BLOG

ถอดบทเรียน 'พลุแฟลร์' กับ การใช้พลังอย่างสร้างสรรค์ของ 'ผู้เล่นคนที่ 12'
13 มกราคม 2560 เวลา 12:15 น.
ถอดบทเรียน 'พลุแฟลร์' กับ การใช้พลังอย่างสร้างสรรค์ของ 'ผู้เล่นคนที่ 12'
ถอดบทเรียน 'พลุแฟลร์' กับ การใช้พลังอย่างสร้างสรรค์ของ 'ผู้เล่นคนที่ 12'

ตวงพร อัศววิไล

บรรณาธิการอาวุโส Voice News และ ผู้ดำเนินรายการ Intelligence

การแข่งขันฟุตบอล  เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2016 เกือบปิดฉากลงอย่างสวยสดงดงาม ด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ของทีมชาติไทย ถือเป็นการสร้างความสุขให้กับแฟนฟุตบอลชาวไทยทั้งประเทศ ในห้วงแห่งความโศกเศร้าจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่เป็นเสมือน"รอยด่าง" ของวงการฟุตบอลไทย นั่นคือ  การจุดพลุแสง หรือ แฟลร์ (Flare) ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มอัลตร้า ไทยแลนด์" ในจังหวะหลังการทำประตูแรก และประตูที่ 2 ของทีมชาติไทย  ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เป็นการกระทำด้วยความสะใจ เพื่อตอบโต้การกระทำของกองเชียร์อินโดนีเซียในการแข่งขันนัดแรก...  เป็นการแสดงตัวตน หรือ มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง???

ในที่สุดสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเซีย หรือ เอเอฟซี ประกาศมาตรการลงโทษสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ด้วยการปรับเงินจำนวน 30,000 เหรียญ หรือประมาณ 1 ล้านบาท โดยต้องจ่ายค่าปรับภายในเวลา 30 วัน  

บทเรียนครั้งนี้จึงเป็น "บทเรียนที่มีราคา" ของวงการฟุตบอลไทย คำถามสำคัญคือ ทำอย่างไรจึงไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก เพราะการก่อเหตุของ กลุ่มอัลตร้า ไทยแลนด์ไม่ใช่ครั้งแรก   ขณะที่การป้องกันต้องไม่ใช่แบบ "วัวหายล้อมคอก"  และที่สำคัญต้องสร้าง "วัฒนธรรมการเชียร์อย่างสร้างสรรค์" ของกองเชียร์ที่ถูกเรียนขานว่า "ผู้เล่นคนที่ 12"

ทำความรู้จักกลุ่ม"อัลตร้า ไทยแลนด์" 

กลุ่ม"อัลตร้า ไทยแลนด์" ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2555  เปิดตัวเป็นครั้งแรกในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สองระหว่างทีมชาติไทย และทีมชาติมาเลเซีย ที่สนามศุภชลาศัย  โดยคำขวัญของ  อัลตร้า ไทยแลนด์ คือ  Unity & Passion ... ด้วยรัก และ สามัคคี  

สมาชิกของ"กลุ่มอัลตร้า ไทยแลนด์"เกิดจากการวมตัวของแฟนบอลที่เชียร์กันอย่างค่อนข้างสุดโต่งของทีมใหญ่ในศึกไทยพรีเมียร์ลีก แกนนำของแต่ละกลุ่มจะรู้จักกัน มีการติดต่อพูดคุยผ่านทางเว็บบอร์ด  มีสมาชิกประมาณ 1,300-1,500 คน  ลักษณะการเชียร์ของ"กลุ่มอัลตร้าไทยแลนด์"  จะมีรูปแบบที่ค่อนข้างดุดัน ฮาร์ดคอร์ ใช้เสียงในการปลุกเร้ากองเชียร์ เอกลักษณ์อีกอย่างของกลุ่มคือ พวกเขาจะยืนเชียร์ตลอดการแข่งขัน 90  นาที    ส่วนการใช้พลุไฟนั้น  เป็นเหมือน "สัญญลักษณ์เอาฤกษ์เอาชัย  ทำให้นักฟุตบอลมีความฮึกเหิมมั่นใจ มีกำลังใจในการแข่งขัน 

5 ปีของกลุ่ม "อัลตร้า ไทยแลนด์" ก่อเหตุมาแล้วหลายสนาม

ปี 2557  กลุ่่มอัลตร้า ไทยแลนด์  ก่อความวุ่นวายในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ  คู่ระหว่างทีมชาติไทย กับทีมชาติฟิลิปปินส์  

