BLOG

ฉลามเขียว : รัฐบาลจะมีเงินใช้ได้แค่ 16 วัน – จริงหรือ
8 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:24 น.
ฉลามเขียว : รัฐบาลจะมีเงินใช้ได้แค่ 16 วัน – จริงหรือ
ฉลามเขียว : รัฐบาลจะมีเงินใช้ได้แค่ 16 วัน – จริงหรือ

บทความโดย ฉลามเขียว

คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

ทุกกิจการรอการกลับคืนสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ...เพื่อฟื้น แต่ขณะนี้รัฐบาลต้องตอบคำถามด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนสงสัยให้ได้


 

“วันหลังมาช่วยบวก ลบ คูณ หาร เงินคงคลังให้ลุงบ้าง”

พลิกบทเล่นแต่เช้าเลย   หลังจากวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกอาการหนักกับคณะนักข่าวสายประจำทำเนียบรัฐบาล ทันทีเมื่อเริ่มต้นการถามประเด็น “รัฐบาลถังแตก”  เพราะเงินคงคลังเหลืออยู่แค่ 74,907 ล้านบาท  จากที่วันรัฐประหาร 22  พ.ค.2557 มีอยู่ 4 แสนกว่าล้านบาท  เงินหายไปอย่างน่าใจหาย    และประชาชนก็ใจหายมากขึ้นเพราะกระทรวงการคลังขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน  กระทบผู้มีรายได้น้อยจังๆเพราะคนยุคนี้ไม่นั่งแล้วรถทัวร์ หันมาขี่บินโลว์คอส  สะดวกกว่ามาก

พล.อ.ประยุทธ์ พูดประโยคข้างต้นกับเด็กนักเรียน  ที่มีความเป็นเลิศใน 3 ด้าน คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ   กีฬา  ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นฐาน (สพฐ.) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  นำนักเรียนผู้ที่ไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ   แล้วได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความสามารถในด้านต่างๆ ให้ชม  ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ ทดสอบความรู้ของนักเรียนที่เป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ และตามมาด้วยจะขอให้มาช่วยลุงตู่คำนวณเงินคงคลังที่กำลังเป็นข่าวประเด็นร้อนสุดขีด...เม้งแตกกันสุดขีด

ก็ไม่รู้ประชาชนคนไทยคิดเห็นกันอย่างไรที่ได้เห็นอาการของท่านหัวหน้ารัฐบาลเมื่อวันจันทร์

แต่พอเช้าวันอังคาร  วันประชุม ครม. ก็เป็นหนังคนละม้วน พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนบทเล่น  สัพยอกเด็กอย่างน่ารักน่าชังเล่นเอาบรรดาข้าราชการประจำ และนักข่าวที่ได้ยินหัวเราะกันครืน

ต่อเนื่องมาถึงบ่าย  ระหว่างการแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ก็เล่นบทใหม่ ...ใจเย็นมาก

เอ่ยปากขอโทษนักข่าว...

ก็ยังถือว่าดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ พลิกบทเล่นได้เร็ว เพราะถ้าช้าก็จะมีกูรูว่าด้านการคลังออกมาแสดงเหตุผลและอธิบายให้ประชาชนเข้าใจมากหน้าหลายตาคนยิ่งขึ้น  เพราะเงินคงคลังเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย  มันคือเครื่องแสดงถึง “ความมั่นคงทางการเงิน”  ไม่ต้องอธิบายให้ไกลตัว เอาใกล้ตัวชาวบ้านก็แล้วกันนะ  ถ้าคนเรามีเงินสดในกระเป๋าเยอะก็ย่อมเกิดความมั่นใจว่า ถ้ามีเหตุเหนือคาดหมายเกิดขึ้นก็ควักเงินออกมาใช้ได้ทันที  ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร  และบางทีในสถานการณ์ฉุกเฉิน  มันก็กู้ไม่ทัน

กูรูการคลังอธิบายแก่ ฉลามเขียวว่า นักการคลังที่เอาเงินคงคลังออกมาจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  เป็นระบบความคิดที่ผิดอย่างมหันต์  การอัดฉีดเงินเข้าระบบให้เศรษฐกิจหมุนเป็นสิ่งถูกต้อง  และมันหมุนหลายรอบเสียด้วยสิ  รัฐบาลก็เก็บภาษีได้มากตามไปด้วย  แต่ในภาวะขณะนี้ประเทศไทยไม่ได้ปกครองระบอบประชาธิปไตย  เป็นเผด็จการทหารเต็มรูปแบบ  เมื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบด้วยการแจกจ่ายให้ผู้มีรายได้น้อย  ถามว่าเอาเงินไปใช้หรือไม่เก็บ  ก็ตอบว่าใช้หมดทุกบาท  แล้วเศรษฐกิจมันหมุนตามทฤษฎีมั๊ย...มันไม่หมุนเพราะ  อยู่ในระบอบการปกครองเผด็จการทหาร  องคาพยพอื่นๆในระบบเศรษฐกิจเดี้ยงหมด  ด้วยเหตุนี้เงินคงคลังจึงหมดไป หมดไป ไม่คืนกลับมา

