BLOG

จับตาประเด็นใหญ่บนโต๊ะเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง
7 เมษายน 2560 เวลา 11:18 น.
จับตาประเด็นใหญ่บนโต๊ะเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง
จับตาประเด็นใหญ่บนโต๊ะเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง

พรรณิการ์ วานิช

นักข่าวและพิธีกร iASEAN/ Tonight Thailand/ Voice World Wide

ในวันนี้ (7 เมษายน) ประธานาธิบดีสหรัฐฯและจีนจะพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยประเด็นการค้าและการกีดกันการค้า ถูกมองว่าจะเป็นก้างชิ้นใหญ่ในโต๊ะเจรจาระหว่างสองมหาอำนาจ เราจะไปดูกันว่าการพบกันครั้งนี้ สองผู้นำจะคุยกันเรื่องอะไรบ้าง และใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ


"คุยชิมลาง"
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจบริบทของการพบปะครั้งนี้ ทำเนียบขาวชี้แจงว่านี่ไม่ใช่การเจรจาแบบหวังผลเด็ดขาดเป็นรูปธรรมในประเด็นใดประเด็นหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นการพบปะเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน เรียกว่าเป็นการ "ชิมลาง" ในฐานะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นอกจากนี้ นายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ยังจะอยู่ในสหรัฐฯเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง คือเดินทางไปถึงในบ่ายวันที่ 6 เมษายน และเดินทางกลับเที่ยงวันที่ 7 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาสั้นเกินกว่าจะมีการพูดคุยที่เป็นรูปธรรมใดๆ

เมื่อเป็นการพบปะเพื่อทำความรู้จักและสร้างสายสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างสองผู้นำ บรรยากาศของการพบกันครั้งแรกระหว่างนายทรัมป์และนายสีจึงเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่เป็นทางการ โดยทั้งคู่จะพบกันที่รีสอร์ทของทรัมป์ในมาร์อาลาโก ปาล์มบีช เมืองตากอากาศชื่อดังของฟลอริดา


"ประเด็นบนโต๊ะเจรจา"
แต่แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการพูดคุยทำความรู้จักระหว่าสองผู้นำ ก็ไม่ได้หมายความว่าประเด็นที่จะพูดคุยกันเป็นเพียงการถามสารทุกข์สุขดิบกัน ทำเนียบขาวยืนยันว่าการพบกันครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่นายทรัมป์และนายสีจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เพื่อกำหนดอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะถูกนำมาเป็นหัวข้อสนทนาในการพบกันระหว่างสองฝ่าย จึงถูกคัดเลือกไว้แล้วว่าเป็นประเด็นที่สหรัฐฯและจีนให้ความสำคัญสูงสุด

สงครามการค้า

แน่นอนว่าประเด็นสำคัญที่สุดในการพบกันระหว่างทรัมป์กับสี ก็คือนโยบายการค้า ซึ่งทำเนียบขาวยืนยันว่าเป็นประเด็นเบอร์ 1 ที่ผู้นำทั้งสองต้องหารือกัน ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะทรัมป์หาเสียงโดยโจมตีจีนมาตลอดว่าทำการค้าเอาเปรียบสหรัฐฯ ควบคุมค่าเงิน และแย่งงาน แย่งรายได้ไปจากชาวอเมริกัน และก่อนหน้านายสีจะพบกับนายทรัมป์เพียง 1 สัปดาห์ เขาก็ลงนามคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ สั่งสอบสวนประเทศที่อาจทำการค้า "คดโกง" กับสหรัฐฯ 16 ประเทศ หนึ่งในนั้นมีจีนรวมอยู่ด้วย รวมถึงสั่งหน่วยงานศุลกากรให้ออกมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้า ป้องกันบริษัทต่างชาติขายของแบบทุ่มราคา จนทำให้ผู้ประกอบการในสหรัฐฯแข่งขันด้วยยาก โดยก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ก็เคยขู่มาแล้วหลายครั้งว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า สำหรับบริษัทที่ตั้งโรงงานในต่างประเทศแล้วนำของเข้ามาขายในสหรัฐฯ

บนโต๊ะเจรจาระหว่างนายทรัมป์กับนายสี ต้องจับตามองว่าทรัมป์จะมีท่าทีแข็งกร้าวอย่างที่แสดงออกมาตลอดหรือไม่ และสีจะกดดันให้ทรัมป์มีมาตรการด้านการค้ากับจีนที่ชัดเจนกว่าการข่มขู่ไปวันๆเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่

เกาหลีเหนือ

แต่อีกประเด็นที่จะปรากฏบนโต๊ะเจรจาของนายทรัมป์กับนายสีเช่นกัน ก็คือประเด็นความมั่นคงอย่างเกาหลีเหนือ ก่อนการพบกันครั้งนี้ไม่นาน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวระหว่างการเยือนเกาหลีใต้ว่าสหรัฐฯอาจใช้กำลังทหารกับเกาหลีเหนือ หากสถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ขณะที่นายทรัมป์ก็ได้ทวีตข้อความในเวลาไล่เลี่ยกันว่าจีนไม่ยอมทำอะไรกับเกาหลีเหนือ และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาก็กล่าวอีกครั้งว่าจีนมีอิทธิพลต่อเกาหลีเหนืออย่างมาก หากจะกดดันเกาหลีเหนือก็ย่อมทำได้