ปี 2558  "กลุ่มอัลตร้า ไทยแลนด์" เดินทางออกนอกประเทศไปสร้างปัญหาที่ประเทศลาว  ในการแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์อาเซียน ระหว่าง ทีมไทย กับ ทีมเวียดนาม  เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สปป.ลาว  เพราะมีการจุดพลุดอกไม้ไฟเป็นการผ่าฝืนกฎของฟีฟ่า  จนมีสมาชิกของกลุ่มบางส่วนถูกจับกุม เป็นเรื่องราวใหญ่โตระหว่างประเทศ    สมาคมฟุตบอลฯมีการสอบสวน ตักเตือน และลงโทษไม่ให้กลุ่มกองเชียร์ "อัลตร้า ไทยแลนด์" ที่ก่อเหตุเข้าไปเชียร์ฟุตบอลทีมชาติในปีนั้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

รู้จักวัฒนธรรมการเชียร์แบบ "อัลตร้า" 

วัฒนธรรมการเชียร์แบบ "อัลตร้า" ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นวัฒนธรรมการเชียร์ฟุตบอลที่มีมาเกือบ 80 ปีแล้ว มีหลักฐานยืนยันชัดเจนที่สุด คือ กลุ่มแฟนฟุตบอลในประเทศบราซิล เมื่อปี 1939  วิธีการเชียร์ คือ ทำป้ายขนาดใหญ่ให้กำลังใจทีมที่สนับสนุน  แต่ก็มีป้ายโจมตีทีมคู่แข่งด้วยถ้อยคำที่แสบสัน และมีการใช้ธงขนาดยักษ์โบกสะบัดในสนาม  

ต่อมาวัฒนธรรมการเชียร์รูปแบบนี้เผยแพร่ไปในประเทศอิตาลี  ซึ่งมีฟุตบอลระดับสโมสรโด่งดังหลายทีม  จากนั้นในปี 1980 วัฒนธรรมการเชียร์แบบ "อัลตร้า" ขยายไปถึงยุโรปหลายประเทศ  เช่น  เยอรมนี เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ 

ส่วนในทวีปเอเซียการเชียร์แบบอัลตร้าแพร่มาถึง  เกาหลีใต้  ญี่ปุ่น  มาเลเซีย รวมถึง ประเทศไทย 

มีการถอดรหัสอักษรย่อคำว่า  "Ultras"  มาจากคำว่า 

Unity           --- ความเป็นหนึ่งเดียว
Loyalty        ---ความภักดี 
Teamwork  ---การทำงานเป็นทีม
Reality        ---จริงจัง
Aggressive ---ดุดัน
Supporters ---แฟนบอล 

เปิดมุมมองของ"นักเตะ" ต่อ การจุดพลุแฟลร์

นักเตะทีมชาติไทยคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการจุดพลุแฟลร์ และการใช้แสงเลเซอร์ในระหว่างการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดแรกที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าบ้าน  คือ ธีราทร บุญมาทัน  กัปตันทีมชาติไทย เขายอมรับว่า ในวันนั้นโดนแสงเลเซอร์เข้าเต็มหน้า จนกระทบต่อการเตะฟรีคิก  เพราะไม่มีสมาธิ   ส่วนการจุดพลุแฟลร์กระทบต่อวิสัยทัศน์การมองเห็น ทำให้เล่นยากขึ้น เพราะมีควันลอยเข้ามาในสนาม

แต่อีกมุมหนึ่งกัปตันอุ้ม ก็มองว่า การห้ามแฟนบอลไม่ให้จุดพลุนั้นยาก เพราะเป็นเรื่องของ "อารมณ์ความรู้สึก" และยังเห็นว่าการลงโทษแบนกลุ่มอัลตร้าไทยแลนด์ด้วยการไม่ให้เข้าสนามเป็๋นการลงโทษที่แรงเกินไป


ตำแหน่ง "ผู้รักษาประตู" เป็นผู้เล่นอีกตำแหน่งที่มักถูกก่อกวนจากกองเชียร์ฝ่ายตรงข้ามด้วยการจุดพลุให้เกิดควัน  กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เจ้าของฉายา "กวินทร์บินได้" เคยเจอประสบการณ์นี้หลายครั้ง.... " ถ้ามีการจุดพลุแล้วลมพัดเข้ามาในสนาม จะส่งผลกระทบต่อการมองเห็น  แต่ถ้าควันเยอะเกินไปก็เป็น"ดุลยพินิจ"ของกรรมการว่า ควรจะหยุดเกมส์หรือไม่ "

กวินทร์ มองว่า การจุด "พลุ" เป็นการสร้างสีสันรูปแบบหนึ่ง ในต่างประเทศไทยก็มีทั้งการจุดพลุ-โบกธง  แต่ขอให้แฟนฟุตบอลที่เข้าไปเชียร์ในสนาม เคารพ "กฎ" "กติกา" ที่วางไว้ ถ้ามีกฎแล้วเราถูกปรับ  เราก็ต้องเคารพกติกา  

 

