรกรในพื้นที่ อีกทั้งมีแผนแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น การส่งน้ำผ่านคลองวังยาง สาย1R-MC และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สนับสนุนโดยสำนักเครื่องจักรกลส่งน้ำรวม 7 ลบ.ม./วินาที เข้าไปยังพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้งในทุกๆ ปี เป็นต้น</p><p>สำหรับโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง – เจ้าพระยาตอนบน สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น 1,495 ล้านลบ.ม. พื้นที่การเกษตรฤดูแล้งเพิ่มขึ้น 1.61 ล้านไร่ น้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 300 ล้าน ลบ.ม./ปี ผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มพลังงานไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 417ล้านหน่วย/ปี สามารถทำการประมงในเขื่อนน้ำยวม สร้างการท่องเที่ยวเขื่อนน้ำยวม และทะเลสาบดอยเต่าเกิดผลประโยขน์ด้านอุตสาหกรรมเกษตร อีกทั้งโครงการฯ อยู่ในแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของกรมชลฯ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการขออนุมัติผ่อนผันลุ่มน้ำชั้นที่ 1A จากคณะรัฐมนตรี</p><p>นอกจากนี้ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้เดินทางไปยังฝายทดน้ำปิงส่วนที่ผันเข้าสู่คลองหนองขวัญ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนกรณีฝายชั่วคราวหนองขวัญชำรุดจนใช้การไม่ได้ เนื่องจากมีการกัดเซาะและดำเนินการแจ้งแก้ไขไปยังทางผู้ที่รับผิดชอบอย่างเร่งด่วนแล้วเพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป เนื่องจากต้องส่งน้ำจากคลองวังยางไปยังคลองหนองขวัญโดยการส่งน้ำผ่านคลองวังยาง สาย 1R-MC ปริมาณน้ำ 2 ลบ.ม./วินาที และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สนับสนุนโดยสำนักเครื่องจักรกลซึ่งมีปริมาณการส่งน้ำเข้าในพื้นที่ 5 ลบ.ม./วินาที ในช่วงฤดูแล้งของทุกปีเพื่อไม่ให้กระทบและสร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kZWFkODZkOWU1NTA3MDFjZDJkOGQwMWEyZjQ4MzhiYS5qcGVn" alt="737191409_1507480940857220_4879974296535927692_n.jpeg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kMTNkOTVkMjlhODM1NTMxNWI0ZTA1OTk2YmI5Nzk2MC5qcGVn" alt="736524834_1877021663255263_2569193277690887872_n.jpeg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83OWUzZGRiOWFkNWIxMTIyZmViMzgwZmRiZjRjZWI5YS5qcGVn" alt="736235107_1713446513234668_2675812230394701539_n.jpeg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9jODkxYzc1ZWZmZTcyOGExZjljMjkxNThjNmJiMjJiYi5qcGVn" alt="736413159_3394652334041481_1943539055943181359_n.jpeg"><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/z5bvLF9XL</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/z5bvLF9XL</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 09:47:36 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 08:00:39 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83OTgzYjdkNDg3MTRmMDFmYzFhYjI5ZmVmMjY0NzU3NS5wbmc=</url><description>&apos;สรวุฒิ เนื่องจำนงค์&apos; เลขาฯ รมว.เกษตร ลงพื้นที่กำแพงเพชรรับฟังปัญหาการขาดแคลนน้ำและความจำเป็นของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล พร้อมตรวจเยี่ยมฝายทดน้ำปิงส่วนที่ผันเข้าสู่คลองหนองขวัญ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กรมการจัดหางาน เตือนภัยมิจฉาชีพอ้าง 'งานง่าย รายได้ดี' แนะตรวจสอบก่อนสมัครงาน ป้องกันถูกหลอก]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mNzQ2MmJjOTI5MjQxMWFiODAyMDE4YjIxMDFkMjFkYy5qcGc=/640/330" /></p><p>นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก โฆษณาชักชวนคนไทยไปทำงานในตำแหน่งแอดมินออนไลน์ ตอบแชทลูกค้า และคอลเซ็นเตอร์ โดยแอบอ้างว่ามีรายได้สูง สวัสดิการดี พร้อมจัดหาที่พักและอาหารให้ เพื่อจูงใจผู้ที่กำลังมองหางาน เมื่อมีผู้สนใจตกลงทำงาน จะมีการนัดหมายสัมภาษณ์และจัดรถตู้มารับ </p><p>โดยอ้างว่าจะพาไปทดสอบงาน ก่อนลักลอบพาข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเดินทางถึงปลายทาง จะถูกบังคับให้ทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือเว็บการพนันผิดกฎหมาย มีการกักขัง ให้อดอาหารและมีการข่มขู่ รวมถึงทำร้ายร่างกาย ยึดเอกสารประจำตัว หรือมีการขายต่อให้นายจ้างรายอื่น&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>นายสมชายฯ</strong> กล่าวว่า กรมการจัดหางาน มีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองคนหางานทุกคน โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการโฆษณารับสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามขบวนการหลอกลวงที่แอบอ้างรับสมัครงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันประชาชนตกเป็นเหยื่อ ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ต.ค. 68 - พ.ค.69) มีการดำเนินคดีสาย นายหน้าเถื่อนแล้ว 184 ราย พบผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวง 412 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 37.6 ล้านบาท จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครงานจากหน่วยงานของกรมการจัดหางานก่อนตัดสินใจสมัครงานหรือเดินทางไปทำงานต่างประเทศ</p><p class="ql-align-justify">“ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องคนไทย หากต้องการไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายเท่านั้น และต้องตรวจสอบข้อมูลนายจ้าง สถานที่ทำงาน และสัญญาจ้างให้ชัดเจน อย่าหลงเชื่อการชักชวนที่อ้างรายได้สูงผิดปกติ หรือไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางราชการ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงได้” <strong>นายสมชาย ฯ</strong> กล่าว&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ทั้งนี้ หากคนหางานได้รับความเดือดร้อนจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ สามารถตรวจสอบและปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางาน กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0 2248 4792 และ โทร. 0 2245 6763 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 โดยสามารถศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ตนจะเดินทางไปทำงานเพื่อป้องกันการหลอกลวงได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/CAsIT9dE-</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/CAsIT9dE-</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 07:57:26 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 07:19:03 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mNzQ2MmJjOTI5MjQxMWFiODAyMDE4YjIxMDFkMjFkYy5qcGc=</url><description>กรมการจัดหางาน เตือนภัยมิจฉาชีพอ้าง &apos;งานง่าย รายได้ดี&apos; แนะตรวจสอบก่อนสมัครงาน ป้องกันถูกหลอกไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงกรณีมีผู้กล่าวอ้างเป็นแกนนำ BRN ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kYWE5OGVmMTA5ZDA1MTEwMzMxMjNmNGFhMGNiZGNkMy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พันเอก เอกวริทธิ์  ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้รับทราบข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชน กรณีบุคคลซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของขบวนการ BRN ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และมีการเสนอเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางอาวุธและการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ</p><p>ในชั้นนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันตัวตน สถานะ หรืออำนาจในการสั่งการของบุคคลดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาข้อมูล และไม่อาจนำคำกล่าวอ้างดังกล่าวมาใช้เป็นข้อยืนยันถึงจุดยืนขององค์กรหรือกลุ่มใดได้</p><p>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนว่า ประเทศไทยมีกลไกและช่องทางในการสร้างสันติสุขที่ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของรัฐอย่างชัดเจน หากบุคคลใดมีความประสงค์จะยุติการใช้ความรุนแรง กลับเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย หรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายสถานการณ์ รัฐพร้อมดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ โดยยึดหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย</p><p>สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรพิจารณาคือ การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากการยุติการใช้ความรุนแรงอย่างแท้จริง และการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้างหรือการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว</p><p>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมสนับสนุนทุกแนวทางที่นำไปสู่การลดความรุนแรงและสร้างสันติสุข ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ</p><p>ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายของการบิดเบือนข้อมูลหรือการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสถานการณ์ในพื้นที่</p><p>ที่มา : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/ghwLXU5V5</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/ghwLXU5V5</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 07:45:24 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 07:05:47 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kYWE5OGVmMTA5ZDA1MTEwMzMxMjNmNGFhMGNiZGNkMy5wbmc=</url><description>รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ย้ำ! กรณีผู้กล่าวอ้างเป็นแกนนำ BRN ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันทุกกระบวนการสันติสุขต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['อัครนันท์' นำทีมลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย รับฟังปัญหาคนหน้างาน เร่งแก้ปัญหาบ้านพักครู]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8yZmQxOGU0OWE2MDk3MWI0ZmEzNmJmMWZlMmY4ZDEyYi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และคุณปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดหนองคาย เพื่อรับฟังภาพรวมปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในพื้นที่ จากบุคลากรทางการศึกษาโดยตรง โดยมุ่งเน้นการฟังเสียงสะท้อนจากคนทำงานจริงเพื่อนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปปรับใช้ และปฏิบัติให้เกิดผลจริง</p><p>รมช.ศธ. กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดหนองคายในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยตั้งใจมาสัมผัสปัญหาที่แท้จริงของคนหน้างานด้วยตนเอง เนื่องจากการบริหารงานจากส่วนกลางบางครั้งข้อมูลที่รายงานขึ้นไปอาจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ จึงอาศัยโอกาสนี้รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากบุคลากรและสถานศึกษาในจังหวัดหนองคายโดยตรง ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การนำของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายลดภาระงานครูเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ จึงจะนำข้อเสนอแนะจากพื้นที่ไปพิจารณาปรับใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงรับฟังแล้วปล่อยผ่าน</p><p>รมช.ศธ. กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านพักครูของ สกร. ระดับอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ และความปลอดภัยของบุคลากรในพื้นที่จริง โดยเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ความช่วยเหลือและจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมโดยเร็ว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงในการทำงานให้แก่บุคลากรทางการศึกษา</p><p>รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า โลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงหยุดนิ่งรอไม่ได้ หากการศึกษาไทยยังไม่ปรับตัวให้ทันยุคสมัย ก็ยากที่จะแข่งขันกับนานาประเทศได้ โดยเฉพาะสถานศึกษาในต่างจังหวัด และพื้นที่ห่างไกลที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงไม่น้อยไปกว่าพื้นที่ในเมือง ในฐานะคนทำงาน พร้อมสนับสนุน และร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าไปพร้อมกันทุกพื้นที่</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hNTliM2FiYjZmZGMzZjE4MWIyZjdkNTQxNDE1NTJlNy5qcGc=" alt="อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กระทรวงศึกษาธิการ "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xM2MxZjA1YjdjNGFlYTJjYjhkZmYxZjQwYzQ5ZTliYy5qcGc=" alt="อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กระทรวงศึกษาธิการ "><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/i8WzVj2uM</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/i8WzVj2uM</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 04:23:59 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 04:16:10 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8yZmQxOGU0OWE2MDk3MWI0ZmEzNmJmMWZlMmY4ZDEyYi5wbmc=</url><description>&apos;รมช.อัครนันท์&apos; นำทีม ศธ. ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ จากคนหน้างาน เร่งแก้ปัญหาบ้านพักครู สภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ประเสริฐ' ยันยกเลิก ITA ระดับโรงเรียน ปลดล็อกภาระครู ลดงานซ้ำซ้อน พร้อมหั่นตัวชี้วัดฮวบ 71.52% คืนครูให้ห้องเรียน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy80ODUxYjE2ODk1Y2YxNDA5NmFmNTU0MzM5ZDk0ZmNlZC5wbmc=/640/330" /></p><p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการลดภาระงานครู ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้กรอบวงเงินจำนวน 359,576.8846 ล้านบาท ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องการคืนเวลาให้ครู และเรื่องการประเมินความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ว่า ไม่เห็นรายละเอียดของงบประมาณที่ชื่อว่า 'ลดภาระงานครู' ในเล่มงบประมาณปี 2570 และครูต้องทำรายงานการประเมิน ITA ซึ่งสวนทางกับนโยบายของ ศธ. ที่มีการประกาศจะลดงานด้านเอกสารของครู</p><p>รมว.ศธ. กล่าวชี้แจงว่า สิ่งที่กระทรวงทำอยู่ก็คือ ศธ.ไม่ได้ของบประมาณเพิ่มในเรื่องนี้จากงบประมาณที่มีอยู่ เพราะได้ยกเลิกไปแล้ว พร้อมปรับการใช้งบประมาณและปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อจะไม่เป็นการสร้างโครงการหรือเพิ่มเติมงบประมาณใหม่แต่อย่างใด จึงไม่มีปรากฏในเล่มงบประมาณ เช่น การลดตัวชี้วัด วันนี้การประเมินผลของ สพฐ. จาก 151 ตัวชี้วัด ลดลงเหลือแค่ 43 ตัวชี้วัดเท่านั้น เป็นการลดลงถึง 71.52% โดยให้มีผลทันที</p><p>“ส่วนเรื่องของ ITA ที่มีความห่วงใยว่าครูยังต้องทำรายงานนั้น ผมยืนยันว่า สพฐ. ได้ยกเลิกการประเมิน ITA ระดับโรงเรียนไปแล้วตั้งแต่ปี 2569 ทำให้ไม่ต้องจัดเก็บข้อมูลและเอกสารรองรับการประเมินอีก ส่วนที่ยังต้องดำเนินอยู่ เป็นเพียงงานระดับเขตพื้นที่การศึกษาเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นภาระของครูในห้องเรียนอีกต่อไปแล้ว” รมว.ศธ.กล่าว</p><p>นอกจากนี้ รมว.ศธ.ยังได้กล่าวถึงโครงการโรงเรียนสีขาว ว่า จะยังคงดูแลนักเรียนตามหลักการเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดในโรงเรียน ที่หลายท่านมีความเป็นห่วงว่ายังมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในโรงเรียน ขอเรียนว่า ศธ. ไม่สนับสนุนให้โรงเรียนหรือผู้อำนวยการโรงเรียน ทำโครงการโรงเรียนสีขาวเป็นตัวชี้วัดการประเมินอีก โดยได้มีมติยกเลิกโครงการนี้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป และขอย้ำอีกครั้งว่า เรายังมีระบบดูแลนักเรียนผ่านโครงการอื่น ๆ ที่จะไม่ซ้ำซ้อน ไม่เพิ่มภาระครู ซึ่ง ศธ. จะเข้มงวดยิ่งขึ้นในประเด็นที่สำคัญต่อนักเรียน</p><p>ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/XnBORTin1</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/XnBORTin1</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 04:05:50 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 04:03:28 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy80ODUxYjE2ODk1Y2YxNDA5NmFmNTU0MzM5ZDk0ZmNlZC5wbmc=</url><description>&apos;ประเสริฐ&apos; รมว.ศธ. ยืนยันยกเลิก ITA ระดับโรงเรียน ปลดล็อกภาระครู ลดงานซ้ำซ้อนพร้อมหั่นตัวชี้วัดฮวบ 71.52% คืนครูให้ห้องเรียน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รมว.แรงงาน ร่วมประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ครั้งที่ 2/2569 ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างบูรณาการ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82YjRlNjcwMmQxMDU2ZjcwN2Q5MGJiZGY4MTJhNTA2ZC5wbmc=/640/330" /></p><p>นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 2/2569  เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ในการนี้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมการประชุมด้วย ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร</p><p>ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาประเด็นสำคัญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประกอบด้วย การจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย การขับเคลื่อนปฏิบัติการ "พิฆาตยาเสพติด" ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญของประเทศ รวมทั้งการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ</p><p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานในหลายประเด็น ได้แก่ สรุปสถานการณ์ปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้เสพที่มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น สรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (Commission on Narcotic Drugs : CND) สมัยที่ 69 สรุปผลการประชุมทวิภาคีไทย–ลาว ว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 21 ตลอดจนการดำเนินการทำลายยาเสพติดของกลาง</p><p>การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงแรงงานในการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ผ่านการบำบัดรักษา เพื่อสนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมและสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ</p><p>ที่ประชุมรับทราบมาตรการในการควบคุมและสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปยังต่างประเทศ ดังนี้</p><p>1. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) บูรณาการร่วมกับศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตรวจสัมภาระของผู้โดยสาร และสัมภาระขนส่งในขาออกผ่านการ</p><p>X-ray และการใช้สุนัข K9 ดมกลิ่น</p><p>2. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) จะเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสัมภาระของลูกเรืออย่างเข้มงวดและจริงจัง</p><p>3. สถาบันการบินพลเรือนและการบินไทยรวมถึงสายการบินอื่น ๆ จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกับลูกเรือในการรับหิ้ว รับฝากสิ่งของ และดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ</p><p>4. เห็นชอบกรมศุลกากร ยกร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งหน่วยข้อมูลผู้โดยสาร</p><p>(Passenger Information Unit :PIU) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ (Passenger Name Record :PNR)</p><p>5. สถาบันการบินพลเรือนจะยกระดับการพัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือ</p><p>6. ให้ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามยาเสพติดทุกรูปแบบ&nbsp;โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ </p><p>1) การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ </p><p>2) การเสริมความมั่นคงชายแดน </p><p>3) การปราบปรามเครือข่ายค้ายาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง </p><p>4) การลดผลกระทบต่อประชาชน </p><p>5) การแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด </p><p>6) การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 10 บำบัด </p><p>7) การสร้างสังคมปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/lnh0XUtSl</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/lnh0XUtSl</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 04:01:37 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 03:43:52 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82YjRlNjcwMmQxMDU2ZjcwN2Q5MGJiZGY4MTJhNTA2ZC5wbmc=</url><description>&apos;จุลพันธ์&apos; รมว.