เหตุการณ์ที่ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ผู้นำมหาอำนาจโลกทั้งสองต้องคุยกันถึงนโยบายในการจัดการปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ก็คือการที่เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา เพียง 2 วันก่อนที่นายทรัมป์และนายสีจะพบกัน เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธไปตกในทะเลญี่ปุ่นอีกครั้ง ส่งสัญญาณท้าทายมหาอำนาจทั้งสองประเทศอย่างชัดเจน

ในประเด็นนี้ ต้องจับตามองว่าจีนกับสหรัฐฯจะร่วมมือกันมากแค่ไหนในการกดดันให้เกาหลีเหนือเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพราะตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเกาหลีเหนือกำลังสูญเสียการสนับสนุนจากจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการลอบสังหารนายคิมจองนัม ซึ่งจีนเคยให้ความคุ้มครองมาตลอด ส่วนรัฐบาลนายทรัมป์ก็แสดงท่าทีกระตือรือร้นอย่างมากในการจัดการเกาหลีเหนืออย่างเด็ดขาด เพื่อเพิ่มความนิยมในประเทศ และเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากนโยบายอื่นๆของทรัมป์ที่ถูกต่อต้านอย่างหนัก เช่นการฉีกมาตรการลดคาร์บอน หรือการโละโอบามาแคร์

ซีเรีย

แต่ประเด็นแทรกซ้อนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาในการพบกันระหว่างประธานาธิบดีทั้งสอง ก็คือปัญหาซีเรีย ในช่วงเวลาเดียวกับที่นายสีกำลังพบปะกับนายทรัมป์อย่างไม่เป็นทางการในงานเลี้ยงรับรอง ก่อนที่จะมีการเจรจากันอย่างจริงจังในวันนี้ นายทรัมป์ก็ออกคำสั่งด่วน ให้เรือรบสหรัฐฯยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ค 59 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศซีเรีย ซึ่งสหรัฐฯระบุว่าเป็นที่ตั้งของเครื่องบินที่ทิ้งอาวุธเคมีลงในจังหวัดอิดลิบ ฐานที่มั่นของฝ่าบกบฏ ในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา โดยทำเนียบขาวระบุว่านายทรัมป์ได้แจ้งนายสีเป็นการส่วนตัวถึงการโจมตีครั้งนี้ และทั้งคู่ก็อยู่ในงานเลี้ยงตลอดการปฏิบัติการโจมตีซีเรีย

จีนยึดมั่นมาตลอดในด้านการไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติใด รวมถึงซีเรีย แม้ว่าจะไม่ถึงกับออกหน้าสนับสนุนรัฐบาลซีเรียเหมือนรัสเซียก็ตาม ครั้งนี้จึงต้องจับตาดูว่านายสีจะมีปฏิกิริยาอย่างไรที่ถูกขโมยซีนด้วยการโจมตีครั้งนี้ แต่คาดว่าอย่างมากที่สุด นายสีก็คงจะแสดงท่าทีเห็นด้วยกับการต่อต้านการก่อการร้าย แต่ยังยึดมั่นหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และสนับสนุนการเจรจาเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ซีเรียอย่างสันติ

 

ARCHIVE BLOG

ถึงยุค Online Banking ครองโลก

ถึงยุค Online Banking ครองโลก

คนยุคใหม่ มีสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการใช้ออนไลน์แบงกิง…
จีนอินเทรนด์ คุมแอพฯแชร์จักรยาน

จีนอินเทรนด์ คุมแอพฯแชร์จักรยาน

ยังไม่เสร็จหน้านาก็ฆ่าโคถึกเสียแล้ว ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนปลาบปลื้มกับการที่แอพฯแชร์จักรยานในประเทศเฟื่องฟู…
จากกล่องข้าวแม่สู่วีเมโนมิกส์

จากกล่องข้าวแม่สู่วีเมโนมิกส์

วัฒนธรรรมกล่องข้าวสุดแสนน่ารักเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น แต่กล่องข้าวที่ทำด้วยความรัก…
แบนเพลิงพระนางไม่ใช่ทางออก

แบนเพลิงพระนางไม่ใช่ทางออก

ดราม่าเพลิงพระนางบานปลายออกมานอกจอ เมื่อเหลนของพระเจ้าธีบอแห่งราชวงศ์พม่า…
เปลี่ยนอูเบอร์เป็นธุรกิจเพื่อสังคม ทำได้ถ้าใจพอ

เปลี่ยนอูเบอร์เป็นธุรกิจเพื่อสังคม ทำได้ถ้าใจพอ

อูเบอร์ เป็นโมเดลธุรกิจที่ได้รับคำชื่นชมว่าสร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค…

THAILAND

'เนติวิทย์' ปฏิเสธร่วมงานวันประกาศอิสรภาพสหรัฐฯ
'เนติวิทย์' ปฏิเสธคำเชิญร่วมงานเฉลิมฉลองวันครบรอบ 241 ปี ประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา ชี้จะมีความสุขใจได้อย่างไร ในขณะที่เพื่อนๆคนไทยด้วยกันยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามเจตนารมณ์ของสหรัฐฯที่มีสิทธิเสรีภาพในการคิดและแสดงออก
TOP
NOW :