สมาคมฟุตบอลฯ ประกาศดำเนินคดีทั้งอาญา-แพ่งให้ถึงที่สุด

ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับสมาชิกลุ่มอัลตร้าไทยแลนด์ ที่จุดพลุแฟลร์ ล่าสุดตำรวจออกหมายเรียกบุคคลที่มีภาพปราฎในการจุดพลุแฟลร์ในสนามมาสอบสวนมากกว่า 10 คน  แต่ทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจจึงเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ จากพลุแฟลร์ 90 อัน แล้วส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ  หาก"ดีเอเอ็น"ที่ปรากฎบน"วัตถุพยาน"ตรงกับบุคคลใด  มีความเป็นไปได้ว่า ตำรวจ สน.หัวหมากจะเสนอศาลเพื่ออนุมัติออกหมายจับ

 

 

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า สมาคมฯ จะดำเนินการให้สิ้นสุดคดีความทั้งทางอาญาและทางแพ่ง  เพื่อให้เป็น "คดีตัวอย่าง" โดยตามขั้นตอนต้องรอให้คดีอาญาสิ้นสุดก่อน จากนั้นจึงจะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง  แต่เบื้องต้นสมาคมฯต้องจ่ายค่าปรับประมาณ 1 ล้านบาท ตามคำสั่งเอเอฟซี ภายใน 30 วัน

นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย   ย้ำว่าตัดสินใจถูกต้องแล้ว ที่ไม่ให้ตำรวจเข้าไประงับเหตุระหว่างที่มีการจุดพลุแฟลร์ในการแข่งขัน  เพราะถ้าเกิดเหตุรุนแรงระหว่างพักครึ่งการแข่งขัน แล้วเหตุบานปลายจนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ กรรมการอาจตัดสินให้ทีมชาติไทยแพ้  ซึ่งเชื่อว่าแฟนฟุตบอลชาวไทยจะรับไม่ได้
 
พลังที่สร้างสรรค์ของ “นักเตะคนที่ 12

การ “จุดพลุแฟลร์” ระหว่างการแข่งขันของกลุ่มอัลตร้า ไทยแลนด์ รอบนี้ ถือเป็น “บทเรียนราคาแพง" ทั้งต่อกองเชียร์ และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย  การถูกลงโทษปรับจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเซีย ถือเป็นการตักเตือนในเบื้องต้น หากสมาคมฟุตบอลฯ ยังไม่สามารถควบคุมให้การแข่งขันในเเป็นไปอย่างเรียบร้อย  ก็อาจจะกระทบต่อการได้เป็น “เจ้าบ้าน” ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเซียที่ยังเหลือการแข่งขันในบ้านอีก 3 นัด ในปี 2560

นอกจาก"มาตรการทางกฎหมาย"ที่นำมาบังคับใช้กับกลุ่ม "อัลตร้า ไทยแลนด์" ยังมี "มาตรการทางสังคม" กดดันกองเชียร์กลุ่มนี้  จนเกิดกระแสการไล่ล่าใน "โลกโซเชียล"  เมื่อมีการใช้ทั้ง 2 มาตรการอย่างอย่างเข้มงวด เชื่อว่า กองเชียร์ที่ถูกเรียกขานว่า "ผู้เล่นคนที่ 12 จะเรียนรู้และสร้างวัฒนธรรมการเชียร์ที่สร้างสรรค์  เพราะที่สุดแล้วในทุกการแข่งขัน  "ชัยชนะ" หรือ "ความพ่ายแพ้" เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่"สปิริต" ในการแข่งขัน "ทั้งใน" และ "นอกสนาม" คือ สิ่งที่งดงามที่สุด 

ARCHIVE BLOG

คดี 'มือมีดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์' กับปัญหา'เชิงระบบ'ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง

คดี 'มือมีดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์' กับปัญหา'เชิงระบบ'ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเร่งรัดติดตามคดีด้วยตนเอง โดยให้น้ำหนักกับ…
120 วันอันตราย 'สูญญากาศการเมือง' ช่วงมหาอุทกภัย 2554

120 วันอันตราย 'สูญญากาศการเมือง' ช่วงมหาอุทกภัย 2554

คดี "บริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำให้เกิดมหาอุทกภัยปี 2554" ที่ ป.ป.ช. กำลังเริ่มต้นพิจารณา…
ฝันร้าย(อีกครั้ง)...ในวันชาติฝรั่งเศส

ฝันร้าย(อีกครั้ง)...ในวันชาติฝรั่งเศส

14 กรกฎาคม 2016 ต้องถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ ( เลือด) ของฝรั่งเศสว่า เกิดการโจมตีโดย…
'โปรตุเกส' กับ 'แชมป์แรกยูโร 2016'

'โปรตุเกส' กับ 'แชมป์แรกยูโร 2016'

ก่อนลงสนามนัดชิงชนะเลิศ "ยูโร 2016" "ทีมตราไก่" ฝรั่งเศสได้เปรียบทุกประตู…
'นาฬิกาชีวิต'

'นาฬิกาชีวิต'

'นาฬิกาชีวิต' ช่วงนี้อัพ FB เรื่อง"เฮฮา ไร้สาระ"มาหลายวัน ก็เกรงว่า…
TOP
NOW :