แรงงาน ร่วมประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ครั้งที่ 2/2569 ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างบูรณาการ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ระบบสาธารณสุขไทย 'ดีที่สุด' อันดับ 8 ของโลก ประจำปี 2026 ยืนยันถึงประสิทธิภาพและการกระจายการรักษา]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyMC0wNC9jMGViNmQyNzE0YzgxZjlkZDlhMjVmMWUzY2EwMThkYS5qcGc=/640/330" /></p><p>ข่าวดี ระบบสาธารณสุขประเทศไทย ติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 จากการสำรวจของเว็บไซต์ Numbeo&nbsp;ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งข้อมูลระดับโลกแบบ crowdsourced (อิงจากการรายงานของผู้ใช้งาน) สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับค่าครองชีพ ตัวชี้วัดราคาที่อยู่อาศัย อัตราอาชญากรรมที่ประชาชนรับรู้ คุณภาพของระบบสาธารณสุข คุณภาพการขนส่ง และสถิติสำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย</p><p>สำหรับประเทศอันดับ 1 – 10 ที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดในโลก ได้แก่</p><p>- อันดับที่ 1 ไต้หวัน 87.1 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 2 เกาหลีใต้ 82.9 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 3 เนเธอร์แลนด์ 81.1 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 4 ญี่ปุ่น 80.1 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 5 ออสเตรีย 78.9 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 6 เอกวาดอร์ 77.7 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 7 ฟินแลนด์ 77.6 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 8 ไทย 77.5 คะแนน</p><p>- อันดับที่ 9 เดนมาร์ก 77.2 คะแนน </p><p>- อันดับที่ 10 สเปน 77.2 คะแนน</p><p><strong>จุดเด่นนโยบายสาธารณสุขของไทย </strong>คือ ระบบบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการกระจายการรักษาให้เข้าถึงทุกคน โดยเฉพาะสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่) มีทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนที่มีมาตรฐานสูง มุ่งเน้นการยกระดับบริการสุขภาพให้ครอบคลุมและเท่าเทียม ซึ่งเป็นสิทธิรักษาพยาบาลฟรีสำหรับคนไทย ครอบคลุมการรักษาพยาบาลทุกระดับตั้งแต่เจ็บป่วยทั่วไปจนถึงโรคเรื้อรังและโรคค่าใช้จ่ายสูง รักษาง่ายเพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว ซึ่งผลการสำรวจตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยยังเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism)</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/uitKZv-gR</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/uitKZv-gR</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 02:59:09 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 02:49:45 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyMC0wNC9jMGViNmQyNzE0YzgxZjlkZDlhMjVmMWUzY2EwMThkYS5qcGc=</url><description>ระบบสาธารณสุขไทยดีที่สุดในอาเซียน อันดับ 8 ระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 ยืนยันถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการกระจายการรักษาเข้าถึงทุกคน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า 5,600 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินผ่านระบบ e-PaySLF ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hMmU1ZmVhNjk0YTI3YTc3ZGUwOTkwNGFjYjE4YWFjNS5wbmc=/640/330" /></p><p>กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างรายใหม่กว่า 5,600 แห่ง ที่มีพนักงานหรือลูกจ้างเป็นผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ให้ดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืน กยศ. ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป กรณีองค์กรนายจ้างต้องการทราบรายละเอียดขั้นตอนเพิ่มเติมสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาได้ทางเว็บไซต์ กยศ. พร้อมแจ้งผู้กู้ยืมเงินเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ระบบหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้างในกรกฎาคม 2569</p><p>นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ได้จัดส่งหนังสือแจ้งไปยังองค์กรนายจ้างรายใหม่กว่า 5,600 แห่ง เพื่อให้ดำเนินการหักเงินเดือนพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงิน และนำส่งเงินกู้ยืมคืน กยศ. ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) โดยเริ่มหักเงินเดือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 และขอให้นำส่งเงินครั้งแรกภายในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงินที่มียอดหนี้ค้างชำระก่อนเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือน ขอให้เร่งชำระยอดคงค้างด้วยตนเองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว มิเช่นนั้น กยศ. อาจนำยอดค้างชำระมาคำนวณรวมในการแจ้งให้องค์กรนายจ้างหักเงินเดือน เพื่อลดภาระหนี้ค้างสะสมและให้การชำระหนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สำหรับองค์กรนายจ้างทั้งที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กยศ. และยังไม่ได้รับหนังสือแจ้ง สามารถเตรียมตัวก่อนดำเนินการหักเงินเดือน โดยลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการใช้งานระบบ&nbsp;e-PaySLF ได้ทางเว็บไซต์ <a href="https://www.studentloan.or.th/th/home" rel="noopener noreferrer" target="_blank">www.studentloan.or.th</a> และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านไลน์บัญชีทางการ กยศ.องค์กรนายจ้าง</p><p>นอกจากนี้ กยศ. ได้แจ้งให้ผู้กู้ยืมเงินที่จะเข้าสู่ระบบหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้างครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2569 ทราบ โดยได้ส่งหนังสือแจ้งล่วงหน้าหรือข้อความแจ้งเตือน (Notification) ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ระบบหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้างซึ่งผู้กู้ยืมเงินบางส่วนเป็นผู้ที่ครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ซึ่ง กยศ. ขอให้ผู้กู้ยืมเงินดังกล่าวยังคงต้องชำระหนี้งวดแรกด้วยตนเองก่อน เนื่&nbsp;องจาก กยศ. จะหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้างตั้งแต่งวดปีที่ 2 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นยอดหนี้ที่ครบกำหนดชำระในวันที่ 5 กรกฎาคม 2570 โดย กยศ. จะนำยอดชำระของงวดปีที่ 2 ดังกล่าวมาหารเฉลี่ย 12 เดือน เพื่อแจ้งหักเป็นรายเดือน ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงินสามารถตรวจสอบยอดหนี้ที่ครบกำหนดชำระตามตารางผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect และสามารถชำระเงินด้วยตนเองผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา</p><p>กยศ. ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืน กยศ. ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระหนี้ได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไป</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/59cbOx6Jk</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/59cbOx6Jk</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 02:15:47 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 02:07:58 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hMmU1ZmVhNjk0YTI3YTc3ZGUwOTkwNGFjYjE4YWFjNS5wbmc=</url><description>กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างรายใหม่กว่า 5,600 แห่ง ที่มีพนักงานหรือลูกจ้างเป็นผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ให้ดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืน กยศ. ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กระทรวง พม. จับมือโรงรับจำนำของรัฐ จัดโครงการ ‘เคียงข้างเกษตรกร ฟรีดอกเบี้ย’ ไม่จำกัดวงเงิน นาน 1 เดือน ตลอดกรกฎาคมนี้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy81YWZiMGI1NTRhMWIwNmE3NGM0M2Q3Nzc4ODFlYjlhMi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก ที่จำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูงในการสร้างผลผลิต ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้จับมือกับสำนักงานธนานุเคราะห์ หรือโรงรับจำนำของรัฐ จัดโครงการ “เคียงข้างเกษตรกร ฟรีดอกเบี้ย” โดยมอบสิทธิพิเศษฟรีดอกเบี้ยนานถึง 1 เดือน สำหรับทุกวงเงินจำนำ ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับเกษตรกรและอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบฐานราก</p><p>สำหรับเงื่อนไขการเข้ารับสิทธิ์นั้น รัฐบาลได้ปรับลดขั้นตอนให้ง่ายที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อประชาชน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าใหม่ ที่ยังไม่เคยมีประวัติตั๋วจำนำกับสำนักงานธนานุเคราะห์&nbsp;ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง คู่กับบัตรประจำตัวเกษตรกร หรือสมุดทะเบียนเกษตรกร เข้าไปติดต่อก็รับสิทธิ์ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนได้ทันที ส่วนกลุ่มลูกค้าเดิม ที่เคยแจ้งอาชีพเกษตรกรไว้ในระบบของสำนักงานธนานุเคราะห์อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเตรียมเอกสารให้ยุ่งยาก แค่ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง เพื่อยืนยันตัวตน ก็รับสิทธิ์ได้เลย</p><p>ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งหวังช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ ในช่วงที่เกษตรกรจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียน เพื่อซื้อปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย หรือยาปราบศัตรูพืช ซึ่งเกษตรกรผู้สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ที่สถานธนานุเคราะห์ หรือ โรงรับจำนำของรัฐ ทุกสาขาทั่วประเทศ ในวันและเวลาราชการ (08.00 - 16.30 น.) โดยจะเปิดให้บริการต่อเนื่องในช่วงพักเที่ยงด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการทุกคน</p><div class="facebook" ></div><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZDZkNmQ4MDk2NjdiZGFkY2NhZDI0MTM2NmVkYTMxOC5qZmlm" alt="สำนักงานธนานุเคราะห์"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/V6UwAxvDU</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/V6UwAxvDU</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 02:42:17 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 01:39:33 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy81YWZiMGI1NTRhMWIwNmE3NGM0M2Q3Nzc4ODFlYjlhMi5wbmc=</url><description>รัฐบาลพร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทย สั่งโรงรับจำนำของรัฐทั่วประเทศ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม ไม่จำกัดวงเงินตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ หวังลดภาระค่าครองชีพในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘ทวี สอดส่อง’ พร้อม คณะ กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่วังน้ำเขียว ฟังเสียงประชาชนแก้ปมที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน เล็งดันนิรโทษกรรม-ปลดล็อกชาวบ้านพ้นเรือนจำ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iZGZjOTk3YWU0NDU2M2FkN2I1MjcwYzFiMzFiODQwNS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะฯ ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา วานนี้ (3 กรกฎาคม 2569) เพื่อศึกษาดูงานและจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับกรณีที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิทำกินของราษฎรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 บ้านไทยสามัคคี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาเชิงกฎหมายและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยตรง ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์พื้นที่จริง เพื่อหาแนวทางเชิงรุกในการแก้ไขข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินทับซ้อนดังกล่าว&nbsp;</p><p>พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมประชุมและรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินระหว่างรัฐกับประชาชนที่ยืดเยื้อมานาน จนเป็นเหตุให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกดำเนินคดีและติดคุก</p><p><strong>[ศาลไม่รับ "มติ ครม." ยึดกฎหมายอุทยานฯ ทำชาวบ้านแพ้คดี]</strong></p><p>พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกระบวนการต่อสู้ทางกฎหมายในชั้นศาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะนำความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือแนวคิด "อยู่ก่อนป่า" เข้าไปต่อสู้ สุดท้ายชาวบ้านก็มักจะแพ้คดี เนื่องจากศาลไม่ได้ยอมรับมติคณะรัฐมนตรี (มติ ครม.) แต่จะยึดตามตัวบทกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของ มาตรา 64 ในกฎหมายฉบับดังกล่าวว่า</p><p>"มาตรา 64 ถ้าท่านไปยอมรับ เท่ากับท่านไม่ได้ต่อสู้สิทธิ์ แต่ท่านยอมรับว่าเป็นเพียง 'ผู้ให้อาศัย' แล้วอยู่แบบที่รัฐจะเมตตาว่าจะให้อยู่ได้นานเท่าไหร่" - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง</p><p><strong>[ชู "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ล้างมลทินคดีที่ดินรัฐทับซ้อนประชาชน]</strong></p><p>เพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง จึงได้นำเสนอแนวคิดการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ในกรณีที่รัฐไปประกาศเขตป่าไม้ เขตอุทยาน หรือเขตที่ดินของรัฐอื่น ๆ ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของประชาชน โดยมีสาระสำคัญดังนี้:</p><p><strong>ล้างคดีทุกประเภท:</strong> ให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง เพื่อให้ทุกคนได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างเท่าเทียม</p><p><strong>ตั้งเงื่อนไขสกัดนายทุน: </strong>การนิรโทษกรรมนี้จะต้องมีมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด โดย "ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเทาหรือนายทุน" ที่เข้ามาบุกรุกครอบครองที่ดิน</p><p><strong>ป้องกันการสวมสิทธิ์: </strong>มีข้อกำหนดห้ามไม่ให้มีการใช้ชาวบ้านในพื้นที่เดิมเป็น "นอมินี" เพื่อซื้อขายหรือโอนสิทธิ์ที่ดินให้กับกลุ่มทุนในภายหลัง</p><p>การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้งเรื่องที่ดินทำกินระหว่างรัฐกับประชาชน โดยมุ่งเน้นการคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรป่าไม้ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มผลประโยชน์</p><p>การเคลื่อนไหวของ กมธ.กฎหมายฯ ในครั้งนี้ ถูกจับตามองว่าเป็นก้าวสำคัญในการใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานรอยร้าวและหาข้อยุติระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและสร้างความเป็นธรรมในสังคมต่อไป</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8yMzMyNzY1YmM4ZDdkYmVhNTZjZDU2YjI5MzllY2YwYi5qcGc=" alt="ทวี สอดส่อง"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xYTdmNGY1NDgzNTM2NDdjOTkwNmJiZjgxMjZhZTQ4Mi5qcGc=" alt="ทวี สอดส่อง"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mYTAzZTA5YmI5YmVhYmY3ZjQwZjQ0NmZhZTc4MzYzNC5qcGc=" alt="ทวี สอดส่อง"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9jOTZhZTc4ODM1ZmZlZjYyZDcyZmZhMTFkYTIyOWRjZC5qcGc=" alt="ทับลาน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZDRiN2Q2OTE3YjVlN2MyMDM2MTM0ZTM1MmQyZjcxYy5qcGc=" alt="ทับลาน"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/u9kHD77ii</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/u9kHD77ii</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 01:33:10 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 01:25:31 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iZGZjOTk3YWU0NDU2M2FkN2I1MjcwYzFiMzFiODQwNS5wbmc=</url><description>‘พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง’ พร้อม คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ลงพื้นที่วังน้ำเขียว ลุยฟังเสียงประชาชนแก้ปมที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน เล็งดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม-ปลดล็อกชาวบ้านพ้นเรือนจำ ดักคอห้ามนายทุนสวมสิทธิ์</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ ย้ำสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งไม่กระทบงบฯ เน้นลดภาระประชาชน พร้อมเดินหน้าลงทุนป้องกันน้ำท่วม]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83ZWU5NDg1ZTNhZDljMTM5NjZmYTgwMjRhM2NhYTU4NS5wbmc=/640/330" /></p><p>นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังมุ่งเพิ่มศักยภาพให้เกษตรกรผ่านการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยเกษตรกรเข้าถึงข้อมูลด้านคุณภาพเมล็ดพันธุ์ การวางแผนบริหารต้นทุน และการจัดการผลผลิต ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะ (Upskill) และพัฒนาทักษะใหม่ (Reskill) ให้เกษตรกร เช่นเดียวกับโครงการ “คนละครึ่ง ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยผู้ประกอบการบริหารต้นทุน ขยายตลาด และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้</p><p>นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือโครงการฟลัดเวย์ (Floodway) ว่า โครงการได้เริ่มดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่ผ่านมาเกิดความล่าช้าจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ภัยพิบัติ สงคราม และความผันผวนของราคาน้ำมัน ส่งผลให้รัฐบาลต้องขยายระยะเวลาสัญญาก่อสร้างตามความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลจะเร่งบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าเพิ่มเติม โดยโครงการใดที่มีความเชื่อมโยงกันเป็นลำดับขั้นตอน หากโครงการลำดับแรกยังไม่แล้วเสร็จจนเป็นอุปสรรคต่อโครงการถัดไป จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น และหากโครงการใดสามารถดำเนินการแบบคู่ขนานกันได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนงานที่กำลังก่อสร้างอยู่ ก็ให้ดำเนินการไปพร้อมกันทันที ส่วนแหล่งเงินงบประมาณนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรือเงินงบประมาณปกติ รัฐบาลจำเป็นต้องผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นเนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการป้องกันอุทกภัยและด้านการบริหารจัดการน้ำมีความคุ้มค่ามากกว่าการจ่ายเงินเยียวยาในระยะยาว เนื่องจากทุกปีรัฐบาลต้องใช้งบประมาณกว่า 30,000 -​ 40,000 ล้านบาท สำหรับการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งหากนำงบประมาณส่วนนี้มาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานถาวรจะเกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาระยะยาวมากกว่า ทั้งช่วยเกษตรกรในการจัดเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ และยังสามารถผันน้ำส่วนเกินออกสู่อ่าวไทยได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและเขตเมือง&nbsp;</p><p>นายกรัฐมนตรียังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหลายโครงการได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยเฉพาะในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีโครงการก่อสร้างรวม 7 โครงการ รวมถึงการดำเนินงานของกรมโยธาธิการและผังเมืองในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการระบบป้องกันอุทกภัยทั้งระบบของรัฐบาล</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/m9IzrvviK</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/m9IzrvviK</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 01:25:15 +0000</updated><pubDate>Sat, 04 Jul 2026 01:12:49 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83ZWU5NDg1ZTNhZDljMTM5NjZmYTgwMjRhM2NhYTU4NS5wbmc=</url><description>นายกฯ อนุทิน ย้ำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ไม่กระทบงบฯ เน้นลดภาระประชาชน พร้อมเดินหน้าลงทุนป้องกันน้ำท่วม แก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['นิกร' รมว.พม. ปิดประชุมนานาชาติ หนุนทุกภาคส่วน ร่วมมือไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพ ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ คุ้มครองผู้เสียหาย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8zNWYxNDk1NWNlNjI0MzQ1ZmM5MzdmMTE0OTFjNTE3YS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมาย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีปิดการประชุม The 2nd International Operational Dialogue: Countering Cyber-Scam and Forced Criminality โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ , ผู้แทนจากประเทศสมาชิก , หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ , ผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ</p><p>นายนิกร กล่าวว่า การประชุม The 2nd International Operational Dialogue: Countering Cyber-Scam and Forced Criminality เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเผชิญหน้ากับหนึ่งในภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในยุคปัจจุบัน คืออาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ และบ่อนทำลายความมั่นคงของมนุษย์ข้ามพรมแดน ตลอดการประชุมนี้  เราได้ตระหนักร่วมกันถึงความเป็นจริงที่น่าวิตกว่า เครือข่ายอาชญากรรมในปัจจุบันได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดอย่างรวดเร็ว โดยมิได้แยกการค้ามนุษย์ออกจากการหลอกลวงทางไซเบอร์หรือการบังคับให้กระทำความผิดอีกต่อไป หากแต่เชื่อมโยงอาชญากรรมเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายที่มีความซับซ้อน ใช้ประโยชน์จากความเปราะบางของผู้คน สร้างผลประโยชน์มหาศาลโดยมิชอบ และคุกคามความปลอดภัยของสังคมทั่วโลก</p><p>นายนิกร กล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ มิใช่เพียงอาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือประเด็นการย้ายถิ่นเท่านั้น หากแต่เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง ซึ่งผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลวง แสวงหาประโยชน์ ถูกบังคับให้กระทำความผิด และถูกพรากเสรีภาพ ด้วยเหตุนี้ เราจำเป็นต้องดำเนินงานแบบบูรณาการ ที่ผสานการบังคับใช้กฎหมาย การคุ้มครองผู้เสียหาย และความร่วมมือระหว่างประเทศให้ดำเนินไปควบคู่กัน รวมทั้งต้องร่วมกันพัฒนาและยกระดับระบบ SHIELD Web Application ซึ่งมิใช่เป็นเพียงฐานข้อมูล หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศ ที่ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานการปฏิบัติงาน และคุ้มครองผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p>นายนิกร กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทย ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าประเทศไทยพร้อมยืนเคียงข้างทุกประเทศ ในฐานะหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้ ซึ่งข้อผูกพันที่เราได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ในวันนี้ จะได้รับการผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนากฎหมาย การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และการคุ้มครองผู้เสียหายอย่างเหมาะสม เพราะเป้าหมายร่วมของเรา มิใช่เพียงการทำลายเครือข่ายอาชญากรรม หากแต่รวมถึงการคุ้มครองผู้คน ฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสร้างอนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังคงยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า การต่อต้านการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของรัฐบาลและสังคม และเดินหน้าส่งเสริมหลักนิติธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบ และไม่ยอมให้มีการทุจริตหรือการสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมดังกล่าว หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะโดยการทุจริต การใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนา เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องรับผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p>นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเครือข่ายอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยี บนความเปราะบาง และความไว้วางใจของผู้คนเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ ดังนั้น การตอบสนองของเราจะต้องเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม ทั้งด้วยกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความร่วมมือที่ไร้รอยต่อระหว่างรัฐบาลและประเทศต่าง ๆ ด้วยการผสานทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และเจตนารมณ์ร่วมกัน ซึ่งเราจะสามารถสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรม คุ้มครองผู้เสียหาย และป้องกันมิให้ผู้คนตกเป็นเหยื่อในอนาคต ทั้งนี้ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันลงมือปฏิบัติอย่างรวดเร็ว เป็นเอกภาพ และเด็ดขาด ขอให้เราร่วมกันเปลี่ยนพันธกรณีที่ให้ไว้ในวันนี้ ได้เกิดผลเป็นรูปธรรม เสริมสร้างความร่วมมือ คุ้มครองผู้ที่มีความเสี่ยง และไม่เปิดโอกาสให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติมีพื้นที่ดำเนินการต่อไป</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9lZDAwNDg4MTQ0YzQ1OGI4NzIzNTU3NWVlNmM4NTg1OS5qZmlm" alt="นิกร โสมกลาง"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8zMTgyNTcwODEyNTA1ZjQ1YmRiNzQ5NjQ2ZTcyMWZhNC5qZmlm" alt="นิกร โสมกลาง"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83ZTdhZTY0NmY4MGMwMmI2NTc2ZTQ3MzFlNWY1NmRhZC5qZmlm" alt="นิกร โสมกลาง"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/rFbH2WqFB</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/rFbH2WqFB</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 04 Jul 2026 02:06:24 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 15:42:48 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8zNWYxNDk1NWNlNjI0MzQ1ZmM5MzdmMTE0OTFjNTE3YS5wbmc=</url><description>&apos;นิกร โสมกลาง&apos; รมว.