พล.อ.ประยุทธ์ เล่นบทนุ่มนวล เอ่ยปากขอโทษนักข่าวแล้ว

“เมื่อวานต้องขอโทษ เพราะบางทีก็หงุดหงิด และก็ยุ่งๆ เหนื่อยกับการประชุม กอ.รมน.หลายเรื่อง  ออกมาก็มาเจอปัญหา ที่ผมรู้คือรัฐมนตรีคลังได้ชี้แจงแล้ว 2-3 รอบ ผมได้ติดตามจากหน้าหนังสือพิมพ์  ก็เห็นว่ามีข่าว แต่พอมาถามซ้ำบางทีผมก็ไม่ไหว บางทีมันกดดันเยอะ  แต่ผมไม่เคยปกปิดอะไรเลย ขอให้เข้าใจ วันนี้ยังมีอาจารย์ท่านเดิมออกมาอีก แต่ผมได้เล่าให้รัฐมนตรีคลังไปแล้ว ท่านรัฐมนตรีคลังบอกว่า อาจารย์อาจจะไม่เข้าใจในหลายเรื่องในเชิงปฏิบัติ   ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลขอย่างเดียว ต้องดูวิธีการปฏิบัติด้วย ฉะนั้นยอดเงินอะไรต่างๆ กู้มากหรือกู้น้อย ก็กู้มาทุกรัฐบาล  ช่วงไหนใช้เยอะก็กู้เยอะ แล้วใช้หมด ช่วงไหนกู้แล้วไม่ได้ใช้ มันก็ควรจะปลดล็อคไปบ้าง ไม่ใช่กู้มารอไว้ เพราะบางช่วงดอกเบี้ยมันก็ขึ้นลง ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินเหล่านี้เหลือไว้มากมาย ที่ผ่านมาบางทีเตรียมเงินแล้วใช้ไม่ได้ รัฐบาลนี้จะขับเคลื่อนหลายโครงการออกมาให้ได้ ซึ่งอาจทำให้ยอดการใช้จ่ายสูงขึ้น หากเรามีค้างไว้เยอะแล้วเบิกมาไม่ได้   ก็จะถูกไล่เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณอีก จะพันกันหมด  ผมไม่ได้โกรธนักวิชาการ   แต่เสนออะไรมาขอให้พูดด้วยข้อมูล หากสงสัยถามมาก็จะตอบ ทำความเข้าใจช่วยกันจะไม่ดีกว่าเหรอ  อย่ามาจับผิดจับถูกอะไรตอนนี้ ผมไม่ได้ต้องการให้มันรั่วไหล  หรือใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ทุกคนทราบดีว่าผมเข้ามาทำอะไร  ไว้ใจผมแต่ไม่ไว้ใจคนอื่นมันก็ยาก   เพราะผมก็เข้ามาทำงานให้คนอื่นด้วย ผมพยายามจะกำกับดูแลให้ดีที่สุด ภายใต้กฎหมายระเบียบการเงินการคลัง ไปถามได้เลยว่ามีความแตกต่างกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะข้าราชการประจำเดิมๆก็ยังอยู่    ถามเขาเองแล้วกัน เพราะถ้าถามผมเดี๋ยวหาว่าผมคุยโม้โอ้อวดอีก  มันไม่ใช่... เงินคงคลังกับเงินสำรองเป็นคนละเรื่องกัน  เงินสำรองเรามีสูงมาก ลำดับที่ 18 ของโลก เพราะไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเยอะ ยังคงคลังอยู่อย่างนั้น และอันนั้นจะเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีความแข็งแกร่งอยู่ในด้านการเงิน  เพราะมีเงินสำรองไว้เยอะมาก เคยมีบางรัฐบาลคิดจะเอามาใช้ แต่ผมไม่ใช่ ...ก็เก็บไว้อย่างนั้น หลายประเทศก็เห็นว่าถ้าลงทุนในประเทศไทยแล้วมีปัญหา รัฐบาลไทยก็ยังมีเงินสำรอง นั่นแหละคือการสร้างความเชื่อมั่น  เงินคงคลังตรงนี้มันน้อย แล้วโครงการเบิกจ่ายพอหรือไม่ ถ้าไม่พอก็กู้เงินมาเพิ่ม อันไหนที่ไม่จำเป็นต้องกู้ยังไม่ต้องกู้   ทำไมจะต้องเอาเงินมากองไว้ หากกู้มาไม่ว่าจะเอามาจากไหนก็ตามจะต้องใช้ให้หมด โดยจะต้องมีโครงการที่ผ่านการตรวจสอบ ถ้าทำได้ก็ทำไป ไม่เช่นนั้นก็จะติดกันทั้งหมด  เงินเหลือเยอะ โครงการทำไม่ได้ มีเงินเยอะจะมีประโยชน์อะไร แต่ถ้ามองว่าเอาเงินไปใช้อะไรตรงนี้ตรวจสอบได้เลย หน่วยราชการที่รับผิดชอบ ก็ไล่สอบกันไป ถ้าไม่ไว้ใจ ผมไม่ได้ปิดบังอะไร”