พม. ปิดการประชุม The 2nd International Operational Dialogue: Countering Cyber-Scam and Forced Criminality  หนุนทุกภาคส่วน ร่วมมือไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพ ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ คุ้มครองผู้เสียหาย</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ศูนย์พระพิรุณฯ บุกยึดเนื้อเถื่อนล็อตใหญ่ 26 ตัน ปกป้องผู้บริโภค–เกษตรกรไทย เดินหน้าขยายผลทั้งขบวนการ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wYmU0YzY5YzE5ODVkNTA4YmI3ZjQ2NzkzZDQ4NGUwNC5wbmc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายศรัณย์สัณฑ์ วีรกุลสุนทร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจค้นและจับกุมเนื้อสัตว์ลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ คณะที่ปรึกษา ศพร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ ว่า ศูนย์พระพิรุณฯ เดินหน้าปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นและจับกุมเนื้อสัตว์ลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย รวมกว่า 26 ตัน ประกอบด้วยเนื้อโค เนื้อสุกร ลิ้นวัว และหนังสุกร ซึ่งไม่สามารถแสดงเอกสารหรือใบอนุญาตนำเข้าได้ และเตรียมขยายผลถึงผู้นำเข้าและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) ซึ่งบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยราชการจังหวัดสมุทรสาคร นำโดยปลัดจังหวัด และนางสาวกมลรัตน์ ยังสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรแม่กลอง เข้าตรวจค้นและจับกุมสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายภายในโกดังแห่งหนึ่ง</p><p class="ql-align-justify">ภายหลังการตรวจสอบพบว่าสินค้าดังกล่าวไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้าได้ เบื้องต้นทราบว่าเป็นการนำเข้าจากประเทศอาร์เจนตินา และคาดว่าอาจมีการลักลอบนำเข้าสินค้าในลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง ซึ่งศูนย์พระพิรุณฯ จะประสานกรมปศุสัตว์ดำเนินการตรวจสอบและขยายผลอย่างละเอียดต่อไป ทั้งนี้ หากปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยด้านอาหารของประชาชน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและมาตรฐานความปลอดภัยได้ อีกทั้งยังเป็นการเอาเปรียบเกษตรกรไทย ทั้งพืช ประมง และปศุสัตว์ ที่ต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าผิดกฎหมายซึ่งไม่ผ่านมาตรฐานและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย</p><p class="ql-align-justify">“ศูนย์พระพิรุณฯ ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด และจะเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย สามารถแจ้งมายังศูนย์พระพิรุณฯ ได้ทันที โดยทุกเบาะแสที่เป็นประโยชน์จะถูกนำไปสู่การสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป” นายศรัณย์สัณฑ์ กล่าว</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wNWM0ZjI2NjEwMTU5OWYxNmU5NjU1N2IxN2JiZDI1Zi5qZmlm" alt="เกษตร.png"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy85ZGZiOTEzZGIxODFkNGUwMWM2OGM1MjFjNDY5M2Q0MC5qZmlm" alt="เกษตร.png"><p class="ql-align-justify"><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/r5wgL6aNl</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/r5wgL6aNl</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 16:05:01 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 15:36:20 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wYmU0YzY5YzE5ODVkNTA4YmI3ZjQ2NzkzZDQ4NGUwNC5wbmc=</url><description>ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยึดเนื้อเถื่อนล็อตใหญ่ 26 ตัน ปกป้องผู้บริโภค–เกษตรกรไทย เดินหน้าขยายผลทั้งขบวนการ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['รมว.นิกร' กำชับ พม.จังหวัด จัดทีม CM ประกบครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ พร้อมเร่งช่วยสิทธิสวัสดิการสังคม]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wYTk0OTAyNjg4NzFmMWIyYTQ4NTQ3NjA2NDE5ZjQxZi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี เด็กชายขับรถชนคณะพระธุดงค์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ได้ประเมินสภาพจิตใจเด็ก พบว่าเด็กมีภาวะออทิสติก ต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ดังนั้น จึงได้ส่งเด็กเข้าอยู่ในความดูแลของหน่วยงานด้านสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว ส่วนในเชิงคดีนั้น ยังอยู่ในกระบวนการที่ต้องทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป นอกจากนี้ ทีม พม.จังหวัดมุกดาหาร ยังได้บูรณาการกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และโรงพยาบาลในพื้นที่ โดย ทีมให้ความช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ร่วมกันวางแผนลงพื้นที่เพื่อประเมินและเยียวยาสภาพจิตใจผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว </p><p>นายนิกร กล่าวว่า สำหรับประเด็นสำคัญที่เน้นย้ำ คือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ นั้น  ตนได้กำชับ พม.จังหวัดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดูแลภูมิลำเนาของครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เร่งลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจโดยด่วนที่สุด และให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. อีกทั้งจัดตั้งทีม CM (Case Manager) ประจำแต่ละครอบครัว เพื่อคอยให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด  และประสานความร่วมมือกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเครือข่ายท้องถิ่น ช่วยกันเฝ้าระวังและติดตามเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ <strong>หากครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ขอให้ติดต่อ ศรส. กระทรวง พม. ผ่าน สายด่วน พม. โทร. 1300  ตลอด 24 ชั่วโมง  </strong></p><p>นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการสื่อสารกรณีเด็กที่เป็นผู้กระทำผิด ขอให้ตระหนักถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเด็ก บนหลักการพื้นฐานของการปกป้อง คุ้มครอง และไม่ละเมิดสิทธิเด็ก และขอให้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกับเด็กและครอบครัว อีกทั้งไม่นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ละเมิดพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 27 ที่กำหนดห้ามเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหรือผู้ปกครองที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่เด็ก และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 130 ที่ได้กำหนดห้ามบันทึกและเผยแพร่ภาพและเสียงของเด็กและบุคคลที่เกี่ยวข้องที่อาจทำให้ผู้อื่นรู้จักตัวเด็ก ประวัติการกระทำผิด สถานที่อยู่ หรือสถานศึกษาของเด็ก นอกจากนี้ ไม่ควรระบุข้อมูลของครอบครัวผู้เสียหายหรือผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจกระทบต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยได้</p><p>“ตนขอฝากไปยังพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ทุกท่าน ที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะมีภาวะออทิสติกหรือไม่ ขอให้ช่วยกันเฝ้าดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรให้อยู่ใกล้ยานพาหนะ หรือสอนให้ขับขี่ยานพาหนะ เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน และบุคคลอื่นในสังคม หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และยิ่งไปกว่านั้น อาจก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ทุกท่าน ไม่อยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” นายนิกร กล่าว </p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/z473GKG6M</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/z473GKG6M</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 15:33:25 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 14:04:24 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wYTk0OTAyNjg4NzFmMWIyYTQ4NTQ3NjA2NDE5ZjQxZi5wbmc=</url><description>&apos;นิกร&apos; รมว.พม. กำชับ พม.จังหวัด จัดทีม CM (Case Manager) ประกบครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ พร้อมเร่งช่วยสิทธิสวัสดิการสังคม กรณี เด็กชายขับรถชนคณะพระธุดงค์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[จุลพันธ์ ย้ำแรงงานสร้างสรรค์สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ควรได้รับสิทธิและการคุ้มครองที่เป็นธรรม เตรียมออกกฎหมายที่สอดคล้องกับชั่วโมงทำงาน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iZTU1MDY1NzBlZjA5YjQxYzI0ZmY4ZWUzZjU0NWEwMC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ว่า ช่วงบ่ายวันนี้ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานเสวนา “รู้ก่อนรับงาน” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ซึ่งกระทรวงแรงงานร่วมมือกับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่พูดคุยถึงปัญหาเรื้อรังที่คนทำงานเบื้องหลังอุตสาหกรรมบันเทิงไทยต้องเจอมาตลอด</p><p>สิ่งสำคัญสำหรับผมในวันนี้คือการฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องคนกองถ่าย ตัวแทนแรงงานอิสระและทนายความ ต้องยอมรับตรงๆ ครับว่าปัญหาเรื่อง การถูกโกง เบี้ยวค่าแรง การทำงานโดยไม่มีสัญญาจ้าง สวัสดิภาพความปลอดภัยในกองถ่ายที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ไปจนถึงการขาดหลักประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเป็นสิ่งที่เราจะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป</p><p>ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผมขอยืนยันว่าแรงงานสร้างสรรค์ (Creative workforce) และกลุ่มฟรีแลนซ์คือแรงงานสำคัญที่มีมูลค่าสูงต่อเศรษฐกิจไทย และสมควรได้รับสิทธิและการคุ้มครองที่เป็นธรรมไม่ต่างจากแรงงานในระบบครับ</p><p>และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานบันเทิงทั้งระบบ กระทรวงแรงงานจะเร่งผลักดันมาตรการเร่งด่วนทั้งการ Upskill และ Reskill โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะจัดหลักสูตรฝึกอบรมพร้อมออกใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Certificate) เพื่อเพิ่มโอกาสการทำงานและยกระดับรายได้ทั้งในและต่างประเทศ</p><p>ส่วนประเด็นเรื่องการออกกฎหมายที่สอดคล้องกับชั่วโมงทำงาน ตอนนี้มีการวางแผนตั้งคณะทำงานร่วมกับตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเพื่อศึกษา และยังจะมีการศึกษาการปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อรองรับแรงงานอิสระและฟรีแลนซ์มากขึ้น ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล การคุ้มครองยามว่างงาน และการสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณ</p><p>แม้นักแสดงที่มีชื่อเสียงอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ยังมีนักแสดงประกอบและคนเบื้องหลังอีกจำนวนมากที่ยังขาดหลักประกันในการทำงาน กระทรวงแรงงานยุคนี้เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและพร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามาสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมบันเทิงที่เป็นธรรมร่วมกันครับ</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83YWFmOGE2Y2ZmZTk0ZWY0MTA1NjZiZTA0NDMxMzQ1NC5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xYTNmZTBiMWJiZTVmODM0ZWNlM2Y4NGU3NDU1ODk5ZS5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9jOWQyNjVkMTkxNTdjNzFiNWU1NTE4YTc3MDBmYjM4Yi5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9jMGY4ZjYyZGRjNDUwZDQ5ZDMwOWU2YmQ4MzgyZDA5Ni5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน"><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/dcftcQvaV</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/dcftcQvaV</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 10:38:11 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 10:21:48 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iZTU1MDY1NzBlZjA5YjQxYzI0ZmY4ZWUzZjU0NWEwMC5wbmc=</url><description>&apos;จุลพันธ์&apos; รมว.แรงงาน ร่วมเวลาเสวนา &apos;รู้ก่อนรับงาน&apos; ย้ำแรงงานสร้างสรรค์ และฟรีแลนซ์สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ควรได้รับสิทธิและการคุ้มครองที่เป็นธรรม เตรียมออกกฎหมายที่สอดคล้องกับชั่วโมงทำงาน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลยกระดับความปลอดภัยสนามบินไทย ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคนเท่าเทียม ปิดช่องขบวนการลักลอบขนยาเสพติด]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8zMTM2ZGY0OWNiOWFmMjYwZjBkOWVjN2FmZTYxNTE5MC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีพนักงานต้อนรับสายการบินของไทยถูกควบคุมตัวที่ประเทศออสเตรเลีย ในคดีเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งยาเสพติด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวต้องไม่ถูกมองเป็นเพียงกรณีเฉพาะบุคคล แต่ต้องใช้เป็นจุดทบทวนมาตรการคัดกรองความปลอดภัยในระบบการเดินทางทางอากาศทั้งหมด</p><p>ทั้งนี้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีถึงมาตรการที่หน่วยงานด้านการบินและหน่วยงานความมั่นคงของไทยเตรียมเพิ่มความเข้มงวด หลังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยศุลกากร ป.ป.ส. ทอท. และบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อไป</p><p>มาตรการหลักสำคัญที่จะนำมาบังคับใช้อย่างเข้มงวดต่อไปคือ</p><p>1) ใช้หลัก Zero Trust โดยลูกเรือ กัปตัน พนักงานสายการบิน และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องถูกตรวจค้นภายใต้มาตรฐานเดียวกับผู้โดยสารทั่วไป ไม่มีข้อยกเว้น</p><p>2) เพิ่มความถี่การใช้สุนัข K9 ตรวจค้นทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยเฉพาะเส้นทางหรือช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง</p><p>3) สำหรับกรณีประเทศปลายทางหรือเส้นทางที่ต้องใช้มาตรการเข้มงวดเป็นพิเศษ จะมีการตรวจคัดกรองซ้ำบริเวณประตูขึ้นเครื่อง หรือ Gate Screening ก่อนขึ้นเครื่องอีกชั้นหนึ่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมายเล็ดลอดไปกับผู้โดยสาร ลูกเรือ หรือสัมภาระ</p><p>4) เข้มงวดการตรวจประวัติอาชญากรรมและสารเสพติดของพนักงานที่ปฏิบัติงานในอาคารผู้โดยสาร อาคารสินค้า คลังสินค้า และพื้นที่ควบคุม</p><p>5) เพิ่มการประสานงานด้านการข่าวระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงยุติธรรม ตำรวจ ศุลกากร ป.ป.ส. และหน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ เพื่อให้การคัดกรองไม่ได้อาศัยเพียงด่านตรวจ แต่ใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ความเสี่ยงร่วมกัน</p><p>นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในระยะต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพัฒนาระบบตรวจค้นและติดตามให้เข้มแข็งขึ้น ทั้งการใช้ข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า ระบบ Biometrics การเชื่อมโยงฐานข้อมูล และการอบรมเจ้าหน้าที่ตรวจค้นให้มีความตระหนักต่อรูปแบบการลักลอบที่เปลี่ยนไปการดำเนินการดังกล่าว ฝ่ายปฏิบัติเชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการตรวจพบ ป้องปรามได้ทันที</p><p>นางสาวรัชดา กล่าวว่าด้วยว่า สำหรับการดำเนินการปราบปรามยาเสพติด รัฐบาลปฏิบัติการเต็มกำลัง ทั้งการสกัดกั้นตามแนวชายแดน การตัดวงจรเครือข่าย และการปิดช่องโหว่ในระบบคมนาคม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสนามบินให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนานาประเทศ</p><p>ทั้งนี้ ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ครั้งที่ 2 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส. และกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติให้ทุกหน่วยงานเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยช่วงวันที่ 1 เม.ย. – 10 มิ.ย. 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวม 59,609 คดี ผู้ต้องหา 61,685 คน ยึดของกลางยาบ้า 272.79 ล้านเม็ด ไอซ์ 17,729.83 กิโลกรัม เฮโรอีน 276.77 กิโลกรัม และคีตามีน 2,639.32 กิโลกรัม สะท้อนว่ารัฐบาลเดินหน้าปราบปรามเต็มกำลัง ทั้งการสกัดกั้นตามแนวชายแดน การตัดวงจรเครือข่าย และการปิดช่องโหว่ในระบบคมนาคม เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของยาเสพติด</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/s8VlhOInN</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/s8VlhOInN</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 08:37:08 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 08:34:38 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8zMTM2ZGY0OWNiOWFmMjYwZjBkOWVjN2FmZTYxNTE5MC5wbmc=</url><description>จากกรณีพนักงานต้อนรับบนสายการบินไทยถูกควบคุมตัว รัฐบาลเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยสนามบินไทย ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคนเท่าเทียม ปิดช่องขบวนการลักลอบขนยาเสพติด</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กรมสรรพสามิตเผยผลปราบปรามเดือนมิถุนายน 2569 เร่งสกัดขบวนการบุหรี่เถื่อน อันดับ 1 คดีผิดกฎหมายสรรพสามิต]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iMzg4MjkyODY3NzdjNDU0MzI5ZGJkNDkwYzM1ODk4Zi5wbmc=/640/330" /></p><p>ดร. พรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;อธิบดีกรมสรรพสามิต&nbsp;เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ หลังพบว่า “บุหรี่เถื่อน” ยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายอันดับ 1 และมีแนวโน้มถูกลักลอบนำเข้าและกระจายผ่านเครือข่ายที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการใช้พื้นที่ชายแดน เส้นทางลำเลียงทางธรรมชาติ รวมถึงการใช้บ้านพักหรือบ้านเช่าเป็นสถานที่พักสินค้าเพื่อรอการกระจายสู่ผู้จำหน่ายรายย่อย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ภาษีของรัฐ ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ</p><p>สำหรับผลการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 9 เดือน (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวม 29,411 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 817.01 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวมกว่า 4,282.14 ล้านบาท เฉพาะเดือนมิถุนายน 2569 สามารถจับกุมคดีได้รวม 3,104 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 73.63 ล้านบาท โดยพบว่าคดียาสูบมีจำนวนสูงที่สุดถึง 1,993 คดี หรือคิดเป็นประมาณ 64% ของคดีทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายสรรพสามิตในปัจจุบัน</p><p>นอกจากนี้ ข้อมูลการจับกุมยังแสดงถึงพฤติกรรมของขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษีที่มีความเป็นระบบมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจุดเก็บสินค้า หรือการใช้พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนเป็นจุดลำเลียงสินค้าเข้าสู่ประเทศ ทำให้การปราบปรามจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล การข่าว และการปฏิบัติการร่วมกันหลายหน่วยงาน</p><p>อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า จากคดีสำคัญที่ตรวจพบในเดือนมิถุนายน พบว่าพื้นที่เฝ้าระวังหลักยังคงอยู่ในจังหวัดชายแดนและจังหวัดที่เป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญ โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ได้หลายคดี</p><p>คดีสำคัญ ได้แก่ คดีในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งพบการจับกุมบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายรวม 2 คดี โดยคดีที่ 1 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่พัทลุงบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง สามารถตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย จำนวน 52,500 ซอง จากผู้ต้องหา 1 ราย คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 32.97 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในคดีที่มีมูลค่าสูงสุดของเดือนนี้ ส่วนคดีที่ 2 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องเช่าซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่พักสินค้า และตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายเพิ่มเติมได้อีก 14,350 ซอง พร้อมผู้ต้องหา 5 ราย คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 22.34 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบของขบวนการลักลอบที่ใช้พื้นที่พักอาศัยเป็นจุดซุกซ่อนสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่</p><p>ขณะเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดยาสูบที่มิได้เสียภาษีบริเวณริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 14,000 ซอง คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 13.66 ล้านบาท แสดงถึงความเสี่ยงของพื้นที่แนวชายแดนที่ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย</p><p>อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า การปราบปรามสินค้าหนีภาษีมิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นภารกิจสำคัญในการปกป้องรายได้ของรัฐ รักษากลไกการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และคุ้มครองประชาชน กรมสรรพสามิตจึงยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการตรวจสอบและปราบปรามอย่างเข้มข้น ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง อันจะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/e1N3-C3Cf</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/e1N3-C3Cf</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 08:34:18 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 08:32:27 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iMzg4MjkyODY3NzdjNDU0MzI5ZGJkNDkwYzM1ODk4Zi5wbmc=</url><description>ผลการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำปีงบฯ 2569 รอบ 9 เดือน (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวม 29,411 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 817.01 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวมกว่า 4,282.14 ล้านบาท</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ก.แรงงาน ปักหมุดสระแก้ว เปิด SAKAEO SKILLS FOR ALL 'เรียนได้งบ จบได้งาน' สร้างทักษะ สร้างอาชีพ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hNjg1MGZiYjZiZjM5MzEzNTM1MGE2NjMzOTY3NmQzOS5wbmc=/640/330" /></p><p>นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “SAKAEO SKILLS FOR ALL : เรียนได้งบ จบได้งาน ยกระดับทักษะ เติมโอกาส สร้างรายได้อย่างยั่งยืน”  โดยมี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวต้อนรับ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ ในการนี้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมพิธีเปิดด้วย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบกิจการ และสถานศึกษา เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 </p><p>นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังจากเป็นประธานว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยีดิจิทัล และรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการยกระดับทักษะ (Upskill) การเพิ่มทักษะใหม่ (Reskill) และการสร้างทักษะแห่งอนาคต (New Skill) เพื่อนำไปสู่การมีงานทำที่มั่นคง มีรายได้เพิ่มขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งจังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจที่มีศักยภาพทั้งด้านอุตสาหกรรม การค้า การบริการ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน การพัฒนากำลังแรงงานให้มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาด จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศ พร้อมชื่นชมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และสถานประกอบกิจการ ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่อาชีพและสร้างรายได้ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>สำหรับโครงการ “SAKAEO SKILLS FOR ALL” จัดขึ้นโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานในสถานประกอบกิจการ แรงงานอิสระ ผู้ว่างงาน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนทั่วไป ได้เข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพอย่างทั่วถึง โดยได้รับความร่วมมือจากจังหวัดสระแก้ว หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน สถานศึกษา สถานประกอบกิจการ และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดนิทรรศการและกิจกรรมสาธิตกว่า 30 บูธ ครอบคลุมเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบ IoT พลังงานสะอาด การแปรรูปสินค้าเกษตร การประกอบอาหาร เครื่องดื่ม งานบริการ สุขภาพและเวลเนส ตลอดจนการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การรับรองความรู้ความสามารถ การแนะแนวอาชีพ และการจัดหางานแบบครบวงจร</p><p>ทั้งนี้ รมว.แรงงานได้เยี่ยมชมกิจกรรมสาธิตการฝึกอาชีพและนิทรรศการภายในงาน อาทิ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) กราฟิกดีไซน์และเทคโนโลยีดิจิทัล การแปรรูปสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน การประกอบอาหารไทย สตรีทฟู้ด บาริสต้ามืออาชีพ การทำเบเกอรี่ การนวดสปาและเวลเนส การตัดผมชายมืออาชีพ การสาธิตระบบโซลาร์เซลล์ การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และพบปะพูดคุยกับผู้ผ่านการฝึกอบรมช่างเชื่อมทิกอลูมิเนียมแผ่นบาง กลุ่มผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานและเครือข่ายสถานประกอบกิจการในครั้งนี้ด้วย</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8yYzA2MDIwNmYzOTMxZjZiM2IxNDUyZjVmZDY5MDk4My5qZmlm" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9jOGYxMTBjYjUzNWNkZjY4OGI2MjJlNTg2ZDM5MGVmMC5qZmlm" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Vp6UCo7bb</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Vp6UCo7bb</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 08:25:50 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 08:22:06 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hNjg1MGZiYjZiZjM5MzEzNTM1MGE2NjMzOTY3NmQzOS5wbmc=</url><description>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ SAKAEO SKILLS FOR ALL : เรียนได้งบ จบได้งาน ยกระดับทักษะ เติมโอกาส สร้างรายได้อย่างยั่งยืน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['จุลพันธ์' นั่งประธาน คบต. เตรียมเสนอ ครม. ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติลาว เมียนมา เวียดนาม อีก 1 ปี]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iNTVmNWZhOWZlOGRmZmUyNDBhNjRkNTVlMDNkNmYzNS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมี พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมประชุมรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สภาความมั่นคงแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น ณ ห้องประชุมเทียน อัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน อาคารกระทรวงแรงงาน  </p><p>นายจุลพันธ์ ฯ กล่าวภายหลังการประชุม  ว่าเพื่อบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ในประเทศให้เพียงพอรองรับกับความต้องการของภาคธุรกิจ ไม่ให้เกิดการขาดแคลนแรงงานที่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนกิจการของนายจ้าง สถานประกอบการ และเศรษฐกิจของประเทศ คณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) จึงมีมติเห็นชอบในหลักการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งได้รับอนุญาตทำงานถึง 11 ธันวาคม 2569 ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและทำงานได้ 1 ปี ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 โดยให้ดำเนินการตามแนวทางที่กรมการจัดหางานกำหนด ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามภารกิจอย่างรอบคอบและรัดกุม พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจในการดำเนินการให้ทุกภาคส่วนทราบต่อไป</p><p>ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า  หลังจากนี้กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน และจะนำผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อไป แรงงานกลุ่มดังกล่าวจะดำเนินการต่ออายุได้เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย และประกาศกระทรวงแรงงานมีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น ระหว่างนี้ ขอให้นายจ้าง สถานประกอบการ และแรงงานต่างด้าวที่เข้าข่ายตามมาตรการดังกล่าวติดตามข่าวสารจากกรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fwww.doe.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyc0pGcktncTNtRzJ3U3JGenNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR7vFR84Cm0rpuWjHsG-2AjGgLxl4Wl0tWdCO5_x46beXm2REnjC-URhoFDQlA_aem_1lvgnDLsDlYEGUxX_3FHWA&amp;h=AUB8u_bD__FboP5SIAl1-WimnrW5qlvddlssSRcS_7EItI58ZI8DMkwXTnEWeao5see1cAoiIESmcvI2zYKP2CdrI0hwB8aaogARrnMxB7CN0DXY-twFEIvQXeMltgy6sbAgzjYXMUwmMg&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUD_ygNa92BPVHfVGoWKLODuAWNUktONV7pT5-rSj5R4jAz-XWOjUEuhkH1b6LJQyUehP6Rr11jzlVCOoXBYyc5ZKsbBHKsAp83Ci-gyoqSY4eOtL9Vn0A2lAVaNbF0SuL8nHKhe5z7g35xoAlJX3D9Y9FelDmpjwYogQB_WcnvMs1ieQw-v3Lx_HjDgBqe3G2UBcRc9yFSgWbp5VgtuMlYwaQ" rel="noopener noreferrer" target="_blank">www.doe.go.th</a> หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83MjU3NGJjOGEwODZlN2UxYzcwODhmMWI1YzYzMWU3NS5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82YzZiOTQ4YTg1ZDNjMDRkOTc4NDhiZDcyZjI0ZmQ1Yy5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mNzQ2MmJjOTI5MjQxMWFiODAyMDE4YjIxMDFkMjFkYy5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZWRjMzM5ZjljNzRkYmY2ZjBkZDlmZjY5NzI2YjljMy5qcGc=" alt="จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน "><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/tt7h9krhF</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/tt7h9krhF</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 08:12:23 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 07:57:17 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iNTVmNWZhOWZlOGRmZmUyNDBhNjRkNTVlMDNkNmYzNS5wbmc=</url><description>&apos;จุลพันธ์&apos; นั่งประธาน คบต.  เตรียมเสนอ ครม. ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติลาว เมียนมา เวียดนาม อีก 1 ปี รองรับความต้องการภาคธุรกิจ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลคิกออฟ 'สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต' ไม่ใช่แค่ให้กู้เงิน แต่สร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงทุน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82NGFkMGZjYWU2YjI1ZmY5OWY2Mzc5MDM3YWNjNDE1Ny5qcGc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา จำกัด อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต</p><p>ก่อนเริ่มพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีนำผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเป็นกันเอง โดยได้กล่าวเปิดโครงการว่า รัฐบาลได้นำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิตมามอบให้เกษตรกร โดยรัฐบาลจะช่วยรับภาระดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง และเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเงินทุนสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ</p><p><strong>“รัฐบาลต้องมีมาตรการหลายอย่างมารองรับ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการให้กู้เงิน แต่สร้างโอกาสให้พี่น้องเข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ มีเงินไปซื้อปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและสามารถลดต้นทุนได้อย่างแท้จริง โดยจะมีการให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าอบรมพัฒนาทักษะ เพื่อเสริมความรู้ด้านการบริหาร จัดการต้นทุน และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วย”</strong></p><p>นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะมีการสนับสนุน ติดตาม และส่งเสริมความร่วมมือในการยกระดับภาคการเกษตร ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลผลิตด้วย อาทิ การส่งเสริมการเลือกใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดิน การใช้เทคโนโลยี ช่วยวางแผนการเพาะปลูกและบริหารต้นทุน การใช้โดรนในการเพาะปลูก การเลือกใช้พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและทนต่อสภาพอากาศ มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถ ‘ลดต้นทุน เพื่อเพิ่มรายได้ในวันหน้า’ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลต้องการให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><strong>“รัฐบาลต้องวางรากฐาน ให้ภาคเกษตรของไทยเข้มแข็งในระยะยาว ไม่เอาแต่แจกปลา แต่จะให้เบ็ดตกปลาที่มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนบริหารจัดการได้อย่างเต็มศักยภาพ โครงการนี้จึงถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน“</strong></p><p>ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งจะช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รวมถึงทุกหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการเพื่อสนับสนุนพี่น้องเกษตรกร และขอให้โครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน</p><p>จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้กดปุ่มเปิดโครงการ “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง“ เพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างเป็นทางการ และได้ร่วมถ่ายภาพกับพี่น้องเกษตรกรผู้เข้าร่วมงาน</p><p>นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมการสาธิตการใช้โดรนเพื่อการเกษตร พร้อมทดลองขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าฝีมือคนไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของเกษตรกร สนับสนุนนโยบายภาครัฐด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ควบคู่กับการสร้างงานทักษะสูง กระตุ้นการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZmI4MzFhNmY4MWI3NjY2MGM3NmEwYjk0ZmQzNjNkNy5qcGc=" alt="สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xNDQzYjllMGIwNzdiYzQ2MjE0N2QzMGRhMDQ5YTI2ZS5qcGc=" alt="สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82NGFkMGZjYWU2YjI1ZmY5OWY2Mzc5MDM3YWNjNDE1Ny5qcGc=" alt="สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/8nD1rONAs</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/8nD1rONAs</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 07:44:58 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 07:20:25 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82NGFkMGZjYWU2YjI1ZmY5OWY2Mzc5MDM3YWNjNDE1Ny5qcGc=</url><description>รัฐบาลคิกออฟ &apos;สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต&apos; ไม่ใช่แค่ให้กู้เงิน แต่สร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงทุน พัฒนาทักษะ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ก.เกษตรฯ ลุยแก้ปัญหาราคาโคเนื้อตกต่ำ ร่วมกับกรมการค้าภายใน ภาคเอกชน สภาเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคเนื้อไทย ยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อไทย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy81ZDcyNmUwOGYzYmIyMjI4MzZlMzdkZmVhYmEyMDA3Zi5qcGc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาและติดตามด้านการผลิตพืช ประมง ปศุสัตว์ การตลาด และการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 135 และผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting เพื่อรับฟังสถานการณ์การ การผลิต และการตลาดโคเนื้อ รวมทั้ง ปัญหา อุปสรรค ต่างๆ จากภาคเอกชน ภาคเกษตรกร และผู้นำกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ในการร่วมกันเร่งแก้ปัญหาวิกฤตราคาโคเนื้อ กระบือ แพะ และแกะตกต่ำ ซึ่งเกิดจากโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม เกษตรกรขาดอำนาจต่อรอง และผลกระทบจากการนำเข้าเนื้อราคาถูก ที่ประชุมจึงเห็นควรให้มีการทบทวนโครงสร้างและให้เร่งขับเคลื่อน 13 มาตรการสำคัญของ คณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคเนื้อ-กระบือ และผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (Beef Board) และใช้แนวทางกำหนด “ราคากลาง” เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นตามกลไกตลาดและสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งมีกำหนดนัดหมายทุกภาคส่วนทั้งส่วนราชการ โรงฆ่าสัตว์ และกลุ่มโมเดิร์นเทรด เพื่อสรุปกรอบตัวเลขราคาแนะนำแยกตามเกรดและน้ำหนักให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคเนื้อ-กระบือ และผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (Beef Board) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิจารณาต่อไป</p><p class="ql-align-justify">สำหรับการยกระดับศักยภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ได้มุ่งเน้นนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” โดยแก้ข้อจำกัดของโรงฆ่าสัตว์เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายสินค้าสู่โมเดิร์นเทรดและต่างประเทศ รองรับสถานการณ์การส่งออกโคมีชีวิตไปยังตลาดหลักอย่างเวียดนามที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรยกระดับฟาร์มเข้าสู่ระบบมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่ารับซื้อ ควบคู่ไปกับการเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันโรคระบาดและปราบปรามเนื้อเถื่อนอย่างจริงจัง อีกทั้ง เตรียมแผนแก้ไขปัญหาด้านสภาพคล่องของภาคส่วนต่าง ๆ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือโรงฆ่าสัตว์แปรรูปที่ประสบปัญหาเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงการแยกแก้ไขปัญหาหนี้สินสะสมของเกษตรกรในโครงการเฉพาะอย่างโครงการโคบาลบูรพาเป็นการเร่งด่วน เพื่อช่วยรักษาอาชีพและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรรายย่อย</p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมผลักดันแนวทางเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีข้อเสนอการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยจัดทำฐานข้อมูลภาคปศุสัตว์ให้มีความแม่นยำ ผ่านนวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่ที่ใช้ “ตั๋วรูปพรรณโค” ผสานกับระบบ “ไมโครชิป” เพื่อนำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงการส่งเสริมให้เปลี่ยนระบบซื้อขายจากการเหมาตัวมาเป็นการชั่งน้ำหนัก ณ ตลาดกลางปศุสัตว์ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบทางการค้า ตลอดจนการจัดทำพื้นที่ควบคุมปลอดโรคระบาดหรือแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) เพื่อทลายข้อจำกัดและเปิดประตูสู่การส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูปไปยังตลาดศักยภาพสูงอย่างประเทศจีน มาเลเซีย และตะวันออกกลาง ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นอุตสาหกรรมโคเนื้อไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไป</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/aS2QZRB97</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/aS2QZRB97</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 07:14:25 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 07:10:35 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy81ZDcyNmUwOGYzYmIyMjI4MzZlMzdkZmVhYmEyMDA3Zi5qcGc=</url><description>กระทรวงเกษตรฯ ลุยแก้ปัญหาราคาโคเนื้อตกต่ำ ร่วมกับกรมการค้าภายใน ภาคเอกชน สภาเกษตรกร และผู้นำเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคเนื้อไทย ร่วมกันหาแนวทาง มาตรการ กำหนดราคากลาง และยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อไทย</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['สรวุฒิ' ลงพื้นที่สมุทรปราการติดตามภารกิจ ก.เกษตรฯ หารือแนวทางกำจัดผักตบชวา เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iOWZhYTI2ZWM5NDZhZmUxN2M4MjNhZmVkOTc5OTU1MC5wbmc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569</p><p class="ql-align-justify">นายสรวุฒิ เปิดเผยว่า โจทย์ใหญ่ที่กระทรวงเกษตรฯ หนีไม่พ้นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือสภาวะเอลนีโญที่ประเทศไทยของเราเผชิญอยู่ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน แต่กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมรับมือและป้องกันผลกระทบโดยการปรับแผนการเพาะปลูก และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งกรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมทั้งได้คาดการณ์ปริมาณน้ำต้นฤดูแล้งปี 2569/70 รวมถึงศึกษาแนวทางเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ ตอบสนองความต้องการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนอีกด้วย</p><p class="ql-align-justify">“กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจการกำจัดวัชพืชและสิ่งขีดขวางอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำให้คล่องตัวมากขึ้น โดยปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องจักรไปแล้วกว่า 5.5 ล้านตัน การกำจัดด้วยแรงคนอีกกว่า 37,138 ไร่ ซึ่งเราได้เล็งเห็นว่ายังสามารถขยายผลเพิ่มปริมาณการกำจัดวัชพืชขึ้นได้อีก จึงเตรียมประชุมหารือแนวทางการใช้สารชีวภาพสำหรับฉีดพ่นผักตบชวา ให้เกิดการย่อยสลาย เพื่อลดปริมาณและต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ อีกทั้งจะมีการถอดบทเรียนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ซึ่งประสบความสำเร็จในกำจัดผักตบชวา เพื่อนำมาปรับใช้ในภารกิจของกระทรวงในภาพรวมต่อไป” นายสรวุฒิ กล่าว&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">นายสรวุฒิ กล่าวอีกว่า ในส่วนการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทั้งกรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินงานป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยในพื้นที่สมุทรปราการ ปีงบประมาณ 2569 โดยออกหน่วยให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว รวม 2,572 ตัว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวม 4,029 ตัว&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรดินตามบริบทของพื้นที่ อาทิ การแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ปัญหาดินกรด ดินเปรี้ยว ตลอดจนแก้ไขปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ โดยการส่งเสริมองค์ความรู้เกษตรกรและสนับสนุนสารชีวภัณฑ์ปรับปรุงดิน เช่น น้ำหมัก พด.6 น้ำหมัก พด.2 เป็นต้น</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/4G7dm2WrF</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/4G7dm2WrF</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 07:08:26 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 06:53:40 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9iOWZhYTI2ZWM5NDZhZmUxN2M4MjNhZmVkOTc5OTU1MC5wbmc=</url><description>&apos;สรวุฒิ&apos; ลงพื้นที่สมุทรปราการติดตามภารกิจ ก.