บทนี้นุ่มนิ่มน่ารัก  “อาจารย์”  รอดตัว  ฉิวเฉียด

ประเทศไทยขณะนี้  สปอร์ตไลท์ฉายไปจับที่  “นายเดชรัต สุขกำเนิด” หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ทำให้ภาพของอาจารย์งดงามมากในศึก “รัฐบาลถังแตก” ที่ทำให้เกิดอาการปรี๊ดแตกอย่างหนักหน่วงที่สุด

อาจารย์เดชรัต  ดังเปรี้ยงขึ้นมาจากรข้อเขียนที่  1 ถาม “โฆษกไก่อู” รัฐบาลไม่ถังแตกจริงรึ ที่ เงินคงคลังเหลือแค่ 74,904 ล้านบาท  จากวันรัฐประหารมีอยู่ 4 แสนกว่าล้านบาท

ข้อเขียนของอาจารย์เดชรัตประเหมาะกับรัฐบาลขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินพอดี ก็เลยทำให้ประชาชนไทยเข้าใจง่ายขึ้น  เมื่อรัฐบาลมีเงินในคลังน้อยก็รีดภาษี  แม้จะมีคำอธิบายจากฝ่ายกระทรวงคลังว่า เพื่อความเป็นธรรมของภาษีน้ำมันระหว่างคนใช้รถยนต์กับคนใช้เครื่องบิน  ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดี   แต่คนไทยเชื่อไปแล้วว่า ขึ้นภาษีเพราะถังแตก  และชาวบ้านมีถามดักคอกันว่า...  จะขึ้นภาษีตัวอื่นๆอีกมั๊ย

“อภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์” รมว.คลังเปิดแถลงข่าวเป็นงานเป็นการ อธิบายว่า  ถ้าเงินคงคลังกองไว้มาก  ฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคลังก็เสียดอกเบี้ยมาก  

พระเจ้าให้อภิศักดิ์มาเกิด    แล้วทำไมจะต้องให้อาจารย์เดชรัตมาเกิดด้วย  เดชรัตได้เขียนข้อความที่ 2 โพวต์ในเฟชบุ้คส่วนตัว Decharut Sukkumnoed เมื่อตอน 3 ทุ่ม 6 ก.พ.2560  ถามอภิศักดิ์นิ่มๆ....นิ่มมาก

“ผมขอตั้งข้อสังเกตในคำแถลงของท่าน 3 ประการ ดังนี้ครับ

ประการแรก ผมแปลกใจที่ท่านบอกว่า นโยบายของท่านคือไม่กู้เงินมากองไว้ เพราะเมื่อต้นปีงบประมาณ 2559 เดือนตุลาคม 2558 ท่านกู้เงินชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 99,094 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ตอนนั้น เงินคงคลังของรัฐบาลก็มีมากกว่า 426,182 ล้านบาท ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ท่านก็กู้อีก 109,076 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ตอนนั้นท่านก็มีเงินคงคลัง 295,880 ล้านบาท หรือตอนเดือนเมษายน 2559 ท่านก็ก็กู้อีก 46,436 ล้านบาท ตอนนั้นเงินคงคลังของรัฐบาลมี 206,218 ล้านบาท

และล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2559 เงินคงคลังของรัฐบาล มีอยู่ 441,300 ล้านบาท ท่านก็ยังกู้เงินมาเติมเงินคงคลังอีก 52,714 ล้านบาท

เพราะฉะนั้น กล่าวโดยสรุปว่า ที่ผ่านมา ผมไม่เห็นว่า ท่านปฏิบัติตามแนวทางที่ท่านกล่าวไว้ หรือท่านเพิ่งเปลี่ยนแนวทางการบริหารเงินคงคลังเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 หรือสามเดือนที่ผ่านมา

และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผมก็สงสัยว่า การที่ท่านกู้เงินมากองไว้ตลอดปีงบประมาณ 2559 เป็นการสร้างภาระของประเทศใช่หรือไม่? แล้วทำไมท่านจึงสร้างภาระให้กับประเทศแบบนั้น?”