เกษตรฯ หารือแนวทางการกำจัดผักตบชวาแบบชีววิธีร่วมกับวิธีกล โดยการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[อสป. คาดเงินเฟ้อภาคประมงปี 2569 เฉลี่ย 4.19% สะท้อนต้นทุนและความต้องการตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyMi0wNi9kNWQ5OGUyZDk1YjE4Mzg2YTAyNDA5Yzg3ZjQzMzQyYi5qcGc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">องค์การสะพานปลา (อสป.) คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อภาคประมงในปีงบประมาณ 2569 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 4.19 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.86 หรือเพิ่มขึ้น 1.33 จุดร้อยละ คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 46.5 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปีก่อน โดยอัตราเงินเฟ้อภาคประมงดังกล่าวคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณร้อยละ 3.5–5.0 ซึ่งสอดคล้องกับกลไกตลาดและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม</p><p class="ql-align-justify">ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อภาคประมง ได้แก่ การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้ความต้องการบริโภคอาหารทะเลทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังคงเผชิญต้นทุนการดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง พลังงาน ค่าขนส่ง ระบบห้องเย็น ค่าจ้างแรงงาน และค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์ประมง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสินค้าสัตว์น้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p><p class="ql-align-justify">ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ดัชนีมูลค่าการซื้อขายสัตว์น้ำที่ระดับ 105.00 และดัชนีรายได้ขององค์การสะพานปลาที่ระดับ 104.25 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มมูลค่าการซื้อขายสัตว์น้ำและรายได้จากการให้บริการของ อสป. ที่คาดว่าจะขยายตัวในปีงบประมาณ 2569 จากความต้องการตลาดที่เพิ่มขึ้นและราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ยังทรงตัวในระดับสูง</p><p class="ql-align-justify">อย่างไรก็ตาม อสป. มองว่าสถานการณ์เงินเฟ้อภาคประมงในปีงบประมาณ 2569 เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่อภาคประมงไทย โดยราคาสัตว์น้ำที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจช่วยสนับสนุนมูลค่าการซื้อขายและรายได้ของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน อสป. จะติดตามปัจจัยด้านต้นทุนการผลิต ราคาพลังงาน โลจิสติกส์ และภาวะตลาดสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารรายได้เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับกลไกตลาด และสนับสนุนการเติบโตของภาคประมงไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป</p><div class="facebook" ></div><p class="ql-align-justify"><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/wYjPU2mgR</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/wYjPU2mgR</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 06:53:38 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 06:41:47 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyMi0wNi9kNWQ5OGUyZDk1YjE4Mzg2YTAyNDA5Yzg3ZjQzMzQyYi5qcGc=</url><description>องค์การสะพานปลา (อสป.) คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อภาคประมงในปีงบประมาณ 2569 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 4.19 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 สะท้อนต้นทุนและความต้องการตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘ยศชนัน’ เปิดเวทีวิศวกรรมไทย ปลุกพลังเยาวชนสู่อนาคต AI–ควอนตัม–นวัตกรรม ชูศักยภาพคนไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kZGFhODE3ZDFjZjdlMTdlMDY4NzM5YzRhYTA3YTNmZi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 พร้อมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “วิศวกรรมและอุดมศึกษาไทยในปัจจุบันและอนาคต“ โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์  ผช.รมต. ประจำ อว. ทพ.ญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภา สจล. รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ผู้บริหารกระทรวง อว. สจล. คณาจารย์และนักศึกษา  เข้าร่วม ณ หอประชุมใหญ่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 เป็นเวทีที่สะท้อนศักยภาพของวิศวกรและเทคโนโลยีไทย พร้อมทั้งเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนทั่วประเทศที่กำลังมองหาเส้นทางอนาคตในสายวิศวกรรมศาสตร์ โดยเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงองค์ความรู้เชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรม และขับเคลื่อนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังค้นหาแนวทางการศึกษาในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีควอนตัม อวกาศ หรือพลังงานสะอาด สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเร่งตามเทคโนโลยีปลายทาง แต่คือการสร้างรากฐานความรู้ที่แข็งแกร่ง (Fundamental Knowledge) อาทิ แคลคูลัส พีชคณิตเชิงเส้น วัสดุศาสตร์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งเป็นแก่นความรู้ที่มั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลง การมีพื้นฐานที่ดีควบคู่กับความสนใจและความหลงใหล (Passion) จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</p><p><strong>“หากคนไทยกล้าคิด กล้าทำ และกล้าฝัน ประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ และพัฒนาไปสู่อนาคตที่เข้มแข็งได้อย่างไม่สิ้นสุด”</strong> ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว</p><p>ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 6 เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักเรียนจากทั่วประเทศได้เข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจและเส้นทางสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยมีภาครัฐ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และผู้ปกครอง ร่วมกันสนับสนุนการเปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้เยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์จริงด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี</p><p>นายกสภา สจล. กล่าวต่อว่า สจล. ยึดมั่น “สจล. โมเดล” ที่เชื่อว่าการเรียนรู้จะเกิดความหมายอย่างแท้จริงเมื่อได้ลงมือปฏิบัติ ผ่านห้องปฏิบัติการ เวิร์กช็อป การใช้เครื่องมือ การทดลอง และการเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมในหลากหลายสาขา ซึ่งล้วนเป็นผลงานที่มุ่งตอบโจทย์และแก้ปัญหาจริงของประเทศ </p><p>ด้าน รศ.ดร.สมยศ กล่าวว่า งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การฝึกปฏิบัติการ (Lab) กว่า 50 หัวข้อ การแข่งขัน Hackathon การจัดแสดงนวัตกรรม และเวทีเสวนาจากภาคอุตสาหกรรม รวมถึงไฮไลต์สำคัญคือการลงนามความร่วมมือด้าน Quantum Computing ระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวิทยาศาสตร์ สจล.</p><p>“งานดังกล่าวเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากผู้เข้าร่วมราว 4,000–5,000 คนในปีแรก เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 20,000 คนในปีนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นจากโรงเรียน ผู้ปกครอง และเยาวชนที่มีต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยการสร้างแรงบันดาลใจ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างวิศวกร” คณบดีคณะวิศกรรมศาสตร์ สจล. กล่าว</p><p>หลังจากนั้น ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเทคโนโลยีควอนตัม ระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและยกระดับศักยภาพการวิจัยของประเทศในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมกันนี้ ยังได้มีการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและผลงานวิจัยของ สจล. กว่า 30 หลักสูตร อาทิ CIRA-CORE, GNSS and Weather Center, รถไฟแบตเตอรี่ไร้คนขับ, เทคโนโลยีกราฟีน และสารกันไฟป่า เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสองค์ความรู้และนวัตกรรมจริงจากผลงานวิจัยของสถาบันอย่างใกล้ชิด</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/POh4y8Vpb</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/POh4y8Vpb</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 05:43:21 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 05:27:01 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kZGFhODE3ZDFjZjdlMTdlMDY4NzM5YzRhYTA3YTNmZi5wbmc=</url><description>‘ยศชนัน’ เปิดเวทีวิศวกรรมไทย ปลุกพลังเยาวชนสู่อนาคต AI–ควอนตัม–นวัตกรรม ชูศักยภาพคนไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก ขับเคลื่อนประเทศด้วยวิศวกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ในงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ส่งมอบ 'รถไฟไทยทำ' ขบวนแรกให้ รฟท. ผลลัพธ์จากทุนวิจัยที่ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ไทยออกแบบและผลิตเอง 100%]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xZGY1ZjlkNjUzNWJkMWIzMmRiNTQwNjJjZTY3NTFiNC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบ “รถไฟไทยทำ” ซึ่งเป็นรถไฟโดยสารต้นแบบที่ต่อยอดจากผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง โดยมี นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ “รถไฟไทยทำ” ไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง แต่ได้ลงมาวิ่งบนรางจริง ๆ แล้ว ซึ่งตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาลในการผลักดันงานวิจัยไทยให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยรถไฟขบวนนี้คือระบบ EV ระดับ Luxury Class ต้นแบบที่ออกแบบและผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือนักวิจัยและวิศวกรไทยทั้งหมด เป็นการผนึกกำลังด้านองค์ความรู้ระหว่างสถาบันวิจัยและภาคเอกชนกว่า 30 บริษัท ที่สำคัญคือมีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าถึง 30% ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าของไทยทำไม่ได้แค่ทำได้ แต่เราแข่งขันได้จริง</p><p>นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของรัฐ ในอีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีความต้องการตู้รถไฟโดยสารอีกกว่า 2,000 ตู้ การสร้าง "Rail Economy" หรือระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมรางของเราเองจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดการพึ่งพิงการนำเข้า ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดอุตสาหกรรมการผลิต การสร้างงาน สร้างอาชีพ เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง และท้ายที่สุดเงินทุกบาทจะหมุนเวียนกลับมาสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน</p><p>ทางด้าน ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ ได้กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จนี้สะท้อนศักยภาพของคนไทยในการสร้างองค์ความรู้เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบราง สอดคล้องกับ นายอนันต์ ที่ระบุว่า รฟท. ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับมอบรถไฟที่ใช้วัสดุในประเทศในสัดส่วนสูง ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณชาติได้มาก โดยหลังจากนี้จะร่วมกันทดสอบความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ก่อนนำไปให้บริการจริงในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200–500 กิโลเมตรต่อไป</p><p>สำหรับ “รถไฟไทยทำ” ขบวนนี้ เป็นความร่วมมือกับ บริษัท กิจการร่วมค้า ไซโนเจน ปิ่นเพชร จำกัด จนสำเร็จเป็นตู้โดยสารต้นแบบขนาด 25 ที่นั่ง ที่มีน้ำหนักโครงสร้างเบาลงร้อยละ 22 รองรับความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และผ่านการทดสอบเดินรถจริงมาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร ตัวรถใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศสูงถึงร้อยละ 44.1 และสร้างผลงานทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มอีก 7 ผลงาน โดยภายหลังพิธีส่งมอบ คณะผู้บริหารและสื่อมวลชนได้ร่วมโดยสารรถไฟเที่ยวพิเศษไปยังที่หยุดรถพระจอมเกล้า นับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของการยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทยสู่การพึ่งพาตนเองด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีของคนไทยอย่างแท้จริง</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy81YWNkMjAyMjJiODYzNDZlMjA1ZGM0YmFiMzVlYzJhMS5qcGc=" alt="รถไฟไทยทำ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wMzMzYjYzZDJjNTIyZjNjNmNhYjE3ODNhYTk2ZGU0NS5qcGc=" alt="รถไฟไทยทำ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hZmI3YzVkZjg1NzFjMWUwMDA3NzljZDBhYjk1MzBkZC5qcGc=" alt="รถไฟไทยทำ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wNTYzNzkzODMzZDA2ZDFmYmU4YTY5ZTk0ZjY0ZGIyMy5qcGc=" alt="รถไฟไทยทำ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy85M2NkNWVkMDBhY2Q4ZmE5MDNkYjFhODM0OWY1YjdmYy5qcGc=" alt="รถไฟไทยทำ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ "><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/MPRkIBm37</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/MPRkIBm37</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 05:01:35 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 03:55:45 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xZGY1ZjlkNjUzNWJkMWIzMmRiNTQwNjJjZTY3NTFiNC5wbmc=</url><description>ก้าวประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมราง! &apos;ยศชนัน&apos; ส่งมอบ &apos;รถไฟไทยทำ&apos; ขบวนแรกให้ รฟท. ผลลัพธ์จากทุนวิจัยที่ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ขับเคลื่อนโดยนักวิจัยและเอกชนไทยกว่า 30 แห่ง ออกแบบและผลิตเอง 100% ดัน Local Content ลดพึ่งพานำเข้า มุ่งเป้าสร้างเศรษฐกิจ Rail Economy</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['นิกร' รมว.พม. ส่ง ศรส.มุกดาหาร เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เด็ก 11 ปี ขับรถพุ่งชนคณะพระเดินธุดงค์]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kOGY4MmRiM2IxODE0OTI5NzMxMzhjYzVhYmVkM2NkNy5wbmc=/640/330" /></p><p><strong>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)</strong> เปิดเผยถึงกรณี เกิดอุบัติเหตุจากเด็กอายุ 11 ปี นำรถของพ่อแม่ออกไปขับจนพุ่งชนคณะพระเดินธุดงค์ที่บริเวณบ้านนาสีนวล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เบื้องต้น มีพระมรณภาพ 8 รูป และบาดเจ็บสาหัสอีกหลายราย ว่า ตนได้สั่งการให้ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งประสาน ศรส. จังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด พร้อมช่วยประสานความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร พร้อมทีม พม.จังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ ณ จุดเกิดเหตุ อยู่กับเด็กผู้ก่อเหตุเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่อไปจะเร่งดำเนินการสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/jM9K2Drps</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/jM9K2Drps</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 03:13:45 +0000</updated><pubDate>Fri, 03 Jul 2026 02:52:59 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kOGY4MmRiM2IxODE0OTI5NzMxMzhjYzVhYmVkM2NkNy5wbmc=</url><description>&apos;นิกร โสมกลาง&apos; รมว. พม. ส่ง ศรส.มุกดาหาร เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเด็ก 11 ปี ขับรถพุ่งชนคณะพระเดินธุดงค์</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' หารือคณาจารย์คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล แย้มธันวาคมนี้เตรียมเปิดตัว Prototype ชิ้นแรก]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wODQxMGY3YjhmYzI2ODFkNjcwOTA0MjI1NzM3NmU3MC5wbmc=/640/330" /></p><p>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (2 กรกฎาคม 2569) ว่า วันนี้ผมได้เชิญคณาจารย์จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มาหารือเพื่อ Kick off โปรเจกต์สำคัญที่ผมตั้งเป้าหมายไว้ นั่นคือการใช้ ‘วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ เป็นกลไกหลักในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High-income Country)</p><p>ผมเชื่อมั่นเสมอครับว่าอุตสาหกรรม Wellness จะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของไทย แต่หลักคิดที่สำคัญในการขับเคลื่อนคือ เราต้อง "เลือกแข่งในสนามที่เราได้เปรียบ" ไม่ใช่วิ่งตามในสิ่งที่คนอื่นเขานำเราไปไกลแล้ว</p><p>คำถามคือ แล้วสนามไหนที่ไทยมีความได้เปรียบ?</p><p>คำตอบที่ชัดเจนที่สุดเรื่องหนึ่งคือ ‘เวชศาสตร์เขตร้อน’ (Tropical Medicine) ครับ ในด้านนี้ ประเทศไทยยืนอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก เรามีองค์ความรู้ มีนักวิจัยระดับท็อป และมีประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นต้นทุนและความเชี่ยวชาญที่ประเทศอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ และในอนาคต นี่จะไม่ใช่แค่ตลาดเล็กๆ อีกต่อไป</p><p>หากเราติดตามข่าว จะเห็นว่ายุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อน (Heatwave) ที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียสในหลายประเทศ นี่คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่า Climate Change กำลังเปลี่ยนแผนที่โลก</p><p>เมื่อประเทศเมืองหนาวมีอุณหภูมิสูงขึ้น ‘โรคเขตร้อน’ จะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่เขตร้อนอีกต่อไป โรคที่บุคลากรการแพทย์ไทยคุ้นเคยและรับมือได้ดีอย่าง ไข้เลือดออก หรือ มาลาเรีย กำลังจะกลายเป็นความท้าทายใหม่ทางสาธารณสุขของอีกหลายสิบประเทศทั่วโลก</p><p>สิ่งนี้หมายความว่า Demand ด้านองค์ความรู้ ยารักษา วัคซีน และเครื่องมือวินิจฉัยโรคเขตร้อน จะเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล และประเทศที่มีความพร้อมที่สุดในการตอบโจทย์นี้ในระดับโลก ก็คือประเทศไทยครับ</p><p>นโยบายของผมในเรื่องนี้ชัดเจนครับ คือการนำงานวิจัยระดับโลกที่เรามีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้จริง แปลงศักยภาพความเก่งของนักวิจัยไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และสร้างเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ให้กับประเทศ</p><p>วันนี้เราไม่ได้แค่หารือกันเชิงหลักการ แต่เราเริ่มลงมือทำกันแล้ว</p><p>ภายในเดือนธันวาคมนี้ Prototype ชิ้นแรกจากความร่วมมือครั้งนี้จะพร้อมเปิดตัวให้ทุกคนได้เห็น ผมรับรองว่าผลงานชิ้นนี้จะสร้าง Impact อย่างแน่นอนครับ </p><p>
แล้วเราจะได้พิสูจน์ให้เห็นกันครับว่า ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของคนไทย เก่งไม่แพ้ชาติไหนครับ</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/NUTe8KJBI</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/NUTe8KJBI</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 03:41:56 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 15:28:13 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8wODQxMGY3YjhmYzI2ODFkNjcwOTA0MjI1NzM3NmU3MC5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; หารือ คณาจารย์จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล Kick off โปรเจกต์ใช้ ‘วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ ผลักดันประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง (High-income Country) แย้มธันวาคมนี้เตรียมเปิดตัว Prototype ชิ้นแรก</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว รายคดีนางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM MR.SMITH BEN กับพวก (เพิ่มเติม) มูลค่า 8,165 ล้านบาท]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZmI1YTA1M2M2NjdlMGI0ZjY0OGY4YTBjYzA5Yzk2NS5wbmc=/640/330" /></p><p>ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว รายคดีนางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM MR.SMITH BEN กับพวก (เพิ่มเติม) มูลค่า 8,165 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ดำเนินการทั้งหมดกว่า 20,288 ล้านบาท </p><p>สำนักงาน ปปง. แถลงว่า ตามที่ศาลแพ่งรับคดีรายนางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM MR.SMITH BEN กับพวก เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง มูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท นั้น</p><p>คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 มีมติให้เลขาธิการ ปปง. ส่งทรัพย์สินรายคดีดังกล่าว ให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) มูลค่าประมาณ 8,165 ล้านบาท โดยศาลแพ่งได้รับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 122/2569 และมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน (เพิ่มเติม) ไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สินจำนวน 35 รายการ (เช่น รถยนต์ เรือ สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้ยืมเงิน เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์) </p><p>รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีนี้ที่ถูกยึดและอายัดไว้ และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง มูลค่าประมาณ 20,288 ล้านบาท</p><p>อนึ่ง ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น เป็นความผิดมูลฐานที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อเตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหาย ประกอบการพิจารณาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/MbuX8zXmb</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/MbuX8zXmb</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 15:04:22 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 14:59:39 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZmI1YTA1M2M2NjdlMGI0ZjY0OGY4YTBjYzA5Yzk2NS5wbmc=</url><description>ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว รายคดีนางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM MR.SMITH BEN กับพวก (เพิ่มเติม) มูลค่า 8,165 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ดำเนินการทั้งหมดกว่า 20,288 ล้านบาท</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' เผย นักลงทุนกว่า 200 ราย ยืนยันสตาร์ทอัพไทยมีศักยภาพระดับสากล]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8zNDVjNGY0YzZjMzE2NzYwMTBlYzFlYjYzYjQ2MWIzOS5wbmc=/640/330" /></p><p>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สตาร์ทอัพไทยมีศักยภาพระดับสากลครับ วันนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งจากกลุ่มนักลงทุนกว่า 200 ราย</p><p>ผมมาร่วมงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair ปีนี้พิเศษครับ เพราะเป็นจังหวะเดียวกับการฉลองการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง NIA ฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกครั้งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านบทบาทของ NIA จาก "ผู้ให้ทุน" (Grant Provider) สู่การเป็น "ผู้ร่วมลงทุน" (Co-investor) อย่างเต็มตัว</p><p>ต่อจากนี้ รัฐจะไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุนงบประมาณวิจัยอีกต่อไป แต่เราจะก้าวเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมร่วมความเสี่ยง ร่วมเติบโต และร่วมผลักดันความสำเร็จไปพร้อมกับสตาร์ทอัพในเรือลำเดียวกัน</p><p>ภายในงาน ผมได้เห็นถึง Potential ของสตาร์ทอัพทั้งจากไทย ญี่ปุ่น และภูมิภาคอาเซียน รวมถึงนักลงทุนและ VC ที่พร้อมลงทุนจริง สิ่งที่น่าภูมิใจคือ บริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพของไทยหลายรายแสดงศักยภาพจนได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากบริษัทขนาดใหญ่และกลุ่มนักลงทุนฝั่งญี่ปุ่น</p><p>ผมมองว่านี่คือ "สมการที่ลงตัว" ครับ ญี่ปุ่นมีความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและสเกลของตลาด ในขณะที่ไทยเรามีฐานงานวิจัยและสตาร์ทอัพที่มีความสามารถสูง การเชื่อมโยงสองฝั่งเข้าด้วยกัน จึงเปรียบเสมือน Fast Track ที่จะพานวัตกรรมไทยก้าวเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นที่ผมมองว่าเป็น "โอกาสเชิงยุทธศาสตร์" ของประเทศ คือการที่บริษัทญี่ปุ่นหลายรายให้ความสนใจเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งทางกระทรวง อว. กำลังผลักดันและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแนวคิดในการ Leverage กำลังการผลิตของโรงงานญี่ปุ่นในไทย (เช่น กลุ่มโรงงานผลิตรถยนต์สันดาปที่ปัจจุบันกำลังเผชิญการลดกำลังการผลิต)</p><p>ยุทธศาสตร์นี้จะช่วยตอบโจทย์สำคัญถึง 3 มิติพร้อมกันครับ</p><p>1. ช่วยทำ Transition ให้อุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วง Sunset สามารถปรับตัวและเดินหน้าต่อไปได้</p><p>2. รักษาการจ้างงานและทักษะของบุคลากรไทย</p><p>3. เป็นการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Future Industries)</p><p>ทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์ภาพเดียวกันครับ เราไม่ได้กำลังรอให้อนาคตมาถึง แต่เรากำลัง "ออกแบบอนาคต" ด้วยตัวเราเอง ผ่านกลไกใหม่ของ NIA การสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับภูมิภาค และความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า สตาร์ทอัพไทย คือ New Growth Engine หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่แท้จริงของประเทศครับ </p><div class="facebook" ></div><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/2ZktB06V3</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/2ZktB06V3</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 15:27:57 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 14:48:09 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8zNDVjNGY0YzZjMzE2NzYwMTBlYzFlYjYzYjQ2MWIzOS5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; ร่วมงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair เผยนักลงทุนกว่า 200 ราย ยืนยัน สตาร์ทอัพไทยมีศักยภาพระดับสากล</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' หารือทีมผู้บริหาร Grab เล็งดัน NIA-Grab Academy ใช้ AI Upskill/Reskill ผู้ประกอบการ เปิดตลาดสตาร์ทอัพไทย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82ZGVhOTk4YzE0MzYxYzQ0NDU3NjA0N2YyYmEzOGZhOS5wbmc=/640/330" /></p><p>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 2 กรกฎาคม 2569  ว่า วันนี้ผมได้หารือกับทีมผู้บริหาร Grab และมีแนวคิดหนึ่งที่อยากนำมาแชร์ครับ</p><p>เป้าหมายสำคัญของเราคือการ Infuse AI เข้าไปในทุกมิติของเศรษฐกิจไทย เพื่อยกระดับ Productivity ของคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ใช่อยู่แค่ในแวดวงเทคโนโลยี แต่ต้องลงลึกถึงพ่อค้าแม่ค้า ไรเดอร์ และ SME ทั่วประเทศ</p><p>คำถามคือ ทำอย่างไรให้ AI ไปถึงคนหลายล้านคนได้เร็วที่สุด?</p><p>คำตอบของผมคือ เราไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ครับ ปัจจุบันเรามีแพลตฟอร์มที่คนไทยหลายล้านคนใช้อยู่แล้วทุกวัน การใช้โครงสร้างเหล่านี้ทำให้นโยบายไปถึงประชาชนได้เร็วกว่า โดยแทบไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่ม รัฐไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด แต่ปรับบทบาทมาเป็นผู้เชื่อมต่อให้ระบบนิเวศทำงานได้จริง</p><p>วันนี้เราจึงได้คุยกันถึงความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นครับ</p><p>- NIA-Grab Academy : นำ AI มาช่วย Upskill/Reskill ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ตั้งแต่ทักษะทางธุรกิจไปจนถึงการช่วยให้ส่งออกอาหารอร่อยๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะร้านเล็กๆ ในวันนี้ อาจเป็นแบรนด์ส่งออกของไทยในวันหน้า</p><p>- เปิดตลาดให้สตาร์ทอัพไทย : เชื่อมเครือข่ายสตาร์ทอัพกว่า 2,000 รายของ NIA เข้ากับ Grab เพื่อช่วยหานักลงทุนและขยายสู่ตลาดใหม่ในระดับภูมิภาค</p><p>- เปิดโจทย์จากธุรกิจจริง : นำโจทย์ด้าน Autonomous vehicle และเทคโนโลยีอื่นๆ ของ Grab ให้สตาร์ทอัพไทยเข้ามาแก้ปัญหา แปลว่าสตาร์ทอัพของเราจะมี "ลูกค้ารายแรก" รออยู่ตั้งแต่วันแรก พร้อมแนวคิดสร้าง Sandbox ทดสอบ Robotics ในพื้นที่จริง</p><p>ผมอยากเห็นภาพที่รัฐ เอกชน และสตาร์ทอัพ จับมือกันสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้คนไทยทุกคนเก่งขึ้น มีรายได้มากขึ้น และแข่งขันได้ในเวทีโลก </p><p>ผมเชื่อทุกท่านก็อยากเห็นภาพเดียวกันครับ </p><div class="facebook" ></div><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/U4ATFfVtA</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/U4ATFfVtA</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 14:34:23 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 14:12:47 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy82ZGVhOTk4YzE0MzYxYzQ0NDU3NjA0N2YyYmEzOGZhOS5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; หารือความร่วมมือทีมผู้บริหาร Grab เล็งดัน NIA-Grab Academy นำ AI มาช่วย Upskill/Reskill ผู้ประกอบการทั่วประเทศ เปิดตลาดให้สตาร์ทอัพไทย สร้าง Sandbox ทดสอบ Robotics ในพื้นที่จริง</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ตติยภัทร์' ร่วมเวทีออกแบบอนาคตการศึกษาปัตตานี ชู Co-Learning Space ดึงจุดแข็งเยาวชน สร้างการเรียนรู้ร่วมกันทั้งจังหวัด]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mNDg1YzkwZTVkZDhlMzllM2NmZjg1YzcyN2UxN2Y2YS5wbmc=/640/330" /></p><p>นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาพิเศษในกิจกรรม “เวทีร่วมออกแบบพิมพ์เขียวการศึกษาและระบบนิเวศการเรียนรู้จังหวัดปัตตานี : Pattani Co-Design Forum on Education Futures and Learning Ecosystems” ณ อาคารอธิการบดี (ตึกเรือ) ชั้น 4 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้บริหารจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียน </p><p>ในการปาฐกถาพิเศษ นายตติยภัทร์ได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติ โดยเน้นย้ำการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญทั้ง 5 ด้าน ครอบคลุมการพัฒนาผู้เรียน การดูแลครู การสร้างโอกาสทางการศึกษา และการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่</p><p>พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำนโยบายสำคัญ Thailand Zero Dropout ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติของกระทรวงศึกษาธิการ โดยยืนยันว่า เด็กทุกคนต้องมีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ว่าจะหลุดออกจากระบบด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจ สังคม ครอบครัว หรือข้อจำกัดด้านอื่น ๆ เพราะไม่มีเด็กคนใดควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กระทรวงศึกษาธิการพร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในการติดตาม ค้นหา และพาเด็กกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้อีกครั้ง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมกับศักยภาพและบริบทของตนเอง ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาอาชีพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสะสมหน่วยการเรียนรู้ เพื่อให้ทุกคนสามารถออกแบบเส้นทางการศึกษาของตนเองได้อย่างยืดหยุ่นและไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบเดิม</p><p>พร้อมกันนี้ นายตติยภัทร์ได้สะท้อนมุมมองต่อการออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ของจังหวัดปัตตานีว่า แม้จังหวัดจะมีเป้าหมายในการก้าวสู่ Learning City แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือการสร้าง Co-Learning Space หรือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วน เพราะการศึกษาของปัตตานีมีความหลากหลายและยืดหยุ่น ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ ศาสนา ชุมชน และภาคประชาสังคม จึงจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานของทุกองค์กรให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถเป็นประตูแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กและเยาวชน</p><p>โฆษกกระทรวงศึกษาธิการยังกล่าวถึงจุดแข็งสำคัญของเยาวชนจังหวัดปัตตานี ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่มีคุณค่าในการพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านภาษาที่หลากหลาย ทักษะการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ซึ่งควรได้รับการต่อยอดให้เป็นศักยภาพในการแข่งขันของคนรุ่นใหม่ในอนาคต</p><p>“เป้าหมายของเราคือการทำให้นักเรียนได้อยู่ในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ เป็นทั้ง Safe Zone ที่สร้างความอบอุ่นทางใจ และ Safety Zone ที่สร้างความปลอดภัยในทุกมิติ ขณะเดียวกัน เราจะไม่ปล่อยให้เด็กคนใดหลุดออกจากระบบการศึกษา หากหลุดไปแล้ว เราจะช่วยกันพากลับมา และเปิดโอกาสให้เขาได้เลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเอง เพราะการศึกษาไม่ควรมีประตูเพียงบานเดียว แต่ต้องมีหลายเส้นทางสำหรับทุกคน การยกระดับการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อให้เด็กปัตตานีมีศักยภาพ มีโอกาส และมีอนาคตที่ดีอย่างยั่งยืน” นายตติยภัทร์ กล่าว</p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/BbE9Z3V8N</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/BbE9Z3V8N</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Fri, 03 Jul 2026 03:30:06 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 13:28:17 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mNDg1YzkwZTVkZDhlMzllM2NmZjg1YzcyN2UxN2Y2YS5wbmc=</url><description>&apos;ตติยภัทร์&apos; โฆษก ศธ. ร่วมปาฐกถาพิเศษ เวทีออกแบบอนาคตการศึกษาปัตตานี ชู Co-Learning Space ดึงจุดแข็งเยาวชน สร้างการเรียนรู้ร่วมกันทั้งจังหวัด</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ นำแถลงข้อเท็จจริงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เดินหน้าตรวจสอบ ย้ำดำเนินการโปร่งใส เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hODY4MTA4MDYyMDBiNTQxMzE0YzUyZTA4Yjg0OWU4Mi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมแถลงข่าวผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ภายหลังได้รับรายงานและข้อร้องเรียน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการตรวจสอบ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน เพื่อสอบสวนอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมกำหนดกรอบเวลาให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 7 วัน</p><p>นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว พบข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการทุจริตในการสอบแข่งขัน ซึ่งอาจมีการดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกันได้รับการคัดเลือกและบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p>ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมายและกระบวนการสอบสวน โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการสืบสวนเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่อสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และหากพบผู้กระทำผิดหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น</p><p>นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน การเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและชี้แจงรวมเกือบ 15 ราย ทั้งผู้ที่เข้าชี้แจงด้วยตนเองและผู้ที่ส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงการรวบรวมเอกสารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะประกอบการพิจารณา</p><p><strong>ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้รับจ้างดำเนินการจัดสอบไม่ได้จัดส่งไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบพร้อมผลการประมวลคะแนนให้แก่หน่วยงานทันทีภายหลังการตรวจข้อสอบแล้วเสร็จ คณะกรรมการฯ จึงได้เข้าตรวจสอบข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในแฟลชไดรฟ์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งบันทึกไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบและข้อมูลผลคะแนนทั้งหมด</strong></p><p>จากการสุ่มตรวจผู้เข้าสอบจำนวน 79 ราย พบว่ามีผู้สอบถึง 48 รายที่คะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่สอดคล้องกับคะแนนในไฟล์ประมวลผล โดยพบพฤติการณ์การแก้ไขคะแนนทั้งในภาค ก. และภาค ข. ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คะแนนภาค ก. ของผู้เข้าสอบบางรายสูงเกินร้อยละ 60 และคะแนนภาค ข. สูงถึงร้อยละ 90 ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลในกระดาษคำตอบที่ตรวจสอบได้</p><p>นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังตรวจสอบกระบวนการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค.<strong> พบว่า ผู้รับจ้างได้ส่งผลการประมวลคะแนนภาค ก. ภาค ข. และวิชาภาษาอังกฤษ ให้แก่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ผ่านแฟลชไดรฟ์เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กสถ. ได้นำข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบในแฟลชไดรฟ์มาเปรียบเทียบหรือสอบทานกับผลการประมวลคะแนนที่ผู้รับจ้างจัดส่งก่อนให้ความเห็นชอบประกาศผล</strong></p><p>รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ กสถ. มีมติเห็นชอบรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค. แล้ว ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลก่อนนำขึ้นประกาศในระบบสารสนเทศ โดยพบผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้างจากบริษัทเอกชน และบุคคลอื่นซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตน ทั้งนี้ จากการสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้น <strong>คณะกรรมการฯ เห็นว่ามีข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 5 ราย ที่มีมูลอันควรเชื่อได้ว่าอาจกระทำผิดวินัย จึงเสนอให้ดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป</strong></p><p>ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ผลการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้เป็นเพียงการสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้น โดยการดำเนินการไม่ได้มีเพียงกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการร่วมกับอีก 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละหน่วยงานอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ของตน ก่อนนำข้อมูลมาประกอบการตรวจสอบร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบด้านและมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Z0J2O2yLg</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Z0J2O2yLg</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 12:50:56 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 12:42:51 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9hODY4MTA4MDYyMDBiNTQxMzE0YzUyZTA4Yjg0OWU4Mi5wbmc=</url><description>นายกรัฐมนตรี พร้อม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงข้อเท็จจริงการสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่น เดินหน้าตรวจสอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น ย้ำดำเนินการโปร่งใส เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘ภูมิธรรม–จักรพงษ์’ ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy80N2NkM2NhYjUwZWZiMDIzODU0ZDYwMzBjNzE1NTk1Zi5wbmc=/640/330" /></p><p>นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายต่างประเทศ เป็นผู้แทนพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 105 ปีแห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และครบรอบ 51 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน</p><p>นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตลอดเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศจีนสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตของประชาชน จนก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก</p><p>สำหรับความสัมพันธ์ไทย–จีนตลอด 51 ปีที่ผ่านมา ได้เติบโตบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความไว้วางใจ และการแสวงหาประโยชน์ร่วมกัน ความร่วมมือของทั้งสองประเทศขยายครอบคลุมทั้งด้านการทูต เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน สะท้อนผ่านคำกล่าวที่ว่า “ไทยจีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ซึ่งยังคงมีความหมายอย่างยิ่งในปัจจุบัน</p><p>นายภูมิธรรมกล่าวว่า โลกในศตวรรษที่ 21 ต้องอาศัยความร่วมมือมากกว่าการเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายด้านเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน หรือการปฏิวัติทางเทคโนโลยี ประเทศไทยและจีนจึงควรร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด การศึกษา และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ</p><p>นายภูมิธรรมย้ำว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนในฐานะกลไกความร่วมมือระดับพรรคการเมือง (Party-to-Party Relations) ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการแลกเปลี่ยนนโยบายการพัฒนา อันเป็นการทูตในระดับ Track 2 ที่ช่วยสนับสนุนและต่อยอดการดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p><p>กรอบความร่วมมือระหว่างทั้งสองพรรคจะมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาในสาขาที่เป็นอนาคตร่วมกัน ได้แก่ พลังงานสะอาด การท่องเที่ยว เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Information Infrastructure) เกษตรกรรมสมัยใหม่ การศึกษา การแพทย์ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ</p><p>นายภูมิธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่สมดุล เปิดกว้าง และยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับทุกประเทศ โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันยาวนาน จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกันของภูมิภาค</p><p>ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ นายภูมิธรรมได้อวยพรให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนประสบความสำเร็จในการนำพาประเทศสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ามิตรภาพไทย–จีนจะยิ่งแน่นแฟ้นในทุกมิติ และทั้งสองประเทศจะร่วมกันสร้างภูมิภาคเอเชียและประชาคมโลกที่มีสันติภาพ ความมั่นคง ความยั่งยืน และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy81NjBiZTNiZWQ3ZjM5OTBjYTA4M2NiYzhiMzMzMTI2NC5qcGc=" alt="ภูมิธรรม จักรพงษ์ พรรคคอมมิวนิสต์ จีน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xZTcwMjcwZmE1ZGMyNzFkODk5NzdlN2Q0ZmM0NTVkOS5qcGc=" alt="ภูมิธรรม จักรพงษ์ พรรคคอมมิวนิสต์ จีน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8xOTY4ODAxNzBmZWQxMmJjYWFmZjY0YjVmMGRlNjNjMS5qcGc=" alt="ภูมิธรรม จักรพงษ์ พรรคคอมมิวนิสต์ จีน"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kZGFlYTE5MzRiODc5YzM3YjIxOTQ0YTEyMzMyZTU0Yi5qcGc=" alt="ภูมิธรรม จักรพงษ์ พรรคคอมมิวนิสต์ จีน"><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/ckpgQqKYy</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/ckpgQqKYy</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 12:04:03 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 11:59:10 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy80N2NkM2NhYjUwZWZiMDIzODU0ZDYwMzBjNzE1NTk1Zi5wbmc=</url><description>‘ภูมิธรรม–จักรพงษ์’ ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘ทวี’ ชงตั้ง กมธ.ร่วม ปลดล็อก ‘กม.ล้มละลาย’ ย้ำต้องช่วยลูกหนี้-SME ชนะหนี้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งเงินรัฐ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8yOTBkMzQ5YmQ3ZjEzYjg3OGE1ZTYyOGEyNjUxNjAzYy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้อภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (กมธ.