ทำไมท่านจึงสร้างภาระให้กับประเทศแบบนั้น?”...ท่านรัฐมนตรีอภิศักดิ์โปรดตอบด้วย...ทำไม

ตัวกระผม  นายฉลามเขียว  มีความเข้าใจท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างยิ่ง  ใครมาหาว่ารัฐบาลถังแตก มันก็ต้องปรี๊ดแตกเข้าใส่ 

แต่ นายฉลามเขียว ก็เชื่อมั่นว่า ท่านพล.อ.ประยุทธ์  คงได้อ่านข้อเขียนของอาจารย์เดชรัต หรือไม่ก็มีคนหยิบประเด็นไปรายงานท่าน โดยเฉพาะข้อเขียนชิ้นที่ 2 ที่ถามรัฐมนตรีอภิศักดิ์   ท่านก็เคยกู้เงินมากองเป็นเงินคงคลังตั้งเยอะ  มีตัวเลขให้ดูด้วย

ขอให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ อ่านข้อเขียนของอาจารย์เดชรัตให้ซึ้งๆ

“ประการที่สอง ตามที่ท่านบอกว่า เงินคงคลัง 74,907 ล้านบาทถือว่าเหมาะสม เพราะอยู่ในช่วงระหว่าง 50,000 – 100,000 ล้านบาทนั้น ผมว่าการกำหนดจำนวนเงินคงคลังที่เหมาะสมจำเป็นต้องพิจารณาถึงภาระการใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นสำคัญ

ในช่วงรัฐบาล คสช. เงินคงคลังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเงินเก็บออมของประเทศเลย แต่ทำหน้าที่เป็นกระเป๋าจ่ายเงินชดเชยการดุลงบประมาณมาโดยตลอด

หากเทียบจากปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านไป รัฐบาลของท่านมีงบประมาณขาดดุลเฉลี่ยเดือนละ 32,987 ล้านบาท ซึ่งต้องเอาเงินคงคลังที่เหลืออยู่ 74,907 ล้านบาทมาจ่าย เราก็จะจ่ายชดเชยการขาดดุลงบประมาณได้ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น  แต่หากเราเอาตัวเลขการขาดดุลงบประมาณในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 ซึ่งรัฐบาลของท่านทำสถิติการขาดดุลโดยเฉลี่ยเดือนละ 139,427 ล้านบาท เงินคงคลังที่เหลืออยู่ 74,907 ล้านบาทก็จะเพียงพอที่จะจ่ายเงินได้เพียง 16 วันเท่านั้น ลองคิดดูสิครับว่าจะเป็นไปได้อย่างไร? ที่ประเทศเราจะมีเงินคงคลังหนึ่งแสนล้านบาทตามที่ท่านรัฐมนตรีกล่าว ในขณะที่เราภาระการขาดดุลงบประมาณเดือนละ 139,427 ล้านบาท

แต่อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ผมค่อนข้างมั่นใจว่า รัฐบาลคงจะต้องขอกู้เงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวนมโหฬาร ในเร็วๆ วันนี้”

ขอสรุปให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์ ดังนี้

1.รัฐบาลจะมีเงินใช้แค่ 16 วัน

2.รัฐบาลจะต้องกู้เงินมหาศาล

จริงรึไม่...เป็นสิ่งที่หัวหน้ารัฐบาลจะต้องไปตรวจดู   อย่างใจเย็นที่สุด

ถ้าเห็นว่าไม่จริงก็ต้องรีบแถลงข่าว  แถลงอย่างไม่ฉุน

ว่ากันตามจริง  เงินคงคลังที่พร่องไป 3 แสนกว่าล้านบาท มันน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินและสินทรัพย์ของประชาชนที่หดหายไปในช่วง 2 ปีกว่า  กี่กิจการที่ต้องปิด  หนังสือพิมพ์  ทีวี ปิดตัวเองกี่สำนัก  บริษัทที่เหลืออยู่รายได้หดหายไปเท่าไหร่ และจะซึมเซาอย่างนี้ต่อไปอีกนานกี่ปี  เหล่านี้คือความจริงที่สยดสยองกว่าเงินคงคลังต่ำที่สุด  ต่ำกว่าทุกรัฐบาล

ทุกกิจการรอการกลับคืนสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ...เพื่อฟื้น

บทจบของ ฉลามเขียว ในวันนี้ขอ 2 ข้อ

1.เงินคงคลังที่หายไป 3 แสนกว่าล้านบาท จ่ายไปเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้น แต่มันไม่ฟื้น ไม่กระดี๊กระด๊า เพราะจิตใจผู้คนห่อเหี่ยว จึงไม่มีเงินไหลกลับเข้าคลัง  ก็เพราะเอาทฤษฎีของระบอบการปกครองประชาธิปไตยมาใช้ในยุคสมัยของระบอบเผด็จการทหาร  มันย่อมไม่ได้ผล

2.การรู้ข้อมูลจริง  มีความแม่นยำในข้อมูลเศรษฐกิจ  เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ  ในฐานะที่ ฉลามเขียว เป็นกองเชียร์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  รู้ว่าท่านเป็นข้าราการทหารมาตลอดชีวิต  นายพลเอกของไทยไม่แตกฉานเศรษฐกิจหรอก  โรงเรียนทหารสอนวิชาการทำสงครามป้องกันประเทศ  ดังนั้น ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ใจเย็นแล้ว  การไตร่ตรองก็จะเป็นระบบ  ขอให้ท่านเน้นหาคำตอบ

คนที่ให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจแก่ตัวท่านในขณะนี้   บอกเรื่องจริงรึไม่

 

ถ้าให้ข้อมูลผิดก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้

 

ฉลามเขียว

8 กุมภาพันธ์ 2560

 

 

ARCHIVE BLOG

ฉลามเขียว : มนุษย์อันตรายที่สุดสำหรับพล.อ.ประยุทธ์คือ............

ฉลามเขียว : มนุษย์อันตรายที่สุดสำหรับพล.อ.ประยุทธ์คือ............

เงินคงคลังไม่ใช่เรื่องใหญ่คอขาดบาดตาย แต่ที่หนักกว่าคือ การลงทุนจากต่างประเทศได้หดหายไปจริง…
ฉลามเขียว : มันคือ...มุกแป้ก

ฉลามเขียว : มันคือ...มุกแป้ก

หลังจากติดตามความเป็นไปทางการเมืองของไทยในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ฉลามเขียวฟันธงว่า…
สหรัฐฯจะรัฐประหารตัดหน้าไทย...?

สหรัฐฯจะรัฐประหารตัดหน้าไทย...?

ทหารสหรัฐจะรัฐประหารเพื่อโค่นอีตาทรัมป์ลงซะก่อนที่ชาติสหรัฐจะย่อยยับมากไปกว่านี้รึไม่.....แต่ก็ขอเน้นๆ…
ฉลามเขียว: รัฐประหารในไทยปี 2017

ฉลามเขียว: รัฐประหารในไทยปี 2017

เชื่อรึ จะมีรัฐประหารในไทยอีกครั้งในปี 2017 นายฉลามเขียว จึงจับประเด็นของหนังสือพิมพ์สหรัฐอเมริกา…
ฉลามเขียว 30 ม.ค. 2560:  ล้างสมอง

ฉลามเขียว 30 ม.ค. 2560: ล้างสมอง

เมื่อประเด็นคอร์รัปชั่นกำลังไล่ล่ารัฐบาลจากการรัฐประหารโดยมีดัชนีชี้วัดออกมาเป็นตัวเลข…

VARIETY PROGRAMMES

TECH FEED

video
Tech Feed: หัวเหว่ย-แอลจี เปิดตัวทีเซอร์สมาร์ทโฟนใหม่
หัวเหว่ยและแอลจีเปิดตัวทีเซอร์เรียกน้ำย่อยสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่จะเปิดตัวในงาน Mobile World Congress ที่นครบาร์เซโลนาของสเปนสัปดาห์หน้า ยืนยันใช้ชื่อรุ่น Huawei P10 และ LG G6

THAILAND

'หมวดเจี๊ยบ' แนะ 'ประยุทธ์' ตัดงบเรือดำน้ำแทนโครงการ 30 บาท 
'เพื่อไทย' เฝ้าจับตารัฐล้มเลิกโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ขอ 'ประยุทธ์' อย่าล้มโครงการนี้ แค่เพราะรังเกียจว่าเป็นโครงการของพรรคไทยรักไทย แนะตัดงบเรือดำน้ำแทนสอดคล้องกับความต้องการของประเทศในขณะนี้
TOP
NOW :