ร่วม) ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อทบทวนและแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ในส่วนที่วุฒิสภามีการแก้ไข 4 ประเด็นหลัก ชี้หากปล่อยผ่านโดยไม่รอบคอบ กฎหมายฉบับนี้อาจกลายเป็นหมันและไม่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติจริงได้</p><p>พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ในการวางรากฐานแก้ปัญหาหนี้สินที่รากเหง้าของประเทศ ซึ่งผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรอย่างละเอียดถึง 23 ครั้ง จุดเด่นสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ "บุคคลธรรมดา" ที่มีหนี้สินตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 50 ล้านบาท รวมถึงกลุ่ม SME สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้และได้รับการพักชำระหนี้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถยืนได้ด้วยลำพังและชนะหนี้ได้อย่างยั่งยืน โดยที่รัฐบาลไม่ต้องสูญเสียงบส่วนกลางแม้แต่บาทเดียว&nbsp;</p><p>อย่างไรก็ตาม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้แสดงความกังวลต่อข้อแก้ไขของวุฒิสภาใน 2 ประเด็นสำคัญที่จะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในทางปฏิบัติ ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>1.) การเติมคำว่า "มีรายได้สม่ำเสมอ"</strong>: วุฒิสภาปรับเกณฑ์โดยระบุว่าบุคคลธรรมดาที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้ต้องมีรายได้สม่ำเสมอ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี มองว่าคำนี้ไม่มีการนิยามที่ชัดเจนและจะกลายเป็นข้อจำกัดต่อกลุ่มเกษตรกรที่มีรายได้ตามฤดูกาล หรือผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ไม่แน่นอน หากปล่อยไว้ กฎหมายจะกลายเป็น "สมบัติส่วนตัวของคนตีความ" และอาจซ้ำรอยความล้มเหลวของกฎหมาย SME ปี 2559 ที่ไม่สามารถนำมาใช้จริงได้เลย&nbsp;</p><p><strong>2.) บทลงโทษข้าราชการ</strong>: วุฒิสภายังคงแนวคิดที่ว่าหากข้าราชการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้แล้วฟื้นฟูไม่สำเร็จ จะต้องออกจากราชการ ซึ่ง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ชี้ว่าขัดต่อหลักเจตนารมณ์ของกฎหมายและขัดต่อมติ ครม. หลายครั้งที่ระบุว่า หากไม่ได้ทุจริต การเป็นหนี้สินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ควรลงโทษด้วยการให้ออกจากราชการเพราะเป็นการตัดหนทางแก้ไขหนี้&nbsp;</p><p><strong>"เราต้องการกฎหมายที่มีความสมดุลที่สุด ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ดังนั้นเพื่อความรอบคอบและไม่ให้สาระสำคัญของกฎหมายบิดเบือนไปจากเจตนารมณ์เดิม ผมจึงขอเสนอให้สภาแห่งนี้ร่วมกันตั้งกรรมาธิการร่วม เพื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง" </strong>พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวสรุป</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/nnzm74vJ4</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/nnzm74vJ4</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 12:21:03 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 11:45:54 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy8yOTBkMzQ5YmQ3ZjEzYjg3OGE1ZTYyOGEyNjUxNjAzYy5wbmc=</url><description>พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ชงตั้ง กมธ.ร่วม ปลดล็อก ‘กฎหมายล้มละลาย’ ย้ำต้องช่วยลูกหนี้-SME ชนะหนี้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งเงินรัฐ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[โฆษกรัฐบาลพร้อมปลัดสำนักนายกฯ รับหนังสือร้องเรียนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy84NzI5YzU5NDYzYjA3OGQ2ZjNkZGZlNjdjMDUzZTRiNS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (ฝั่ง ก.พ.) ถนนพิษณุโลก กรุงเทพมหานคร นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับหนังสือร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร ทนายความ ซึ่งเป็นผู้แทนผู้ที่สอบผ่านข้าราชการท้องถิ่นโดยสุจริต เพื่อยื่นถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสร้างความเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น</p><p>นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ที่เข้าสู่กระบวนการสอบด้วยความสุจริต โดยยึดหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และตระหนักถึงความกังวลของผู้ได้รับผลกระทบ จึงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ควบคู่กับการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นเอกภาพ รวมทั้งประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน</p><p>ทั้งนี้ ประชาชนสามารถ ติดต่อศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ(สายด่วน 1111) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 5 ช่องทางหลัก ได้แก่: </p><p>1) โทรศัพท์: สายด่วนของรัฐบาล 1111 (โทรฟรีทั่วประเทศ) </p><p>2) เว็บไซต์: ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 </p><p>3) แอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน PSC1111 (รองรับทั้ง iOS และ Android) </p><p>4) แชทบอท: ผ่านแอปพลิเคชัน Line ค้นหาไอดี @PSC1111 </p><p>5) จดหมาย/เดินทางไปยื่นเรื่อง: ตู้ ปณ. 1111 ทำเนียบรัฐบาล หรือ จุดบริการร่วม 1111 ทำเนียบรัฐบาล</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/z4VPAcETd</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/z4VPAcETd</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 08:41:07 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 08:32:45 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy84NzI5YzU5NDYzYjA3OGQ2ZjNkZGZlNjdjMDUzZTRiNS5wbmc=</url><description>โฆษกรัฐบาลพร้อมปลัดสำนักนายกฯ รับหนังสือร้องเรียนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ย้ำรัฐบาลเร่งกวาดล้างทุจริต เข้าใจความกังวลผู้สมัครโดยสุจริต</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ครูนิ่ม' รับข้อเสนอ 'คืนถิ่น' สอนฟิสิกส์ ที่ รร.เก่า ยินดีได้กลับไปดูแลแม่ มสด.มอบ 4 แสนเยียวยา ชี้เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mNDBkYzQ2ZmNmMjY0NTJkNTMxNDY2MTZmYWExODhhMS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการประกาศผลสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี พ.ศ. 2569 มีความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้น.ส.ชณัฐดา วรสาร หรือ “ครูนิ่ม” ผู้ที่สอบได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดสอบ โดยผมได้มอบให้นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับเรื่องไว้</p><p>รมว.ศธ. กล่าวว่า ภายหลังกระทรวงศึกษาธิการ โดย สพฐ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) และ "ครูนิ่ม" พร้อมครอบครัว (คุณแม่และพี่สาว) ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ภายหลังมีการยืนยันว่า ผลการตรวจสอบเป็นไปตามการประกาศผลสอบ ครั้งที่ 2 โดยครูนิ่มรับข้อเสนอกลับไปเป็นครูอัตราจ้างสอนวิชา "ฟิสิกส์" ที่โรงเรียนเขาวงพิทยาคาร อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าในบ้านเกิดที่เคยเรียนจบมา ส่วนทางโรงเรียนฯ ก็ยินดีรับเข้าทำงานทันที เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษา ในรายวิชาฟิสิกส์ ซึ่งเป็นวิชาสำคัญที่โรงเรียนกำลังขาดแคลนอยู่พอดี</p><p>"บรรยากาศและผลการเจรจาจบลงด้วยดี โดยเจ้าตัวยินดีกลับไปสอนในโรงเรียนที่เคยเรียนจบมา ส่วนทางโรงเรียนก็ยินดีรับเข้าทำงานทันที เพราะกำลังขาดครูฟิสิกส์ ในเวลาเดียวกันก็จะได้กลับไปดูแลคุณแม่ด้วย นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการมอบเงินเยียวยาจำนวน 400,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมยอมรับในความผิดพลาด และจะนำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป" รมว.ศธ.กล่าว</p><p>เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ได้รับนโยบายจาก รมว.ศธ. ให้ดูแลทั้งครูและนักเรียนอย่างดีที่สุด พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับคุณแม่ของครูนิ่มที่ได้ลูกสาวกลับไปทำงานใกล้บ้าน และขอเป็นกำลังใจให้ครูนิ่มตั้งใจทำหน้าที่เป็นครูต้นแบบ มุ่งมั่นสอนเด็ก ๆ และขอให้สอบบรรจุเป็นข้าราชการครูให้สำเร็จในอนาคต</p><p>รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคในขั้นตอนการดำเนินงาน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปทบทวนและตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย</p><p>ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.</p><p>​</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/jn1vq2WL9</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/jn1vq2WL9</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 08:03:42 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 07:50:45 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mNDBkYzQ2ZmNmMjY0NTJkNTMxNDY2MTZmYWExODhhMS5wbmc=</url><description>จบด้วยดี! &apos;ครูนิ่ม&apos; รับข้อเสนอ &apos;คืนถิ่น&apos; สอนฟิสิกส์ ที่โรงเรียนเก่า ที่กำลังขาดแคลนครูอยู่พอดี ยินดีได้กลับไปดูแลแม่ มสด.มอบ 4 แสนเยียวยา ยันเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค พร้อมทบทวนปรับปรุงให้ดีขึ้น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' แจงแนวคิด 'เพิ่มจำนวนแพทย์' อย่างเป็นระบบ ชู 4 แผนยกระดับสาธารณสุข เน้นรั้งหมอในระบบ-หนุนงบ-คุมคุณภาพ-ดึงเทคโนโลยีลดภาระ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy84OWYyZmQ3NDVlNTFkZGNkOTVhNjhhZDBmNzE4ZTAyYy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่แพทยสภา จัดงานเสวนา "การเปิดคณะแพทย์แห่งใหม่ ทางออกแก้ปัญหาแพทย์ไทยจริงหรือ?" โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมพูดคุยในช่วง “มุมมองและการเตรียมความพร้อมให้ได้มาตรฐานของสถาบันผู้ผลิต” ร่วมกับ ศ.นพ.สามารถ ภคกษมา รองคณบดีฝ่ายการศึกษา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล , ศ.ดร.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก และศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม โดยมี ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา , ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานฝ่ายวิชาการ แพทยสภา และ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมให้การต้อนรับ</p><p>ช่วงหนึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงเรื่องการผลิตแพทย์เพิ่ม ที่มีกลุ่มแพทย์ ออกมาคัดค้านการเปิดคณะแพทย์เพิ่มเติม จะทำให้มีหมอล้นตลาด จริงหรือไม่ รวมถึงการยกตัวอย่าง และประเด็นรวมทั้งความจำเป็นที่จะต้องเพิ่ม จำนวนแพทย์เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษา โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัด ที่มีหมอไม่เพียงพอ ว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นร้อน ที่สืบเนื่องมาจากที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งจากการศึกษาพบว่ากรอบงบประมาณและทุนสนับสนุนการผลิตแพทย์ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) กำลังจะสิ้นสุดลง ในเชิงนโยบายจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางกรอบการทำงานล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) โดยในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้สนับสนุน กสพท. ต่อไปอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลจริง ทั้งปริมาณแพทย์ที่จะเกษียณอายุในแต่ละปี และจำนวนแพทย์ที่ผลิตขึ้นใหม่ ซึ่งเมื่อดูในภาพรวมของทั้งประเทศแล้ว ยืนยันว่าการสนับสนุนการผลิตแพทย์เพิ่มยังคงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น</p><p><strong>เคลียร์ชัดปมเปิดคณะแพทย์ใหม่ ย้ำต้องคุมเข้ม "คุณภาพหลักสูตร" คู่ขนานแพทยสภา</strong></p><p>ต่อข้อกังวลเรื่องการควบคุมคุณภาพเมื่อมีการผลิตแพทย์เพิ่มขึ้น ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงรายละเอียดว่า กลไกทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของกระทรวงมีขั้นตอนการคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและตรวจสอบมาตรฐานของตัวหลักสูตรอย่างเคร่งครัด จากนั้นจะต้องทำงานร่วมกันและส่งต่อให้ทาง "แพทยสภา" เป็นผู้อนุมัติในขั้นสุดท้าย เพราะหลักสูตรทางทฤษฎีก็เรื่องหนึ่ง แต่ในทางปฏิบัติ (Practice) และการประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด จึงจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากแพทยสภาก่อนจึงจะสามารถเปิดหลักสูตรได้</p><p>นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงแนวทางการกระจายแพทย์ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโปรแกรมร่วมต่างๆ เช่น โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) หรือ ซีเพิร์ด รวมถึงการนำเสนอไอเดียเกี่ยวกับแนวโน้มการเปิดโรงเรียนแพทย์ในพื้นที่ภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร โดยมีสมมติฐานทางสถิติระบุว่า หากโรงเรียนแพทย์ตั้งอยู่ในภูมิภาคใด แนวโน้มที่แพทย์จบใหม่จะเลือกทำงานและพำนักเพื่อดูแลประชากรในพื้นที่นั้นๆ ก็จะมีสัดส่วนที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเพียงการนำเสนอไอเดียเพื่อแก้ปัญหาการกระจายบุคลากร ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพแต่อย่างใด</p><p><strong>ยกระดับสู่ "Wellness Economy" รองรับเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงและภัยคุกคามใหม่</strong></p><p>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ฉายภาพใหญ่ของประเทศ โดยระบุว่าจุดเด่นของประเทศไทยที่คนทั่วโลกให้การยอมรับคือเรื่อง "Medical Service" หรือการบริการทางการแพทย์ ดังนั้น การมองเพียงงบประมาณก้อนเดียวที่มาจากภาษีอาจจะทำให้การโฟกัสภาพรวมทำได้ยาก ภายในเดือนนี้รัฐบาลจึงเตรียมขับเคลื่อนคณะกรรมการด้าน "Wellness Economy" หรือเศรษฐกิจเวลเนส เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยหมุดหมายและเป็นศูนย์กลาง (Hub) แห่งวิทยาการทางการแพทย์และการสาธารณสุขของโลก</p><p>การเป็น Hub ดังกล่าว จะขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการ (Demand) ในวิทยาการแพทย์ยุคใหม่ ทั้งเทคนิคการผ่าตัดขั้นสูง (Surgery Techniques), การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ (AI Medical Data), ยาเทคนิคใหม่ๆ, ตลอดจนการวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) และ Clinical Trial ภายใต้หลักจริยธรรม (Ethics) ที่เข้มงวด นอกจากนี้ อว. ยังสนับสนุนการสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี เช่น การพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์เพื่อผลิตเครื่องมือแพทย์ประเภท Wearable Sensor, การบูรณาการข้อมูลพันธุศาสตร์ (Genomics) ทั้ง Genotype และ Phenotype, การส่งเสริมการแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรเพื่อทดแทนการนำเข้ายา รวมถึงการรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Age Society) ด้วยเทคโนโลยีการสร้างอวัยวะเทียม (Artificial Organs) ตั้งแต่สมอง หัวใจ ระบบปอดและหัวใจเทียม (Heart-Lung), หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot Surgery) และการรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัด (Cell and Gene Therapy)</p><p><strong>แพทยสภาสะท้อนวิกฤต "งบประมาณผลิตแพทย์เฉพาะทาง" แบกรับเองมาร่วม 50 ปี</strong></p><p>ขณะที่เวทีเสวนาเข้มข้นขึ้นในช่วงการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ได้ลุกขึ้นกล่าวสะท้อนปัญหา โดยระบุว่า แพทยสภาและโรงเรียนแพทย์ไทยได้เริ่มจัดการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางหลังปริญญา (Postgraduate Training) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มแพทย์และราชวิทยาลัยต่างๆ ดำเนินการด้วยความตั้งใจและเสียสละอย่างยิ่ง โดยใช้เงินทุนของราชวิทยาลัยและเงินส่วนตัวของผู้เข้าอบรมเองมาโดยตลอด โดยที่ภาครัฐไม่เคยมีงบประมาณแผ่นดินลงมาสนับสนุนในส่วนนี้เลย</p><p>"พวกเราเป็นเด็กดีมากเลยค่ะ เค้าบอกให้ทำเราก็ทำ แพทยสภาก็ทำ โดยไม่มีงบประมาณเลยนะคะ จนกระทั่งทุกวันนี้ อยากจะเรียนฝากท่านในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อว. ว่าจะช่วยอนุเคราะห์งบประมาณแผ่นดินให้แก่ราชวิทยาลัยต่างๆ ได้อย่างไร เพราะขณะนี้ในกฎหมายแพทยสภาฉบับใหม่ มาตรา 9 ระบุไว้ว่าเราสามารถรับงบประมาณแผ่นดินได้แล้ว จึงขอความกรุณาท่านช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ด้วย" ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าวฝากประเด็นถึงรัฐบาล</p><p><strong>อว. กางแผนยุทธศาสตร์ ยึดหลัก "Excellence Hub" คนไทยต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด</strong></p><p>หลังจากรับฟังข้อเสนอ ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินขึ้นมาขี้แจงบนเวที ยืนยันว่าแนวทางการทำงานของกระทรวง อว. จะมองภาพรวมทั้งระบบ (Landscape) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ รวมถึงระบบการฝึกอบรม (Training) ทั้งหมด โดยรัฐมนตรี อว. ได้ให้ความสำคัญกับคำว่า "Excellence Hub" หรือศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศเป็นตัวตั้ง</p><p>"ประเทศไทยและคนไทย ไม่ควรจะได้ของที่ราคาถูกแต่คุณภาพไม่ดี เราต้องทำให้คนไทยได้สิ่งที่มีคุณภาพดีที่สุด ตรงนี้จะเป็นตัวตั้งครับ" ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำชัด</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน ระบุต่อไปว่า หากเรามีเป้าหมายที่ความเป็นเลิศ หากสาขาวิชาไหน (Discipline) ประเทศไทยยังขาดแคลนในปัจจุบัน รัฐบาลก็พร้อมจะใช้กลไก "การทูตทางการแพทย์" (Medical Diplomacy) เข้ามาช่วย หรือในกรณีที่ต้องมีการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์จำนวนมากจากต่างประเทศ ก็จะใช้แนวทางเจรจาต่อรอง (Trade-off) หรือแลกเปลี่ยนกับผลิตภัณฑ์อื่นนอกเหนือจากการแพทย์ เพื่อดึงเทคโนโลยีและงานวิจัยที่ดีที่สุดเข้ามาในประเทศ การวางแผนแม่บท (Master Plan) เช่นนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ (Inspire) ให้ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งตนพร้อมผลักดันด้านงบประมาณอย่างเต็มที่ เพราะหากเอางบประมาณที่มีจำกัดในปัจจุบันเป็นตัวตั้ง เราจะไม่กล้าคิดส่งเสริมสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ประชาชน</p><p><strong>ประธานวิชาการจี้ถาม "จะหาอาจารย์แพทย์มาจากไหน?" ชี้ต้องใช้เวลาบ่มเพาะร่วม 10 ปี</strong></p><p>ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานฝ่ายวิชาการ แพทยสภา แสดงความกังวลว่า กระแสสังคมและนโยบายที่พยายามจะเร่งผลิตแพทย์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน โดยการเปลี่ยนโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขให้กลายสภาพเป็นโรงเรียนแพทย์นั้น อาจจะเผชิญกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรบุคคลอย่างรุนแรง เนื่องจากบริบทและศักยภาพของโรงพยาบาลทั่วไปกับโรงเรียนแพทย์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง</p><p>ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กางตัวเลขกรอบเวลาการบ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์ให้เห็นอย่างละเอียดว่า การเรียนแพทย์ทั่วไป (GP) ใช้เวลา 6 ปี แต่การจะก้าวขึ้นมาเป็น "อาจารย์แพทย์" หรือแพทย์เฉพาะทางได้นั้น ต้องใช้เวลาเรียนต่อยอดเพิ่มอีกอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อทำวิจัยและฝึกทักษะ และหากต้องการเป็นแพทย์เฉพาะทางขั้นสูง (Subspecialty) ซึ่งเป็นที่ต้องการของสังคมไทยในปัจจุบัน ก็ต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีก 5-6 ปี รวมแล้วต้องใช้เวลาร่วม 10 กว่าปี จึงจะได้แพทย์ที่มีความพร้อมและเชี่ยวชาญตรงตามที่ประชาชนต้องการ</p><p>"คำถามคือ ภายใต้หลักสูตรแบบนี้ หากส่งเรื่องมาให้แพทยสภาตรวจแล้วพบว่าไม่มีความพร้อม เราสามารถที่จะเบรกหรือระงับไว้ก่อนได้ไหม? และคำถามที่สองคือ แทนที่เราจะเอางบประมาณก้อนใหญ่นี้ไปเร่งเปิดคณะแพทย์ใหม่ จะดีกว่าไหมถ้าเรานำงบประมาณนี้มาสร้างแรงจูงใจ (Incentive) เพื่อดึงรั้งหมอที่จบแล้วให้อยู่ในระบบต่อไป หรือเบรกไม่ให้หมอหลั่งไหลออกจากระบบราชการ เพราะการผลิตหมอใหม่ให้ได้คุณภาพจริงมันต้องใช้เวลานานนับสิบปี" ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ตั้งข้อสังเกตเชิงลึก</p><p><strong>รมว.อว. ยันชัดการ “เพิ่มจำนวนแพทย์”&nbsp;</strong></p><p>ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวตอบคำถามของ ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ทันทีว่า "เรื่องเปิดคณะแพทย์ คือผมก็ไม่ได้เป็นคนพูดเรื่องนี้นะครับ (หัวเราะ) แต่นโยบายของกระทรวงคือการทำงานในลักษณะ "ขนานกันไป" (Parallel) และไม่มีนโยบายแบบสำเร็จรูปก้อนเดียว (No One-Size-Fits-All) ตนเห็นด้วยกับข้อสังเกตเรื่องการสร้างแรงจูงใจเพื่อรักษาบุคลากรในระบบ และยืนยันว่าแพทยสภายังคงมีอำนาจเต็มตามกฎหมาย หากมีสถาบันใดส่งหลักสูตรเข้ามาขออนุมัติเปิดการเรียนการสอน แต่ตรวจประเมินแล้วพบว่า "ไม่มีความพร้อม" ทั้งในแง่อาจารย์แพทย์หรือโรงพยาบาลหลักรับส่งต่อ ทางแพทยสภาก็สามารถใช้อำนาจระงับหรือเบรกหลักสูตรนั้นได้ตั้งแต่ต้นทางทันที</p><p>นอกจากนี้ รัฐมนตรี อว. มองว่า แพทยสภาควรทำหน้าที่เป็น "คนกลาง" ในการเซ็ตมาตรฐานหลักสูตรร่วมกันให้ชัดเจน ทั้งสำหรับคณะแพทย์ของรัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าใจตรงกันและลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร พร้อมเน้นย้ำว่า "คุณภาพและจริยธรรม" ของแพทย์เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่สามารถมาเร่งสอนตอนอยู่มหาวิทยาลัยได้</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/My3pNEwGx</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/My3pNEwGx</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 08:07:06 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 06:58:24 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy84OWYyZmQ3NDVlNTFkZGNkOTVhNjhhZDBmNzE4ZTAyYy5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; ยืนยันแนวคิด &apos;เพิ่มจำนวนแพทย์&apos; มาจากฐานข้อมูลจริงเรื่องการเกษียณและช่องว่างในการรักษาพื้นที่ต่างจังหวัด พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาวอย่างเป็นระบบ 4 ด้านหลัก มุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจรั้งหมอให้อยู่ในระบบ, การอุดหนุนงบประมาณผลิตอาจารย์แพทย์, การดึงแพทยสภาเข้ามาเป็นประตูด่านแรกในการควบคุมคุณภาพหลักสูตร และการใช้นวัตกรรม-เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อความยั่งยืน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ชี้ 'ทุนมนุษย์' คือหัวใจการแข่งขันประเทศ เดินหน้าสร้าง Workforce Ecosystem ดัน TPQI เชื่อมการศึกษา]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83YTc1M2NjNjg2YmY1YTc5MjhjNGUzMTRmNGJiNzFmMy5wbmc=/640/330" /></p><p>ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะกำกับดูแลสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI เป็นประธานมอบนโยบายการดำเนินงาน "ยกระดับทุนมนุษย์ ก้าวทันยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง" แก่ TPQI และภาคีเครือข่าย พร้อมประกาศนโยบายสำคัญในการเร่งพัฒนากำลังคนไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยมี นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ คณะกรรมการ ผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบการ และภาคีเครือข่ายกว่า 500 คน เข้าร่วมรับมอบนโยบาย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 </p><p>ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำเรื่องการบูรณาการความร่วมมือและการปรับตัว ซึ่งภาคการศึกษา แรงงาน เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ต้องสร้างการเชื่อมโยงทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถคาดเดาได้ นโยบายสำคัญคือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมากกว่าการยึดติดกับเทคโนโลยีเดิม เพราะเมื่อเทคโนโลยีและเศรษฐกิจเปลี่ยน คนไทยต้องพร้อมปรับตัวตาม ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีทักษะในการปฏิบัติงานจริง ได้รับการรับรองและมีคุณค่าเทียบเท่ากับผู้ที่ถือวุฒิการศึกษาตามระบบ เพราะรากฐานความรู้เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ </p><p>รองนายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่าคนไทยต้องเตรียมพร้อมสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต รับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง โดยทุกหน่วยงานรวมถึง TPQI ต้องเร่งพัฒนากำลังคนเพื่อให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น AI, เซมิคอนดักเตอร์, พลังงานสะอาด (Green Energy), หุ่นยนต์ และการผลิตขั้นสูง พร้อมต่อยอดเศรษฐกิจกระแสใหม่ โดยให้ความสำคัญกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change), เศรษฐกิจหมุนเวียน, เศรษฐกิจอวกาศ, อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ (Wellness Economy) รองรับสังคมผู้สูงอายุ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ซึ่ง TPQI ดำเนินการรับรองบุคลากรเหล่านี้อยู่ </p><p>“TPQI ได้เดินหน้าผลักดันหลักสูตรงานด้านศิลปหัตถกรรมและศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพแก่องค์ความรู้ท้องถิ่น ให้การรับรองปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่า ภูมิปัญญาและทักษะของปราชญ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้าง "โฉนดความรู้" ที่มีมูลค่า สามารถนำไปต่อยอด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล ผมพยายามพูดเสมอว่าวันนี้คนที่ทำงานแล้วไม่ได้สะเทือนมากก็คือคนที่มีคุณวุฒิตรงกับหลักสูตร เรียนจบมาได้ทำงานตรงสาย แต่คนที่อยู่ตรงกลางยกตัวอย่าง คนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ส่วนมากแล้วเรียนเก่งหมด เรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ จบมาหางานไม่ได้ ไม่มีตำแหน่ง ไม่รู้จะบรรจุงานอะไร ก็ชอกช้ำตั้งแต่เกิดยันตาย แต่ความจริงแล้วความรู้เยอะขนาดนี้เขาสามารถเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์เองได้ เป็นผู้ประกอบการได้ ตรงนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะมุ่งเน้นว่า เรามีศูนย์บ่มเพาะที่ทำหน้าที่พร้อมการทำงานกับอาชีพให้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว </p><p>ในตอนท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการขับเคลื่อนทุกนโยบายให้เกิดขึ้นจริง พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า "ประเทศไทยมีทุนมนุษย์ที่แข็งแกร่งและเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก"</p><div class="facebook" ></div><p>ที่มา : สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/GDpXa2jSB</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/GDpXa2jSB</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 06:34:13 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 06:29:37 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy83YTc1M2NjNjg2YmY1YTc5MjhjNGUzMTRmNGJiNzFmMy5wbmc=</url><description>ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ &quot;ทุนมนุษย์&quot; คือหัวใจการแข่งขันประเทศ เดินหน้าสร้าง Workforce Ecosystem ดัน TPQI เชื่อมการศึกษา ทักษะ และตลาดแรงงาน รองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลสรุป 'ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)' เดือนแรก เงินสะพัดกว่า 4.32 หมื่นล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิกว่า 25 ล้านคน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lZDZlZmJmNzllY2I1YzNkMmI3MzU3OTRhMzlhYmNkNy5wbmc=/640/330" /></p><p>นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากประชาชนและผู้ประกอบการ โดยหลังสิ้นสุดการดำเนินโครงการในเดือนแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น.) มียอดการใช้จ่ายรวม 43,218.39 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสำเร็จ 25,686,181 ราย และเกิดการใช้จ่ายผ่านร้านค้ากว่า 1.03 ล้านร้านค้า สะท้อนถึงความสำเร็จของมาตรการในการกระตุ้นกำลังซื้อ กระจายเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ</p><p>ทั้งนี้ โครงการเริ่มต้นอย่างคึกคักตั้งแต่วันแรกของการใช้สิทธิ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยมียอดใช้จ่ายรวม 2,039.74 ล้านบาท ก่อนที่ยอดใช้จ่ายจะขยายตัวต่อเนื่องจนมียอดสะสม 43,218.39 ล้านบาท ภายในเดือนแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการและการมีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ</p><p>ด้านผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่ลงทะเบียนพร้อมใช้งานแล้ว 1,073,146 ร้านค้า และมีร้านค้าที่เกิดการใช้จ่ายผ่านโครงการ 1,035,299 ร้านค้า ครอบคลุมทั้งร้านค้าทั่วไป ร้านค้ารายย่อย ร้านค้าชุมชน และร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Food Delivery ซึ่งเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น มีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ และขยายโอกาสทางการค้าได้มากยิ่งขึ้น</p><p>โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่น ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจในทุกพื้นที่ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม</p><p>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลการดำเนินงานในเดือนแรกสะท้อนความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะติดตามผลการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนามาตรการที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าสร้างกำลังซื้อภายในประเทศ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Tb5bHdrS_</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Tb5bHdrS_</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 05:06:00 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 04:34:03 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lZDZlZmJmNzllY2I1YzNkMmI3MzU3OTRhMzlhYmNkNy5wbmc=</url><description>รัฐบาลสรุปความสำเร็จเดือนแรก &apos;ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)&apos; เงินสะพัดกว่า 4.32 หมื่นล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิกว่า 25 ล้านคน หนุนเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['จุลพันธ์' แจงงบฯ 70 ของกระทรวงแรงงาน แม้ภาพรวมงบจะเพิ่มขึ้น 5% แต่ในส่วนของงบ Upskill และ Reskill ถูกปรับลด]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kOGY0MzdjNGY1ZjNkNTQyNTZlMzY1ODIzMDI1ZTU4Zi5wbmc=/640/330" /></p><p>'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน  เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เข้าชี้แจงและรับฟังข้อเสนอแนะจากเพื่อน สส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งผมต้องขอขอบคุณทุกๆ ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ กระทรวงแรงงานยุคนี้เราเปิดกว้างและพร้อมนำทุกความเห็นไปปรับปรุงเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคนครับ</p><p>แม้ว่าภาพรวมงบประมาณของกระทรวงเราจะเพิ่มขึ้น 5% แต่ในส่วนของงบ Upskill และ Reskill กลับถูกปรับลดลงจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดทางงบประมาณ จะไม่ลดทอนความตั้งใจในการพัฒนาคนของพวกเราครับ</p><p>สําหรับ 3 ประเด็นสำคัญที่กระทรวงแรงงานกำลังเร่งผลักดันในขณะนี้ เรื่องแรกคือการเดินหน้าเฟสนำร่องนโยบาย ‘เรียนได้งบ จบได้งาน’ แม้จะโดนปรับลดงบประมาณลงเหลือราว 200 ล้านบาท แต่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ระบบในเฟสแรก โดยรัฐจะช่วยอุดหนุนเงินทุนให้แรงงานในช่วงที่ต้องหยุดงานมาฝึกทักษะใหม่เพื่อไม่ให้ขาดรายได้ พร้อมจับมือกับสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และภาคเอกชนโดยตรงในการร่วมกันออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานแห่งอนาคต เพื่อการันตีว่าเรียนจบแล้วจะมีงานรองรับทันที</p><p>ในด้านการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ กระทรวงแรงงานกำลังร่วมมือกับกระทรวง อว. เตรียมเปิดตัว ‘Traffy Fondue เวอร์ชันแรงงาน’ เพื่อเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนและติดตามความเดือดร้อนอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าระบบจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานในต้นเดือนหน้า รองรับแรงงานในประเทศกว่า 45 ล้านคน และมีแผนจะขยายผลให้ครอบคลุมไปถึงพี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศอีกด้วย </p><p>ส่วนประเด็นสุดท้ายเรื่องอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 นั้น ยืนยันว่ามีความตั้งใจจริงที่จะขับเคลื่อน แต่เนื่องจากบริบทโครงสร้างความสัมพันธ์และความมั่นคงระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไป หากส่งเรื่องเข้าไปโดยไม่มีการพูดคุยรอบด้านก็เสี่ยงที่จะถูกตีตก จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันอย่างรอบคอบและทำให้การผลักดันเรื่องนี้ไม่สะดุดลงครับ</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/k13sg5Z3Y</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/k13sg5Z3Y</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 05:01:38 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 04:16:42 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kOGY0MzdjNGY1ZjNkNTQyNTZlMzY1ODIzMDI1ZTU4Zi5wbmc=</url><description>&apos;จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์&apos; รมว.แรงงาน ชี้แจง ร่าง พ.ร.บ. งบฯ 70 ของกระทรวงแรงงาน แม้ภาพรวมงบประมาณของกระทรวงจะเพิ่มขึ้น 5% แต่ในส่วนของงบ Upskill และ Reskill กลับถูกปรับลดลงจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รมช.อัครนันท์ เปิดเวทีรับฟังความเห็นเยาวชนลูกเสือไทย ชู 'วิชาลูกเสือ' คือทักษะชีวิตนอกตำรา]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZDZjN2ZkZDllZGE5M2EyNTc5NjBmMzU3MjI5NTIxYi5wbmc=/640/330" /></p><p>นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชนลูกเสือไทย พร้อมมอบนโยบายและแนวคิดในการพัฒนากิจการลูกเสือยุคใหม่ เน้นการปฏิบัติจริง สร้างเครือข่ายมิตรภาพข้ามวัฒนธรรม และดึงสื่อโซเชียลโชว์พลังจิตอาสา “ทำความดีด้วยหัวใจ” ณ หอประชุมค่ายลูกเสือวชิราวุธ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 พร้อมด้วย ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ผศ.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์), นายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่รองเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, นายเอกราช ชวีวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่รองเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และเยาวชนลูกเสือไทยเข้าร่วม</p><p><strong>รมช.ศธ.</strong> มอบแนวทางในการขับเคลื่อนกิจการลูกเสือให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน ว่า ทักษะชีวิตที่สำคัญในโลกยุคปัจจุบันซึ่งไม่สามารถหาอ่านได้จากในตำราเรียนคือ <strong>“วิชาลูกเสือ”</strong> การได้เข้ามาเป็นลูกเสือคือโอกาสในการสร้างมิตรภาพ พบเจอเพื่อนใหม่ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหลากหลายมิติ ดังนั้น การเรียนและกิจกรรมลูกเสือในวันนี้ต้องก้าวข้ามการท่องจำ การเข้าค่ายพักแรมต้องมุ่งเน้นให้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อปลูกฝังความเป็นผู้นำและมีใจรักบริการ ชื่นชมบทบาทของน้องๆ ลูกเสือที่ปรากฏผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเทศกาลต่างๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า หัวใจของลูกเสือคือการทำความดีด้วยหัวใจ การเสียสละบำเพ็ญประโยชน์เป็นสิ่งที่สวยงาม และผลตอบแทนที่ได้รับคือความภาคภูมิใจและคุณค่าทางจิตใจที่เงินไม่สามารถซื้อได้ เยาวชนที่มารวมตัวกันในสภาเยาวชนลูกเสือไทยวันนี้ ล้วนเป็นผู้ที่มีทัศนคติและมีหัวใจของจิตอาสาที่ตรงกัน แม้จะมาจากต่างพื้นที่ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา แต่กิจกรรมลูกเสือได้กลายเป็นสื่อกลางที่ทำให้ทุกคนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่จำเป็นต้องมาจากโรงเรียนเดียวกัน ความสำเร็จของกิจการลูกเสือจึงไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ แต่อยู่ที่ตัวของน้องๆ ลูกเสือทุกคน กิจการลูกเสือไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 แม้ในอดีตลูกเสือจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยปกป้องประเทศในยามวิกฤต แต่เมื่อบริบทของโลกเปลี่ยนไป บทบาทที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือ <strong>“การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น” </strong>กิจกรรมในวันนี้จะเป็นเบ้าหลอมสำคัญที่ทำให้น้องๆ เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ</p><p>ในตอนท้าย <strong>รมช.ศธ. </strong>ได้กล่าวให้กำลังใจผู้บริหารกิจการลูกเสือและตัวแทนเยาวชนจากทุกจังหวัด ขอให้มีความสุข และสนุกกับกิจกรรมลูกเสือ พร้อมฝากให้ทุกคนช่วยกันสื่อสารเรื่องราวดีๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า<strong> “ลูกเสือมีกิจกรรมที่ดีและบำเพ็ญประโยชน์ มากกว่าแค่การสวมชุดเครื่องแบบ”</strong> และเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/1Dsse_Fub</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/1Dsse_Fub</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 04:30:19 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 03:55:29 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9mZDZjN2ZkZDllZGE5M2EyNTc5NjBmMzU3MjI5NTIxYi5wbmc=</url><description>&apos;อัครนันท์&apos; รมช.ศธ. มอบนโยบายและแนวคิดในการพัฒนากิจการลูกเสือยุคใหม่ รับฟังความเห็นเยาวชนลูกเสือไทย ชู &apos;วิชาลูกเสือ&apos; คือทักษะชีวิตนอกตำรา มุ่งปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่สังคม</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นรข. ยึดยาบ้ากว่า 5.55 ล้านเม็ด ริมโขงบึงกาฬ สกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy80NTRhMmMzNzhlNjYwZGRjZTBjZDcxZjhlYjFmM2VhZi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้  (2 กรกฎาคม 2569) เวลา 03.00 น. สถานีเรือบึงกาฬ  สังกัด นรข.เขตหนองคาย สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ได้จำนวนประมาณ 5,550,000 เม็ด บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พร้อมตรวจยึดรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยผู้กระทำผิดอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ อยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย</p><p>การปฏิบัติครั้งนี้สืบเนื่องจากการได้รับข่าวกรองว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยทางแม่น้ำโขง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) จึงสั่งการให้ นรข.เขตหนองคาย จัดกำลังเข้าซุ่มเฝ้าตรวจและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ กระทั่งช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นข้ามมาจากฝั่ง สปป.ลาว ก่อนมีกลุ่มบุคคลลำเลียงกระสอบสีดำขึ้นจากเรือมายังรถยนต์ต้องสงสัย เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลุ่มผู้กระทำผิดได้ทิ้งของกลางและหลบหนี ขณะที่เรือได้เร่งเครื่องกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว</p><p>จากการตรวจสอบพบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 14 กระสอบ รวมประมาณ 5,550,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ เครื่องชั่งดิจิทัล และสัมภาระที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป</p><p>โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ผลการปฏิบัติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ นรข. ในการเฝ้าระวังและปกป้องชายแดนทางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย และเป็นการสกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางลำเลียง และย้ำว่ากองทัพเรือจะยังคงบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนและประเทศชาติต่อไป</p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/BXOE3nBdk</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/BXOE3nBdk</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 03:36:36 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 03:30:59 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy80NTRhMmMzNzhlNjYwZGRjZTBjZDcxZjhlYjFmM2VhZi5wbmc=</url><description>หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ยึดยาบ้ากว่า 5.55 ล้านเม็ด ริมโขงบึงกาฬ สกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' เปิดเวทีประชุมนโยบาย สอวช. ครั้งที่ 1 หวังพลิกโฉม อววน. ด้วยกลยุทธ์ MOIP นำร่องแก้ปากท้อง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy84NmFlOTljYzY4NThmY2FjMzRhYjRiZTZiZjgyZWRhMC5wbmc=/640/330" /></p><p>เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะ ของ สอวช. ครั้งที่ 1 : พลิกโฉมประเทศไทยด้วย MOIP (1st NXPO Public Policy Conference: Thailand Strategic Leap Through “MOIP”) โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ตลอดจนคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว. ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องอินฟินิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายด้าน อววน. ของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ผ่านการนำเทคนิค MOIP (Mission-Oriented Innovation Policy) ซึ่งเป็นเน้นการกำหนดภารกิจที่ชัดเจน ท้าทาย และสามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งประเทศไทยมีต้นทุนในมือเป็นจำนวนมาก จึงไม่มีความจำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ แต่เป็นการต่อยอดเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า โดยเราสามารถเรียนรู้จากประเทศที่ประสบความสำเร็จแล้วอย่างชิลี ที่ใช้แนวทางดังกล่าวจนสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้ สำหรับกรอบนโยบาย อววน. ปี 2571–2575 มีกำหนดจะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้รับการออกแบบโครงสร้างที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยเน้นการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการเชื่อมโยงตั้งแต่สภานโยบาย ฟังเสียงจากกระทรวงภาคีเครือข่ายทั้ง 10 กระทรวง ลงมาที่ระบบการให้ทุนวิจัยและการพัฒนาบุคลากรในระดับอุดมศึกษา (Higher Education) เพื่อให้แผนการดำเนินงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p><p>รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายภารกิจให้ชัดเจน เพื่อยกระดับรายได้ของประชาชนให้สมดุลและเพียงพอกับรายจ่าย และสามารถดำรงชีวิตและดูแลครอบครัวได้อย่างไม่เดือดร้อน โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกทางการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) เพื่อสื่อสารและเชื่อมโยงการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน อว. มีทูตวิทยาศาสตร์ประจำอยู่ 3 แห่ง คือสหรัฐอเมริกา จีน และเบลเยี่ยม ทั้งนี้ ในด้านโยบายต้องนำแนวคิดเชิงระบบ (System Thinking) มาใช้จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง เพื่อวางกลยุทธ์รับมือกับประเด็นความท้าทายหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสงครามเทคโนโลยี (Tech War) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และด้านสังคม (Society)</p><p>“การขับเคลื่อนหมุดหมายของประเทศให้สำเร็จภายในปี 2030 จำเป็นต้องอาศัยกลไกการบริหารงานภาครัฐที่ผสานพลังกัน (Synergistic Government) ของกระทรวงต่าง ๆ ควบคู่กับการผสมผสานนโยบายและการปรับเปลี่ยนข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อเอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม รวมถึง ต้องมีระบบการประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแบบเรียลไทม์ (Assessment for Real Impact) โดยยึดมาตรฐานสากลอย่าง OECD เป็นหมุดหมายสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นตั้งแต่ระบบการให้ทุนวิจัยไปจนถึงการันตีคุณภาพของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยในเวทีโลก ซึ่งกระบวนการทางความคิดและกรอบการทำงาน (Framework) ร่วมกันนี้ จะเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ทุกหน่วยงานเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลและร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy9kZjE2NmE4YTJkOTc4MjRlY2NlNzJiZjUwN2MxMWU2Yy5qcGVn" alt="ยศชนัน สอวช"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/WhmYvEKCj</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/WhmYvEKCj</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Thu, 02 Jul 2026 03:30:56 +0000</updated><pubDate>Thu, 02 Jul 2026 03:22:25 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNy84NmFlOTljYzY4NThmY2FjMzRhYjRiZTZiZjgyZWRhMC5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; เปิดเวทีประชุมนโยบาย สอวช. ครั้งที่ 1 หวังพลิกโฉม อววน. ด้วยกลยุทธ์ MOIP นำร่องแก้ปากท้อง ดันไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลางตามรอยชิลี ผลักดันประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน</description><author>Voice TV</author></image></item></channel></rss>